ประวัติโดยย่อ
โรงเรียนวัดหน้าเมือง จัดตั้งเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๐๙ ในพื้นที่ของวัดหน้าเมือง โดยการริเริ่มของพระมหากระจ่างฐิติธมฺโม (พระครูปฏิภาณธรรมรัตน์) ร่วมกับชุมชนบ้านหน้าเมือง ในปีแรกใช้ศาลาการเปรียญของวัดหน้าเมือง หรือที่เรียกกันว่า ศาลาจอมพล เป็นที่ทำการเรียนการสอนเรียน มีนักเรียน จำนวน ๓๐ คน ครูใหญ่คนแรกคือ นายศุภโชค นวลขาว
เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๙ ได้รับงบประมาณ จำนวน ๓๕,๐๐๐ บาท สร้างอาคารเรียนแบบ
ป.๑ช ขนาดของอาคารเรียน ๘.๕๐/๑๘ เมตร เป็นอาคารยกพื้นสูง ๗๐ เซนติเมตร หลังคามุงสังกะสี ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวัด โดยวัดอนุญาตให้ใช้ที่ดิน ๕ ไร่ แต่ไม่มีหลักฐานการมอบแต่อย่าง การเรียนของนักเรียนต้องนั่งพื้น เพราะไม่มีโต๊ะ ม้านั่ง
การจัดการเรียนการสอน
ปีการศึกษา ๒๕๐๙ เปิดสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
ปีการศึกษา ๒๕๑๐-๒๕๑๒ เปิดสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒-๔
ปีการศึกษา ๒๕๑๗ เปิดสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕-๖
ปีการศึกษา ๒๕๓๐ โรงเรียนเปิดทำการสอนชั้นเด็กเล็ก ๑ ห้องเรียน มีนักเรียน ๒๕ คน
ต่อมาเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๔ นายคลาด ปานเพชร อาจารย์ได้ขอขยายเนื้อที่จากวัดหน้าเมืองเพิ่มเติมอีก ๕ ไร่ เพื่อใช้เป็นสนามฟุตบอลและแปลงเกษตร รวมมีเนื้อที่ทั้งหมด ๑๐ ไร่ ๑ งาน ๘ ตารางวา
ปัจจุบันโรงเรียนวัดหน้าเมือง มีอาคารเรียนทั้งหมด ๓ หลัง จำนวน ๑๐ ห้องเรียน ใช้เป็น
ห้องเรียน จำนวน ๖ ห้อง ๘ ชั้นเรียน ประกอบด้วย ชั้นอนุบาล ๑,๒ จำนวน ๑ ห้อง ชั้น ป. ๔,๕ จำนวน ๑ ห้อง ส่วน ชั้น ป.๑,ป.๒, ป.๓ และ ป.๖ ชั้นละ ๑ ห้อง นอกจากนั้น จัดให้เป็นห้องพิเศษต่าง ๆ ประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ จำนวน ๑ ห้อง ห้องประชุม/ห้องโสตทัศนศึกษา จำนวน ๑ ห้อง ห้องสมุด จำนวน ๑ ห้อง ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์และห้องสภานักเรียน จำนวน ๑ ห้อง
อาคารประกอบ ได้แก่ โรงอาหาร จำนวน ๑ หลัง ห้องส้วม จำนวน ๓ หลัง มี ๙ ที่นั่ง ได้รับ
การปรับปรุงซ่อมแซมใช้การได้ทั้ง ๙ ที่นั่ง
โรงเรียนยังขาดแคลนห้องปฏิบัติการต่าง ๆ ที่จำเป็น เช่น ห้องปฏิบัติการทางภาษา และห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่ได้มาตรฐาน ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ซึ่งได้มาจากการระดมทุนในการจัดซื้อ มีจำนวนจำกัด ไม่เพียงพอกับจำนวนผู้เรียน
โรงเรียนได้จัดการศึกษา ๒ ระดับคือ ระดับก่อนประถมศึกษาเพื่อให้นักเรียนในวัยนี้ได้รับการพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญาเต็มตามศักยภาพ มีคุณธรรมจริยธรรม และมีความพร้อมในการเข้าเรียนระดับประถมศึกษาอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน และระดับประถมศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในวัยการศึกษาภาคบังคับทุกคนได้เรียนจนจบหลักสูตร มีความรู้ มีทักษะ เจตคติ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรปัจจุบัน