ประวัติโรงเรียนบ้านแป-ระเหนือ
ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษา
1.1 ข้อมูลทั่วไป
ชื่อโรงเรียน บ้านแป-ระเหนือ ที่ตั้ง ม.4 ตำบลแป-ระ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล e-mail phera-n@hotmail.com เปิดสอนระดับชั้นอนุบาล 1
ถึง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เนื้อที่ 7 ไร่ 20 ตารางวา เขตพื้นที่บริการตำบลแป-ระ 3 หมู่บ้าน
ได้แก่ หมู่ที่ 2, หมู่ที่ 3, หมู่ที่ 4 ตำบลแป-ระ อำเภอท่าแพ จังหวัดสตูล
ผู้บริหารสถานศึกษาชื่อ นายอดุลย์ เตาวะโต วุฒิการศึกษาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา ดำรงตำแหน่งนี้ที่โรงเรียนตั้งแต่ 9 ตุลาคม 2557 ถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน
ประวัติโรงเรียนโดยย่อ
โรงเรียนบ้านแป-ระเหนือ เป็นโรงเรียนแห่งที่ 2 ของ ตำบล แป-ระ อำเภอเมือง (เดิม) จังหวัดสตูล โดยราษฎรจัดสร้างขึ้นในที่ดินว่างเปล่า เป็นอาคารชั่วคราวและได้เชิญกำนัน โต๊ะอิหม่าม มาทำพิธีเปิด เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2497 มี นายสวัสดิ์ หมีนพราน เป็นครูใหญ่ คนแรก
เปิดเรียนวันแรก มีนักเรียนทั้งสิ้น 72 คน มาเรียนวันแรก 60 คน ได้เชิญ นายบ่าวนุ้ย สืบเหม กำนันตำบลแป-ระ พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน โต๊ะอิหม่าม โต๊ะครู ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนบ้านแป-ระใต้
ซึ่งเป็นโรงเรียนแม่ ทำพิธีเปิดอาคารเรียน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึงเวลา 08.15 น. ร่วมกล่าวขอพร
(ดุอาอ์) ตามหลักศาสนาอิสลาม ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน เวลา 12.30 น. ต่อมาได้จัดปฐมนิเทศนักเรียน ชี้แจงกฎ ระเบียบข้อบังคับต่างๆ เวลา 15.00 น. ให้นักเรียนกลับบ้าน
อาคารเรียนหลังแรก เป็นอาคารชั่วคราวขนาด 7 x 8 เมตร หลังคามุงจาก ฝาไม้ไผ่ขัดแตะ พื้นดิน
มีห้องเรียน 1 ห้อง โต๊ะ เก้าอี้ 18 ชุด นักเรียนนั่งได้ชุดละ 4 คน โต๊ะครูเป็นแบบชั่วคราว 2 ชุด นายหลี ซะยานัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 บริจาคไม้ 1 แผ่น ราคา 50 บาท
สภาพพื้นที่เป็นที่ดินว่างเปล่า ที่ราบต่ำ กว้างประมาณ 27 วา ยาว 24 วา ขนาดพื้นที่ 5 ไร่
1 งาน 20 ตารางวา ราคา ประมาณ 600 บาท มูลค่ารวมทั้งที่ดิน อาคารเรียนและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ 4,360 บาท
ปี 2552 ได้รับเงินสนับสนุนจาก คณะกรรมากรหมู่บ้าน หมู่ที่ 4 ตำบลแป-ระ อำเภอ
ท่าแพ จังหวัดสตูล ให้พัฒนาและปรับปรุงห้องละหมาดของโรงเรียน จำนวน 28,000 บาท
ปีการศึกษา 2553 ได้ร่วมกับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทักษิณ สร้างศาลาเพิ่มภูมิ เป็นแหล่งเรียนรู้พืชผักสมุนไพรให้แก่นักเรียนและชุมชนได้รับมอบศาลาเพิ่มภูมิ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 และ โรงเรียนได้ร่วมกับผู้มีจิตศรัทธา สร้างที่อาบน้ำละหมาดแก่นักเรียนพร้อมใช้งานและสามารถอาบน้ำละหมาดได้ครั้งละหลายๆ คน
ปีการศึกษา 2554 มีการปรับปรุงอาคารเรียนที่น้ำท่วม ปรับระดับพื้นห้องเรียนให้สูงขึ้นและขุดลอกคูระบายน้ำให้ถ่ายเทให้สะดวกเพื่อป้องกันน้ำท่วม ปรับถนนหน้าอาคารเรียนให้สูงขึ้น ด้วยงบประมาณปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 โครงการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียนอาคารประกอบและสิ่งก่อสร้างอื่นที่ชำรุดทรุดโทรมและประสบอุบัติภัย งบประมาณ 588,000 บาท
ปีการศึกษา 2555 ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างรั้วโรงเรียนแทนรั้วเดิมที่ชำรุด ความยาว 150 เมตร ตามแผนงานแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงการพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยงบประมาณ 420,000 บาท
ปีการศึกษา 2557 ได้รับงบประมาณในการถมสนามฟุตบอลโรงเรียนและทำคูระบายน้ำ คสล. ความยาว 100 เมตร เพื่อป้องกันน้ำท่วม ตามโครงการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียนอาคารประกอบและสิ่งก่อสร้างอื่นที่ชำรุดทรุดโทรมและประสบอุบัติภัย งบประมาณ 563,810 บาท และได้รับงบประมาณตามโครงการสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานค่าก่อสร้าง ปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งก่อสร้างอื่นที่ชำรุดทรุดโทรมและประสบภัย งบประมาณ 241,000 บาท
ปีการศึกษา 2558 ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างรั้ว ตามโครงการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในระยะ 3 เดือนแรก โครงการสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ค่าปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งก่อสร้างอื่นที่ชำรุดทรุดโทรมและประสบภัย งบประมาณ 974,400 บาท และได้รับงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนานเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ งบลงทุน งบประมาณ 150,000 บาท
ปีการศึกษา 255๙ มีการสร้างอาคารละหมาด ในงบประมาณ 650,000 บาท ด้วยเงินบริจาค ในนาม มูลนิธิรัศมีจรัสแสงเพื่อความดี จำนวน ๔๐๐,๐๐๐ บาท และเงินสมทบของผู้มีจิตศรัทธาจำนวน ๒๕๐,๐๐๐ บาท ต่อมาทางโรงเรียนได้ต่อเติมอาคารละหมาดหลังดังกล่าวด้วยเงินบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา อีกจำนวน 2๐๐,๐๐๐บาท เพื่อให้อาคารละหมาดมีความพร้อมและสามารถอำนวยความสะดวก ได้มากยิ่งขึ้น

![]()

แผนผังโรงเรียน
ข้อมูลสภาพชุมชนโดยรวม
1) สภาพชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนมีลักษณะ เป็นชุมชนอิสลาม มีประชากรประมาณ 1,500 คน บริเวณใกล้เคียงโดยรอบโรงเรียน ได้แก่ มัสยิด, ศูนย์การเรียน กศน. และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.แป-ระ อาชีพหลักของชุมชน คือ ทำสวนยางพารา และทำนา ส่วนใหญ่นับถือศาสนา อิสลาม ประเพณี/ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป คือ ลิเกฮูลู , เทศกาลวันฮารีรายา และอาชูรอ
2) ผู้ปกครองส่วนใหญ่ จบการศึกษาระดับ ต่ำกว่าปริญญาตรี อาชีพหลัก คือ ทำสวนยางพารา และทำนา ส่วนใหญ่นับถือศาสนา อิสลาม ฐานะทางเศรษฐกิจ/รายได้โดยเฉลี่ยต่อครอบครัว
ต่ำกว่า 30,000 บาท/ปี จำนวนสมาชิกในครอบครัวเฉลี่ย 4 คน/ครอบครัว
3) โอกาสและข้อจำกัดของโรงเรียน
โอกาสของโรงเรียน
1. เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในชุมชนที่มีสภาพชุมชนมุสลิมหรือประชากรนับถือศาสนาอิสลาม 100 % และเป็นชุมชนที่ เคร่งครัดในเรื่องหลักการและวิถีชีวิตแบบอิสลาม ทำให้ง่ายต่อการเรียนการสอนและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมแบบอิสลาม เป็นโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษาในโรงเรียนของรัฐ (อิสลามแบบเข้ม) ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบอิสลามของชุมชนเป็นอย่างดี
2. สภาพเศรษฐกิจของผู้ปกครองค่อนข้างดี เนื่องจากส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางพาราและ มีที่ทำกินเป็นของตนเอง จึงมีรายได้เพียงพอพอที่จะส่งเสริมให้บุตรหลานได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น อีกทั้งในชุมชน มีแบบอย่างจากรุ่นพี่ที่จบการศึกษาแล้วสามารถประกอบอาชีพที่มั่นคง เช่น ครู พยาบาล งานธนาคาร และวิสาหกิจ ต่าง ๆ จึงเป็นค่านิยมในชุมชนที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะเห็นความสำคัญของการศึกษาต่อในระดับสูง ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามหลักศาสนาไปด้วย ทำให้ชุมชนแป-ระเหนือเป็นชุมชนที่ยึดมั่นในคุณธรรมเป็นส่วนใหญ่
3. โรงเรียนบ้านแป-ระเหนือเป็นโรงเรียนที่มีเขตบริการ 3 หมู่บ้าน โดยได้รับการสนับสนุน ด้านงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบล.แป-ระมาอย่างต่อเนื่อง เช่น งบประมาณสนับสนุนโครงการกิจกรรม วันเด็ก และชุมชนให้ความสำคัญในการจัดกิจกรรมเช่น การจัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาสี กิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ วันแม่แห่งชาติ วันสำคัญทางศาสนา พัฒนาสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน เครือข่ายระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน งานจัดนิทรรศการวิชาการ เผยแพร่ผลงานต่อสาธารณชน แหล่งเรียนรู้ชุมชน การพัฒนาและส่งเสริมการการอ่านของนักเรียน และกิจกรรมทางวิชาการ
ข้อจำกัดของโรงเรียน
โรงเรียนมีสภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม ในช่วงฤดูฝนทำให้น้ำท่วมพื้นที่ในบริเวณโรงเรียน ก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรคต่อการต่อการจัดการเรียน เอกสารและสื่อการเรียนการสอนได้รับความเสียหาย ทำให้สิ้นเปลืองเวลาและงบประมาณในการปรับปรุง ซ่อมแซม อาคารเรียน อาคารประกอบ วัสดุอุปกรณ์และสภาพแวดล้อมที่ชำรุดเสียหายจากน้ำท่วม
และชุมชนมีแหล่งเรียนรู้ในด้านเทคโนโลยีน้อยมาก คนชุมชนไปประกอบอาชีพต่างถิ่นประชาชนมีรายได้ไม่แน่นนอนขึ้นอยู่กับฤดูกาล ผู้ปกครองบางส่วนไม่ให้ความสำคัญของการศึกษา ทำให้เกิดปัญหาเด็กขาดเรียน ส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน