TAMMARAM Model เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ระดับทอง พุทธศักราช 2567
รายงานผลการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice)
โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข
.............................................................
ชื่อผลงาน : นักเรียนวัยใส ห่างไกลยาเสพติด โดยใช้รูปแบบ TAMMARAM Model
ชื่อเจ้าของผลงาน : โรงเรียนวัดธรรมาราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต ๑
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ผู้บริหาร : นายภิญโย ชูเดช ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดธรรมาราม
ผู้รับผิดชอบ : นางอนุสรา พุ่มเกื้อ
ขั้นตอนที่ ๑ P : Plan (การวางแผน)
T – Teamwork (สร้างทีมงานและการมีส่วนร่วม) หมายถึง การสร้างทีมงานโดยผู้บริหารกระจายอำนาจให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้มีโอกาสเป็นผู้นำและผู้ตามในการทำงาน (ทีมนำ ทีมประสาน ทีมทำ) ประชุมวางแผน กำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่ายในกระบวนการทำงานเพื่อช่วยเหลือนักเรียนทั้ง ๕ ขั้นตอน คณะครูทุกคนแบ่งหน้าที่ และจัดทีมทำงาน โดยมีทีมนำร่วมกันวางแผนงาน วิเคราะห์การทำงาน ทีมประสานงานทั้งภายในและภายนอก และทีมทำเพื่อดูแลช่วยเหลือนักเรียน จัดตั้งคณะกรรมการสถานศึกษาสีขาวรับผิดชอบงานในแต่ละฝ่ายและบูรณาการความร่วมมือระหว่างครู ผู้ปกครอง นักเรียน ชุมชน และหน่วยงานภายนอก เช่น ตำรวจ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
A – Analysis (วิเคราะห์สถานการณ์) หมายถึง การวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อวางแผน ส่งผลให้โรงเรียนเข้าใจสภาพปัญหาอย่างถ่องแท้ และสามารถกำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะในโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข จำเป็นต้องอ้างอิงข้อเท็จจริงจากสถานการณ์ในโรงเรียนและชุมชนโดยรอบ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นของการดำเนินงาน สำรวจข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับปัญหายาเสพติดในโรงเรียน โดยรวบรวมข้อมูลจากฝ่ายปกครอง ฝ่ายแนะแนว และครูที่ปรึกษา ตรวจสอบสถิติการเกิดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การหนีเรียน เสพสารเสพติด จัดทำแบบสอบถามที่ครอบคลุมเรื่องทัศนคติ พฤติกรรม และความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด สัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อเข้าใจความคิดเห็น ความกังวล และข้อเสนอแนะของนักเรียนและผู้ปกครอง ประเมินระดับความเสี่ยงของนักเรียน เช่น การใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยง หรือการใช้เวลาในพื้นที่เสี่ยง วิเคราะห์สภาพแวดล้อม จุดแข็ง – จุดอ่อนของโรงเรียน ตรวจสอบพื้นที่ที่อาจเป็นจุดเสี่ยง มุมอับในโรงเรียน
M – Mission (กำหนดพันธกิจและเป้าหมาย) หมายถึง การมุ่งมั่นสร้างสรรค์และธำรงรักษาสถานศึกษาให้เป็นสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สร้างสรรค์ เอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้เรียนอย่างรอบด้าน โดยการป้องกัน เฝ้าระวัง แก้ไขปัญหายาเสพติดและอบายมุขทุกรูปแบบ รวมถึงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ทักษะชีวิต สร้างนโยบายสถานศึกษาสีขาว ร่วมประกาศเจตนารมณ์ เพื่อให้ผู้เรียนเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีภูมิคุ้มกันต่อปัญหา และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน โดยมีการกำหนดพันธกิจเป้าหมายชัดเจนสอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา
ขั้นตอนที่ ๒ D : Do (การปฏิบัติ)
M – Management (บริหารจัดการและลงมือปฏิบัติ) หมายถึง การบริหารจัดการทรัพยากรและกิจกรรมต่างๆ อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เพื่อขับเคลื่อนพันธกิจของโครงการสถานศึกษาสีขาวบูรณาการการดำเนินงานทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา เพื่อสร้างและคงไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมที่ปลอดยาเสพติดและอบายมุข รวมถึงการส่งเสริมพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ให้บรรลุผลสำเร็จ โดยเน้นการวางแผน การจัดองค์กร การนำและการควบคุมการดำเนินงาน รวมถึงการลงมือปฏิบัติจริงตามแผนที่วางไว้ ด้วยความร่วมมือของบุคลากรทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างมีส่วนร่วมและมีความรับผิดชอบ มีการบูรณาการการสอนในหลักสูตรเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด โดยมีการกำหนดแนวทางการดำเนินงานภายใต้ M (Management)
-การวางแผนงาน และกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ
-การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เช่น ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรภายนอก
-ระบบติดตาม ประเมินผล และรายงานผล อย่างต่อเนื่อง
-สร้างวัฒนธรรมองค์กร ที่เน้นคุณธรรม จริยธรรม และความปลอดภัยในสถานศึกษา
A – Action (ดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง) หมายถึง การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนเห็นคุณค่าในตนเองและมีค่านิยมที่ดี ร่วมกันทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมให้ นักเรียนได้เรียนรู้และมีคุณธรรมผ่านกิจกรรม เพื่อปลูกฝัง ป้องกัน และสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับนักเรียน ด้วยการเรียนรู้จากการลงมือกระทำจากการปฏิบัติจริงของนักเรียน โดยมีครูเป็นผู้ให้การแนะนำ ฝึกฝน อบรม เป็นการสร้างนิสัยให้นักเรียนมีนิสัยใฝ่รู้ ใฝ่ทำดี และใฝ่รักษาสุขภาพ เมื่อนักเรียนมีคุณธรรมหรือคุณลักษณะที่ดีย่อมไม่นำความรู้ไปใช้ในทางมิชอบ ไม่สร้างความเดือดร้อน เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม โดยแบ่งเป็น กิจกรรมตามมาตรการ ๔ ด้าน ได้แก่
ด้านที่ ๑ มาตรการป้องกัน
๑. กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและอบายมุข
๒. กิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลก
๓. กิจกรรมค่ายคุณธรรม
๔. กิจกรรมโรงเรียนวิถีพุทธ (ทำบุญตักบาตรถือปิ่นโตไปวัด/อบรมสุดสัปดาห์โดยพระสงฆ์ทุกวันศุกร์)
๕. กิจกรรมดนตรี นาฏศิลป์ และนันทนาการ
๖. กิจกรรมกีฬาต่อต้านยาเสพติด
๗. กิจกรรมส่งเสริมการแสดงออกวันสำคัญ
๘. กิจกรรมทดสอบสมรรถภาพทางกาย
๙. กิจกรรมเต้นแอโรบิกตอนเช้า
๑๐. กิจกรรมชุมนุม
๑๑. กิจกรรมห้องเรียนสีขาว
ด้านที่ ๒ มาตรการค้นหา
๑. กิจกรรมระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน/การเยี่ยมบ้าน
๒. กิจกรรมสุ่มตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด
ด้านที่ ๓ มาตรการรักษา
๑.กิจกรรมคลินิกเสมารักษ์/กิจกรรมแนะแนว
ด้านที่ ๔ มาตรการเฝ้าระวัง
๑. กิจกรรมครู D.A.R.E
๒. กิจกรรมลูกเสือเนตรนารีต้านภัยยาเสพติด
๓. กิจกรรมตู้แดงเสมารักษ์
ขั้นตอนที่ ๓ C : Check (ตรวจสอบ)
R – Reflection (สะท้อนผลและประเมินผล) หมายถึง การนำผลการดำเนินงานทุกกิจกรรม ทุกโครงการ มาสะท้อนความคิดที่ได้จากข้อค้นพบความคิดที่ได้เพื่อนำไปปรับปรุง พัฒนาต่อไป ซึ่งเป็นการทบทวนวิธีการทำงานทั้งด้านความสำเร็จและปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการทำกิจกรรม หลังจากนั้นจึงได้จัดกิจกรรม เพื่อร่วมมือกันของนักเรียน ครู ผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานที่ร่วมมือผู้นำชุมชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนานักเรียน ซึ่งในขั้นตอนนี้รวมถึงการ สะท้อนผลและประเมินผลประเมินผลการดำเนินงานภาคเรียนละ ๑ ครั้ง โดยมีกระบวนการดังนี้
-สรุปผลจากแบบประเมิน ความคิดเห็น และพฤติกรรมของนักเรียน
-รับฟังข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หมายถึง การวัดและประเมินผลโดยใช้เครื่องมือที่หลากหลายและเหมาะสมกับผู้เรียน ทั้งยังให้ผู้ปกครอง นักเรียนมีส่วนร่วมในการวัดและประเมินผลอีกด้วย ครูนำผลที่ได้จากการวัดผลและประเมินผลนักเรียนมาใช้ในการแก้ไขการจัดการเรียนการสอนต่อไป
ขั้นตอนที่ ๔ A: Action (การปรับปรุงการดำเนินการให้เหมาะสม)
A – Appreciation (ชื่นชม ยกย่อง และปรับปรุงต่อยอด) หมายถึง กระบวนการสร้างวัฒนธรรมแห่งการยกย่องคุณค่า การเรียนรู้ร่วมกัน และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของการขับเคลื่อนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนแนวคิดนี้เน้นการให้ความสำคัญกับ “คน” และ “ผลงาน” ด้วยการแสดงความขอบคุณ ชื่นชม และสนับสนุนให้มีการเรียนรู้ร่วมกัน อันจะนำไปสู่การพัฒนาเชิงบวกในระยะยาว โดยสามารถแยกแนวทางปฏิบัติออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ
-ยกย่องผู้มีบทบาทเด่น ยกย่องนักเรียน ครูต้นแบบ เครือข่าย ที่แสดงศักยภาพหรือมีบทบาทเด่นในการดำเนินกิจกรรม โดยการจัดทำ เกียรติบัตร/ประกาศเกียรติคุณ เพื่อเชิดชูและสร้างแรงบันดาลใจ สร้างพื้นที่ให้บุคคลต้นแบบได้ ถ่ายทอดประสบการณ์ เช่น ผ่านเวทีเสวนา หรือสื่อออนไลน์
-ประกาศผลกิจกรรม และมอบรางวัล สรุปผลกิจกรรมที่จัดขึ้น พร้อม เผยแพร่ผลการดำเนินงาน อย่างชัดเจน จัดพิธีมอบรางวัล เพื่อแสดงการยอมรับต่อความสำเร็จ สร้างเกณฑ์การประเมิน ที่โปร่งใสและเข้าใจง่าย
-ปรับปรุงและต่อยอดแผนในอนาคต ประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อหาข้อดี-ข้อจำกัด รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น ครู นักเรียน เครือข่าย นำสู่การปรับปรุงแนวทางให้สอดคล้องกับ สภาพแวดล้อมและบริบทในปีถัดไป
M – Measurement (การวัดผลและประเมินผล) หมายถึง กระบวนการวัดผล ประเมินผล และติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามนโยบายหรือกิจกรรมของสถานศึกษาสีขาว เพื่อให้สามารถทราบถึงประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และผลกระทบของกิจกรรมที่จัดขึ้น พร้อมนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีการดำเนินการดังนี้
๔. ผลการดำเนินงาน/ประโยชน์ที่ได้รับ
๔.๑ ผลที่เกิดตามวัตถุประสงค์
ผลการดำเนินงานการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ (Best Practice) ของโรงเรียนวัดธรรมาราม ภายใต้ชื่อว่า นักเรียนวัยใส ห่างไกลยาเสพติด โดยใช้รูปแบบ TAMMARAM Model ซึ่งกลุ่มเป้าหมายคือ นักเรียนโรงเรียนวัดธรรมาราม ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๔–๖ และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓ รวมจำนวน ๖ ห้องเรียน เมื่อมีการนำหลักการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศมาใช้เพื่อพัฒนาและป้องกันปัญหายาเสพติดและอบายมุขภายในโรงเรียนในครั้งนี้ สรุปได้ว่ามีผลการดำเนินงานที่สอดคล้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ดังนี้
*วัตถุประสงค์ข้อที่ ๑ เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ระเบียบวินัย ให้นักเรียนมีภูมิคุ้มกันที่ดีต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาและชุมชน จากการดำเนินการพบว่า คณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน หน่วยงาน และองค์กรอื่น ๆ มีความพึงพอใจต่อการดำเนินงานของโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่โรงเรียนได้จัดขึ้นเพื่อให้เป็นสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข อีกทั้งนักเรียนยังมีคุณธรรม และมีภูมิคุมกันที่ดีในเรื่องของการป้องกันตนเองจากยาเสพติดและอบายมุขทุกชนิด
*วัตถุประสงค์ข้อที่ ๒ เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดและอบายมุข มีทักษะและวิธีการป้องกันและห่างไกลจากยาเสพติดและอบายมุข จากการดำเนินการ พบว่า เมื่อโรงเรียนมีการตระหนักถึงความสำคัญเกี่ยวกับปัญหายาแสพติดและอบายมุขในสถานศึกษา เมื่อโรงเรียนมีการสานสัมพันธ์กับชุมชน และมีภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง โรงเรียนจะได้รับเบาะแส หรือการแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับการกระทำความผิดด้านยาเสพติดและอบายมุขได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งนักเรียนยังได้สร้างองค์ความรู้และสร้างภูมิคุ้มกันตนเองให้รู้จักโทษของยาเสพติดมากขึ้น ส่งผลให้เสพติดและอบายมุขไม่สามารถแพร่ระบาดเข้าสู่โรงเรียนได้โดยง่าย
*วัตถุประสงค์ข้อที่ 3 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมกระบวนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและอบายมุขของโรงเรียนวัดธรรมาราม ให้เข้มแข็งต่อเนื่องและยั่งยืน จากการดำเนินงานพบว่า เนื่องจากโรงเรียนมีการประสานงานและสะท้อนผลการทำงานอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการดำเนินการแบบมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและภาคีเครือข่ายทุกฝ่าย และที่สำคัญการดำเนินงานเพื่อป้องกันยาเสพติดและอบายมุขของโรงเรียนวัดธรรมาราม เป็นการมุ่งเน้นการป้องกันการแพร่ระบาดยาเสพติด ด้วยการสร้างความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจ สร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจและร่างกายให้แก่นักเรียนทุกคนอย่างทั่วถึง
*วัตถุประสงค์ข้อที่ 4 เพื่อส่งเสริมส่งเสริมสภาพแวดล้อมและสุขภาพที่ดีให้กับโรงเรียนและทุกคนในโรงเรียนวัดธรรมาราม จากการดำเนินการ พบว่า เมื่อโรงเรียนมีการนำวิธีปฏิบัติที่ดีเลิศ นักเรียนวัยใส ห่างไกลยาเสพติด โดยใช้รูปแบบ TAMMARAM Model มาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาปลอดยาเสพติดและอบายมุข ทำให้คุณครูสามารถดูแล ช่วยเหลือนักเรียนในชั้นเรียนของตนเองได้อย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ ผู้ปกครองมีความไว้วางใจ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อีกทั้งโรงเรียนยังมีการปรับปรุง พัฒนาสถานที่ให้มีความปลอดภัย น่าอยู่ น่าเรียน ส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งผลให้นักเรียนเกิดสุขภาพที่ดี ห่างไกลยาเสพติด และอบายมุข ทำให้ปัญหายาเสพติดและอบายมุขไม่สามารถแพร่ระบาดเข้าสู่โรงเรียนได้โดยง่าย
๔.๒ ผลสัมฤทธิ์ของงาน
จากการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ของโรงเรียนวัดธรรมาราม ภายใต้ชื่อว่า นักเรียนวัยใส ห่างไกลยาเสพติด โดยใช้รูปแบบ TAMMARAM Model มาอย่างต่อเนื่อง ผลการป้องกันปัญหายาเสพติดและอบายมุขของโรงเรียนวัดธรรมาราม พบว่า นักเรียน คณะครูและบุคลากรโรงเรียนวัดธรรมารามมีความพึงพอใจในการดำเนินงานโดยเฉลี่ย คิดเป็นร้อยละ ๙๘ อยู่ในระดับดีเด่น นอกจากนี้ในปีการศึกษา ๒๕๖๗ โรงเรียนวัดธรรมาราม ยังได้ดำเนินการตามกลยุทธ์และตัวชี้วัดให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ๕ ด้าน ได้แก่ ด้านการป้องกัน จำนวน ๔ ตัวชี้วัด ด้านการค้นหา จำนวน ๓ ตัวชี้วัด ด้านการรักษา จำนวน ๒ ตัวชี้วัด ด้านการเฝ้าระวัง จำนวน ๒ ตัวชี้วัด และด้านการบริหารจัดการ จำนวน ๕ ตัวชี้วัด รวมทั้งสิ้น ๑๖ ตัวชี้วัด ซึ่งจากผลการดำเนินงานตามโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด และอบายมุขของโรงเรียนวัดธรรมาราม ประเด็นสำคัญที่สุด คือ นักเรียนโรงเรียนวัดธรรมาราม เป็นนักเรียนกลุ่มปลอด คิดเป็น ๑๐๐ %