โรงเรียนบ้านทับเดื่อ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2

เผยแพร่รูปแบบการพัฒนา TDPSS Model
นวัตกรรม : รูปแบบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม TDPSS Model ( 5 ร่วมพัฒนา) โรงเรียนบ้านทับเดื่อ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึ

โรงเรียนบ้านทับเดื่อ ได้นำนวัตกรรมรูปแบบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม TDPSS Model ( 5 ร่วมพัฒนา) โรงเรียนบ้านทับเดื่อ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 มาพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาและอภิปรายพอสังเขป ดังนี้

1) ร่วมคิด : Think Together (T) ได้นำนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนาเพื่อแก้ปัญหา โดยร่วมกันคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ นโยบายและเป้าหมายของการจัดการศึกษาทั้งในระดับปฐมวัยและระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงมีการประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาระบบการจัดการศึกษาของโรงเรียนบ้านทับเดื่อที่ประกอบด้วย หลักสูตรสถานศึกษา การบริหารจัดการหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร การพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์และ
การพัฒนาสื่อและแหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล รวมทั้งสิ่งสนับสนุนการจัดการศึกษาที่สนองต่อความต้องการที่หลากหลายของผู้เรียน ได้แก่ นวัตกรรม/การวิจัยใน การบริการวิชาการ การสร้างเครือข่ายสังคมแห่งการเรียนรู้ และการประกันคุณภาพการศึกษา จากนั้น จึงกำหนดเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพนักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนร่วมกันภายใต้โครงการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในเพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก โดยมุ่งเน้น การจัดการศึกษาตามมาตรฐานที่กำหนดและ เน้น
การส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามความสามารถที่พิเศษเหมาะสมกับ ความแตกต่างระหว่างบุคคล นอกจากนี้ยังได้ร่วมกันทบทว ผลการจัดการเรียนการสอนของปีการศึกษาที่ผ่านมา จากข้อมูลเชิงประจักษ์ บริบท โอกาสวิกฤติ ปัญหา และอุปสรรค เมื่อพบว่าดีเหมาะสมอยู่แล้ว จึงต่อยอดและสานต่อ แต่หากพบว่ายังมีข้อบกพร่อง ก็มีการปรับปรุงแก้ไขหรือคิดใหม่ ทำใหม่ นอกจากนี้ยังร่วมกันแบ่งปันความคิดซึ่งกันและกัน เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่ นักเรียนอย่างสุงสุด และเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ พบว่า ประเด็น ร่วมคิด : Think Together (T)  ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งรูปแบบดังกล่าว สอดคล้องกับศิริเกศ เพ็ชรขา. (2565 : 13) ได้ กล่าวว่า การที่บุคคลทุกฝ่ายได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ มีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน มีส่วนร่วม ในด้านแสดงความคิดเห็นและการตัดสินใจเพื่อให้งานบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

            2) ร่วมทำ : Do Together (D) ได้นำนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนาเพื่อแก้ปัญหา โดยปรับปรุงและพัฒนากระบวนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ ด้วยรูปแบบทีมงานคุณภาพ เพื่อมุ่งเน้นให้โรงเรียนบรรลุเป้าหมาย ครอบคลุมนโยบายและมาตรฐานการศึกษาของชาติ พัฒนาคุณภาพของผู้เรียน และพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมนำสู่ การปฏิบัติได้ โดยใช้การมีส่วนร่วมเป็นสำคัญ มีการประสานความร่วมมือกับสถานศึกษาอื่นและองค์กร/หน่วยงานอื่น โดยกำหนดเป็นหลัก 5 ร่วม คือ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมนำนโยบายสู่การปฏิบัติ ร่วมเร่งรัดการนิเทศ ติดตามและสะท้อนผล ร่วมสรุป รายงานผล แลกเปลี่ยนและเผยแพร่ พบว่า ประเด็น ร่วมทำ  Do Together (D) สามารถส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้เป็นอย่างดี สอดคล้องกับสันติ บุญภิรมย์ ซึ่งได้กล่าวถึง การร่วมทำ ว่าต้องนำผลของการร่วมคิดที่ได้ตก ผลึกแล้วนำไปสู่การปฏิบัติในระยะเวลาที่เหมาะสม สอดคล้องกับความรู้ความสามารถของครูแต่ละคนและความ แตกต่างที่ก่อประโยชน์ต่อนักเรียนอย่างเต็มศักยภาพ อ้างถึงในทับทิม แสงอินทร์. 2559 : (หน้า 16)

          3) ร่วมนำนโยบายสู่การปฏิบัติ : Policy & Practice Together (P) ได้นำนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนาเพื่อแก้ปัญหา โดยนำนโยบายทุกระดับที่โรงเรียนต้องดำเนการมาวิเคราะห์ และสร้างแนวทางการปฏิบัติร่วมกันภายใต้บริบทของโรงเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาสู่การปฏิบัติใน โรงเรียนและดำเนินการบริหารจัดการและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนในด้านต่างๆ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของนโยบายที่กำหนดให้ประสบความสำเร็จในทุกด้าน พบว่า ร่วมนำนโยบายสู่การปฏิบัติ : Policy & Practice Together (P) ส่งผลให้เกิดคุณภาพการศึกษาอย่างแน่นอน ทั้งนี้เพราะ นโยบายเป็นเป้าหมายสำคัญที่สถานศึกษาต้องขับเคลื่อให้สอดคล้องกับภารกิจของสถานศึกษา สอดคล้องกับคณิต ธัญญะภูมิ ได้ศึกษาวิจัย พบว่า กระบวนการนำ นโยบายไปปฏิบัติในสถานศึกษาให้บรรลุความสำเร็จประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ คือ 1) กำหนดเป็นนโยบายและสร้างการยอมรับ 2) จัดโครงสร้างงาน 3) จัดทำแผนปฏิบัติการ 4) การกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงาน 5) พัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นของครู 6) กำกับติดตามและประเมินผล และ 7) สร้างเครือข่ายสนับสนุนการปฏิบัติงาน อ้างถึงในเก็จกนก เอื้อวงศ์. 2565 : (หน้า 79)

          4) ร่วมเร่งรัดการนิเทศ ติดตามและสะท้อนผล : Supervision & Reflection  (S)
ได้นำนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนาเพื่อแก้ปัญหา โดยแต่งตั้งคณะกรรมกานิเทศ ติดตาม กำหนดปฏิทินการนิเทศร่วมกัน สร้างเครื่องนิเทศร่วมกัน และดำเนินการนิเทศร่วมกันในรูปแบบการนิเทศที่หลากหลาย แบบกัลยาณมิตร ช่วยให้เสริมสร้างกระบวนการดูแลและติดตามการทำงานให้ดีมากยิ่งขึ้น สามารถเห็นผลได้อย่างเป็นรูปธรรมโดยอาศัยกระบวนการปฏิบัติงานและดำเนินการนิเทศร่วมกันระหว่างผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศเพื่อที่จะพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการจัดการศึกษาและการจัดการเรียนการสอนของครูอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง พบว่า ประเด็น ร่วมเร่งรัดการนิเทศ ติดตามและสะท้อนผล : Supervision & Reflection  (S) เป็นการเร่งรัดการนิเทศที่มุ่งแก้ปัญหาและพัฒนาการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบและจะสามารถยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนผ่านการปฏิบัติงานของครูได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับ สุทธนู ศรีไสย์ 2561 : (หน้า 25)  ได้กล่าวถึงการนิเทศมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูซึ่งเป็นผู้สอนหลักในระบบโรงเรียน สำหรับความหมายของการนิเทศตั้งแต่อดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ได้มีการเปลี่ยนแปลงหรือมีจุดเน้นแตกต่างกันออกไปในแต่ละยุคสมัย แต่อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงแต่ละยุคนั้นมีจุดมุ่งหมายที่ตรงกันก็คือ ต้องการปรับปรุงการเรียนการสอนให้มีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งในอดีตการนิเทศในรูปของบุคคลที่เป็นครูของครู ให้คำแนะนำหรือสาธิตวิธีสอนใหม่ๆ รวมทั้งการสร้างหรือการใช้อุปกรณ์การสอนให้เหมาะสมกับบทเรียนให้กับครูผู้สอน แต่ในปัจจุบันนี้ ได้มีขอบเขตและมีความหมายกว้างออกไปมาก จุดเน้นในปัจจุบันจะคำนึงถึงทุกองค์ประกอบทางการศึกษาที่จะทำให้การสอนของครูมีประสิทธิภาพสูงขึ้น องค์ประกอบเหล่านี้ ได้แก่ การช่วยเหลือครูผู้สอนโดยตรงให้มีการปรับปรุงด้วยตนเองอยู่เสมออ้างถึงในอภิสรา กังสังขง 2561 : (หน้า 25) นอกจากนี้ ยังร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในชุมชนการเรียนรู้ (Professional learning community) อย่างกัลยาณมิตร รวมทั้งติดตาม ตรวจสอบ ช่วยเหลือ ให้คำแนะนา เพื่อการพัฒนางานและการปฏิบัติงานที่เป็นเลิศสู่ ระดับสากลด้วยกระบวนการพัฒนาวิชาชีพ โดยใช้แนวทางของ coaching และ mentoring มีการสะท้อนผลการปฏิบัติงาน ร่วมกับการสร้างขวัญ กำลังใจ และการเสริมพลัง (Empowerment) แก่นักเรียนและบุคลากรทุกคน สอดคล้องกับ ทิพวรรณ เสนจันทร์ฒิชัย ได้กล่าวถึง การร่วมกันสร้างโอกาสสร้างๆทุกสถานการณ์ให้เป็นโอกาส หรืออุปสรรค ดำเนินการใดๆ ก็ตามที่ก่อให้เกิดผลดีต่อผู้เรียน บุคลากร สถานศึกษาและชุมชน และการมุ่งผลสัมฤทธิ์ เพราะ ผลสัมฤทธิ์เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการปฏิบัติงาน ที่ส่งผลต่อคุณของผู้เรียนและคุณภาพของการศึกษา รวมถึงการประเมินผล กิจกรรมตลอดจนร่วมกันปรับปรุงแก้ไข อ้างถึงในทับทิม แสงอินทร์. 2559 : (หน้า 17)

          5) ร่วมสรุป รายงานผล แลกเปลี่ยนเผยแพร่ : Summarize & Report (S) ได้นำนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนาเพื่อแก้ปัญหา โดยประชุมปรึกษาหารือผ่านชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อสรุปผลการดำเนินงาน นำเสนอความก้าวหน้าในการดำเนินงาน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งการพัฒนาดังกล่าว ได้ดำเนินการภายใต้ภาคีเครือข่ายความร่วมมือ (MOU) และพัฒนาช่องทางการรับฟังความคิดเห็นจากนักเรียน ครู ผู้ปกครอง การสะท้อนกลับ ปรับปรุง มุ่งให้เกิดการพัฒนา ทบทวน
การดำเนินการจัดการเรียนรู้ และข้อเสนอแนะ ปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้น การสะท้อนสิ่งที่ดำเนินการแล้วจากกระบวนการหรือแผนที่วางไว้ร่วมกัน โดยการนำไปเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้กับ
ความสอดคล้อง ความเหมาะสม ความเชื่อถือได้ และความเป็นไปได้ว่ามีมากน้อยเพียงใด และมีความสัมพันธ์กันกับกระบวนการที่ได้ออกแบบไว้หรือไม่ อย่างไร เพื่อนำใช้ปรับปรุง แก้ไขและพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืน จากนั้น ร่วมกันวิเคราะห์ผลและสรุปรายงานเพื่อปรับปรุงแผนการดำเนินงาน เพื่อนำมาพัฒนาคุณภาพของนักเรียนและคุณภาพของสถานศึกษาในรูปแบบรายงานผลสัมฤทธิ์ผลการดำเนินงาน รายงานต่อ หน่วยงานต้นสังกัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสาธารณชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และมาตรฐานการปฏิบัติงาน และพบว่า ประเด็น ร่วมสรุป รายงานผล แลกเปลี่ยนเผยแพร่ : Summarize & Report (S) ได้สอดคล้องกับวรินทร จินดาวงศ์. 2565.
(หน้า 113) ได้กล่าวถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ เป็นกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานของกลุ่มบุคคลที่มีการรวมตัวกันเพื่อทำงานได้เรียนรู้จากกันและกัน และเป็นโอกาสที่ดีสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษามีแนวคิดใหม่ในการพัฒนาที่มั่นคง สม่ำเสมอ การเสนอแนะระหว่างเพื่อนร่วมวิชาชีพเพื่อปรับกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น โดยนำหลักสังคหวัตถุ 4 ประกอบด้วย ทาน
ปิยวาจา อัตถจริยา และสมานัตตตา เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจและเพิ่มพูนประสิทธิภาพให้บุคลากรมีคุณภาพ คุณธรรม จริยธรรม และมีคุณภาพชีวิต และมีความสมดุลระหว่างชีวิตกับการปฏิบัติงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อองค์กร ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน

 

 
ส่งข่าวโดย :   เมื่อวันที่ : 30 สิงหาคม 2567 เวลา 10. 50 น. เปิดอ่าน: 6 ครั้ง ไอพี:: 182.232.95.26 [ปิดหน้าต่าง]
Comments with Facebook
5 ข่าวล่าสุดในหมวดเดียวกัน

เผยแพร่รูปแบบการพัฒนา TDPSS Model [30 สิงหาคม 2567 เวลา 10. 50 น.] [อ่าน 6 ครั้ง]
ระบบเว็บไซต์สถานศึกษา  WEB School CMS V.2
Ⓒ Copyright 2024 [ติดต่อทีมพัฒนา]