ประวัติชุมชนบ้านหนองบัว
ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านหนองบัว ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ (2541) กล่าวไว้จากคำบอกเล่าของนางสาวปราณี ถาวระ และ ส.ต.อ.วิรัตน์ เมฆาวรรณ์ ทราบว่าชื่อหมู่บ้านหนองบัว ตั้งขึ้นตามภูมิประเทศที่มีหนองน้ำ และหนองน้ำดังกล่าวเคยมีอยู่ ชาวบ้านร่วนเก่าแก่เรียกว่า “ลุ่มพันเต” (ปัจจุบันอยู่ในเขตหมู่ที่ 4 บ้านน้ำพุ) มีลักษณะเป็นมาบหรือลำลานกว้าง ซึ่งมีน้ำจากคลองท่าดีไหลผ่านเข้าออกอยู่บ้างในลุ่มหรือมาบดังกล่าวนี้มีน้ำพุหรือน้ำผุดขึ้น เป็นครั้งคราว มีบัวอยู่กอหนึ่ง ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า หนองบัว เมื่อมีผู้คนมาตั้งถิ่นฐานมากขึ้น จึงพากันเรียกหมู่บ้านนี้ว่า บ้านหนองบัว
นางสาวปราณี ถาวระ เล่าว่าหมู่บ้านหนองบัวเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ มีอายุกว่า 200 ปี เป็นชุมชนที่ชาวเหนือ (ชาวอำเภอลานสกา) สมัยโบราณรู้จักดี เพราะเป็นจุดแวะพักของชาวเหนือที่ใช้เรือขึ้นล่องระหว่างหัวเมืองกับลานสกาหรือท่าดี ระหว่างขาล่องเมื่อเหนื่อยก็แวะพักดื่มน้ำหรือรับประทานข้าวห่อ ละแวกบ้านหนองบัว เพระลำคลองช่วงนี้ร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่ เดิมเคยมี หาดทรายขาวสะอาด ยาวขนานไปกับคลองครั้นขาขึ้นเมื่อถึงบริเวณบ้านหนองบัว (หรือหัวสะพานหนองบัวปัจจุบัน) ซึ่งมักเป็นเวลาใกล้ค่ำพวกเรือเหนือก็พักแวะจอดพักค้างคืนที่หาดทรายริม คลองท่าดีคราวละหลาย ๆ ลำ บางลำก็จอดหุงหาอาหาร บางลำก็รับประทานข้าห่อที่พกมา บางลำก็จอดขายสินค้าให้แก่ชาวบ้าหนองบัว นับเป็นภาพวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายที่หาไม่ได้อีกแล้วในปัจจุบัน เมื่อทางราชการแบ่งเขตปกครองในพื้นที่ ตำบลไชยมนตรี จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ ว่าบ้านหนองบัว สืบมา
ลักษณะทางกายภาพ บ้านหนองบัวเป็นหมู่บ้านที่ 3 ของตำบลไชยมนตรี อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วยกลุ่มบ้าน 3 กลุ่ม คือ บ้านหนองบัว บ้านน้ำพุ และ บ้านย่านซื่อ
สถาบันการศึกษาในหมู่บ้านคือ โรงเรียนวัดหนองบัว สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ เนื้อที่ประมาณ 1.75 ไร่ ส่วนสถาบันการศาสนา คือ วัดหนองบัว เนื้อที่ประมาณ 2.50 ไร่ บนฝั่งคลองท่าดีนอกเหนือไปจากชาวบ้านหนองบัวจะมาทำบุญแล้วยังมี ชาวบ้านอีกหลายสิบครัวเรือนในบ้านนพเคียน (หมู่ที่ 5 ตำบลไชยมนตรี) มาทำบุญที่วัดนี้เป็นประจำ
วัดหนองบัวเป็นวัดเก่าแก่ แต่ไม่มีหลักฐานซึ่งแสดงว่าสร้างแต่ครั้งใด มีคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านสืบต่อกันมาว่าน่าจะสร้างมาแล้วไม่น้อยกว่า 150 ปี ในชื่อวัดนาเข แต่เดิมตั้งอยู่ในที่ลุ่มซึ่งเรียกว่า ลุ่มพันเต ลักษณะเป็นแอ่งน้ำระยะหญ้าน้ำท่วมขังมาก จึงย้าย วัดขึ้นมาตั้งบนตลิ่ง (อันเป็นที่ตั้งวัดในปัจจุบัน) เจ้าอาวาสรูปแรก ๆ ไม่ทราบชื่อแน่ชัด แต่เมื่อ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นวัดราษฎร เมื่อ พ.ศ. 2471 ก็มีเจ้าอาวาสรูปแรกชื่อหลวงพ่อเพ็งจันทร์ (เกิดเมื่อวันจันทร์ เดือนสิบ ปี มะเส็ง พ.ศ. 2411) และได้เปลี่ยนชื่อวัดมาเป็นวัดหนองบัวตาม ชื่อหมู่บ้านตราบปัจจุบัน
ลักษณะทางการคมนาคม เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านหนองบัว แต่เดิมมีสองสายคือ ถนนยวนแหล – หนองบัว ซึ่งผ่านหมู่บ้านน้ำพุ เข้ามาถึงบ้านหนองบัว เป็นถนนขนาดเล็กผิวจราจร 3.5 เมตร ลาดยางตลอดสาย และถนนสายหนองบัว – ศาลาใหม่ ซึ่งเป็นถนนคอนกรีตเสริมไม้ไผ่ผิวจราจร 3.5 เมตร ปัจจุบันมีถนนเลียบคลองส่งน้ำชลประทานเพิ่มขึ้นอีกสายหนึ่ง ทำให้สะดวกแก่การจราจรมากขึ้น
3
ชาวบ้านอีกหลายสิบครัวเรือนในบ้านนพเคียน (หมู่ที่ 5 ตำบลไชยมนตรี) มาทำบุญที่วัดนี้เป็นประจำ
วัดหนองบัวเป็นวัดเก่าแก่ แต่ไม่มีหลักฐานซึ่งแสดงว่าสร้างแต่ครั้งใด มีคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านสืบต่อกันมาว่าน่าจะสร้างมาแล้วไม่น้อยกว่า 150 ปี ในชื่อวัดนาเข แต่เดิมตั้งอยู่ในที่ลุ่มซึ่งเรียกว่า ลุ่มพันเต ลักษณะเป็นแอ่งน้ำระยะหญ้าน้ำท่วมขังมาก จึงย้าย วัดขึ้นมาตั้งบนตลิ่ง (อันเป็นที่ตั้งวัดในปัจจุบัน) เจ้าอาวาสรูปแรก ๆ ไม่ทราบชื่อแน่ชัด แต่เมื่อ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นวัดราษฎร เมื่อ พ.ศ. 2471 ก็มีเจ้าอาวาสรูปแรกชื่อหลวงพ่อเพ็งจันทร์ (เกิดเมื่อวันจันทร์ เดือนสิบ ปี มะเส็ง พ.ศ. 2411) และได้เปลี่ยนชื่อวัดมาเป็นวัดหนองบัวตาม ชื่อหมู่บ้านตราบปัจจุบัน
ลักษณะทางการคมนาคม เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านหนองบัว แต่เดิมมีสองสายคือ ถนนยวนแหล – หนองบัว ซึ่งผ่านหมู่บ้านน้ำพุ เข้ามาถึงบ้านหนองบัว เป็นถนนขนาดเล็กผิวจราจร 3.5 เมตร ลาดยางตลอดสาย และถนนสายหนองบัว – ศาลาใหม่ ซึ่งเป็นถนนคอนกรีตเสริมไม้ไผ่ผิวจราจร 3.5 เมตร ปัจจุบันมีถนนเลียบคลองส่งน้ำชลประทานเพิ่มขึ้นอีกสายหนึ่ง ทำให้สะดวกแก่การจราจรมากขึ้น
ภายในหมู่บ้านยังมีถนนผิวลาดยางอีกสองสาย คือ สายหัวสะพานหนองบัว – วัดกัด และสายหนองบัว – กำแพงเซา มีรถสองแถวรับจ้างแล่นรับผู้คนจากตัวเมืองมายังหมู่บ้านไปสุดปลายทางที่บ้าชัน ตำบลกำแพงเซาวันละหลายเที่ยว
ลักษณะทางการคมนาคม เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านหนองบัว เดิมมีสองสาย คือ ถนนยวนแหล - หนองบัว ซึ่งผ่านหมู่บ้านน้ำพุเข้ามาถึงบ้านหนองบัวเป็นถนนขนาดเล็ก ผิวจราจร 3.5 เมตร ลาดยางตลอดสาย และถนนสายหนองบัว – ศาลาใหม่ ซึ่งเป็นถนนผิวจราจร 3.5 เมตร ปัจจุบันมีถนนเลียบตลองส่งน้ำชลประทานเพิ่มขึ้นอีกสายหนึ่ง ทำให้สะดวกแก่การสัญจรมากขึ้น
ภายในหมู่บ้านยังมีถนนผิวหินคลุกอีกสองสาย คือ สายหัวสะพานหนองบัว – วัดกัด และสายหนองบัว – กำแพงเซา มีรถสองแถวรับจ้างแล่นรับส่งผู้คนจากตัวเมืองมายังหมู่บ้านไปสุดปลายทางที่บ้านวัดชัน ตำบลกำแพงเซาวันละหลายเที่ยว
ประวัติชุมชนบ้านหนองบัว
ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านหนองบัว ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ (2541) กล่าวไว้จากคำบอกเล่าของนางสาวปราณี ถาวระ และ ส.ต.อ.วิรัตน์ เมฆาวรรณ์ ทราบว่าชื่อหมู่บ้านหนองบัว ตั้งขึ้นตามภูมิประเทศที่มีหนองน้ำ และหนองน้ำดังกล่าวเคยมีอยู่ ชาวบ้านร่วนเก่าแก่เรียกว่า “ลุ่มพันเต” (ปัจจุบันอยู่ในเขตหมู่ที่ 4 บ้านน้ำพุ) มีลักษณะเป็นมาบหรือลำลานกว้าง ซึ่งมีน้ำจากคลองท่าดีไหลผ่านเข้าออกอยู่บ้างในลุ่มหรือมาบดังกล่าวนี้มีน้ำพุหรือน้ำผุดขึ้น เป็นครั้งคราว มีบัวอยู่กอหนึ่ง ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า หนองบัว เมื่อมีผู้คนมาตั้งถิ่นฐานมากขึ้น จึงพากันเรียกหมู่บ้านนี้ว่า บ้านหนองบัว
นางสาวปราณี ถาวระ เล่าว่าหมู่บ้านหนองบัวเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ มีอายุกว่า 200 ปี เป็นชุมชนที่ชาวเหนือ (ชาวอำเภอลานสกา) สมัยโบราณรู้จักดี เพราะเป็นจุดแวะพักของชาวเหนือที่ใช้เรือขึ้นล่องระหว่างหัวเมืองกับลานสกาหรือท่าดี ระหว่างขาล่องเมื่อเหนื่อยก็แวะพักดื่มน้ำหรือรับประทานข้าวห่อ ละแวกบ้านหนองบัว เพระลำคลองช่วงนี้ร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่ เดิมเคยมี หาดทรายขาวสะอาด ยาวขนานไปกับคลองครั้นขาขึ้นเมื่อถึงบริเวณบ้านหนองบัว (หรือหัวสะพานหนองบัวปัจจุบัน) ซึ่งมักเป็นเวลาใกล้ค่ำพวกเรือเหนือก็พักแวะจอดพักค้างคืนที่หาดทรายริม คลองท่าดีคราวละหลาย ๆ ลำ บางลำก็จอดหุงหาอาหาร บางลำก็รับประทานข้าห่อที่พกมา บางลำก็จอดขายสินค้าให้แก่ชาวบ้าหนองบัว นับเป็นภาพวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายที่หาไม่ได้อีกแล้วในปัจจุบัน เมื่อทางราชการแบ่งเขตปกครองในพื้นที่ ตำบลไชยมนตรี จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ ว่าบ้านหนองบัว สืบมา
ลักษณะทางกายภาพ บ้านหนองบัวเป็นหมู่บ้านที่ 3 ของตำบลไชยมนตรี อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วยกลุ่มบ้าน 3 กลุ่ม คือ บ้านหนองบัว บ้านน้ำพุ และ บ้านย่านซื่อ
สถาบันการศึกษาในหมู่บ้านคือ โรงเรียนวัดหนองบัว สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ เนื้อที่ประมาณ 1.75 ไร่ ส่วนสถาบันการศาสนา คือ วัดหนองบัว เนื้อที่ประมาณ 2.50 ไร่ บนฝั่งคลองท่าดีนอกเหนือไปจากชาวบ้านหนองบัวจะมาทำบุญแล้วยังมี
3
ชาวบ้านอีกหลายสิบครัวเรือนในบ้านนพเคียน (หมู่ที่ 5 ตำบลไชยมนตรี) มาทำบุญที่วัดนี้เป็นประจำ
วัดหนองบัวเป็นวัดเก่าแก่ แต่ไม่มีหลักฐานซึ่งแสดงว่าสร้างแต่ครั้งใด มีคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านสืบต่อกันมาว่าน่าจะสร้างมาแล้วไม่น้อยกว่า 150 ปี ในชื่อวัดนาเข แต่เดิมตั้งอยู่ในที่ลุ่มซึ่งเรียกว่า ลุ่มพันเต ลักษณะเป็นแอ่งน้ำระยะหญ้าน้ำท่วมขังมาก จึงย้าย วัดขึ้นมาตั้งบนตลิ่ง (อันเป็นที่ตั้งวัดในปัจจุบัน) เจ้าอาวาสรูปแรก ๆ ไม่ทราบชื่อแน่ชัด แต่เมื่อ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นวัดราษฎร เมื่อ พ.ศ. 2471 ก็มีเจ้าอาวาสรูปแรกชื่อหลวงพ่อเพ็งจันทร์ (เกิดเมื่อวันจันทร์ เดือนสิบ ปี มะเส็ง พ.ศ. 2411) และได้เปลี่ยนชื่อวัดมาเป็นวัดหนองบัวตาม ชื่อหมู่บ้านตราบปัจจุบัน
ลักษณะทางการคมนาคม เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านหนองบัว แต่เดิมมีสองสายคือ ถนนยวนแหล – หนองบัว ซึ่งผ่านหมู่บ้านน้ำพุ เข้ามาถึงบ้านหนองบัว เป็นถนนขนาดเล็กผิวจราจร 3.5 เมตร ลาดยางตลอดสาย และถนนสายหนองบัว – ศาลาใหม่ ซึ่งเป็นถนนคอนกรีตเสริมไม้ไผ่ผิวจราจร 3.5 เมตร ปัจจุบันมีถนนเลียบคลองส่งน้ำชลประทานเพิ่มขึ้นอีกสายหนึ่ง ทำให้สะดวกแก่การจราจรมากขึ้น
ภายในหมู่บ้านยังมีถนนผิวลาดยางอีกสองสาย คือ สายหัวสะพานหนองบัว – วัดกัด และสายหนองบัว – กำแพงเซา มีรถสองแถวรับจ้างแล่นรับผู้คนจากตัวเมืองมายังหมู่บ้านไปสุดปลายทางที่บ้าชัน ตำบลกำแพงเซาวันละหลายเที่ยว
ลักษณะทางการคมนาคม เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านหนองบัว เดิมมีสองสาย คือ ถนนยวนแหล - หนองบัว ซึ่งผ่านหมู่บ้านน้ำพุเข้ามาถึงบ้านหนองบัวเป็นถนนขนาดเล็ก ผิวจราจร 3.5 เมตร ลาดยางตลอดสาย และถนนสายหนองบัว – ศาลาใหม่ ซึ่งเป็นถนนผิวจราจร 3.5 เมตร ปัจจุบันมีถนนเลียบตลองส่งน้ำชลประทานเพิ่มขึ้นอีกสายหนึ่ง ทำให้สะดวกแก่การสัญจรมากขึ้น
ภายในหมู่บ้านยังมีถนนผิวหินคลุกอีกสองสาย คือ สายหัวสะพานหนองบัว – วัดกัด และสายหนองบัว – กำแพงเซา มีรถสองแถวรับจ้างแล่นรับส่งผู้คนจากตัวเมืองมายังหมู่บ้านไปสุดปลายทางที่บ้านวัดชัน ตำบลกำแพงเซาวันละหลายเที่ยว
ประวัติชุมชนบ้านหนองบัว
ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านหนองบัว ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ (2541) กล่าวไว้จากคำบอกเล่าของนางสาวปราณี ถาวระ และ ส.ต.อ.วิรัตน์ เมฆาวรรณ์ ทราบว่าชื่อหมู่บ้านหนองบัว ตั้งขึ้นตามภูมิประเทศที่มีหนองน้ำ และหนองน้ำดังกล่าวเคยมีอยู่ ชาวบ้านร่วนเก่าแก่เรียกว่า “ลุ่มพันเต” (ปัจจุบันอยู่ในเขตหมู่ที่ 4 บ้านน้ำพุ) มีลักษณะเป็นมาบหรือลำลานกว้าง ซึ่งมีน้ำจากคลองท่าดีไหลผ่านเข้าออกอยู่บ้างในลุ่มหรือมาบดังกล่าวนี้มีน้ำพุหรือน้ำผุดขึ้น เป็นครั้งคราว มีบัวอยู่กอหนึ่ง ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า หนองบัว เมื่อมีผู้คนมาตั้งถิ่นฐานมากขึ้น จึงพากันเรียกหมู่บ้านนี้ว่า บ้านหนองบัว
นางสาวปราณี ถาวระ เล่าว่าหมู่บ้านหนองบัวเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ มีอายุกว่า 200 ปี เป็นชุมชนที่ชาวเหนือ (ชาวอำเภอลานสกา) สมัยโบราณรู้จักดี เพราะเป็นจุดแวะพักของชาวเหนือที่ใช้เรือขึ้นล่องระหว่างหัวเมืองกับลานสกาหรือท่าดี ระหว่างขาล่องเมื่อเหนื่อยก็แวะพักดื่มน้ำหรือรับประทานข้าวห่อ ละแวกบ้านหนองบัว เพระลำคลองช่วงนี้ร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่ เดิมเคยมี หาดทรายขาวสะอาด ยาวขนานไปกับคลองครั้นขาขึ้นเมื่อถึงบริเวณบ้านหนองบัว (หรือหัวสะพานหนองบัวปัจจุบัน) ซึ่งมักเป็นเวลาใกล้ค่ำพวกเรือเหนือก็พักแวะจอดพักค้างคืนที่หาดทรายริม คลองท่าดีคราวละหลาย ๆ ลำ บางลำก็จอดหุงหาอาหาร บางลำก็รับประทานข้าห่อที่พกมา บางลำก็จอดขายสินค้าให้แก่ชาวบ้าหนองบัว นับเป็นภาพวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายที่หาไม่ได้อีกแล้วในปัจจุบัน เมื่อทางราชการแบ่งเขตปกครองในพื้นที่ ตำบลไชยมนตรี จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ ว่าบ้านหนองบัว สืบมา
ลักษณะทางกายภาพ บ้านหนองบัวเป็นหมู่บ้านที่ 3 ของตำบลไชยมนตรี อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วยกลุ่มบ้าน 3 กลุ่ม คือ บ้านหนองบัว บ้านน้ำพุ และ บ้านย่านซื่อ
สถาบันการศึกษาในหมู่บ้านคือ โรงเรียนวัดหนองบัว สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ เนื้อที่ประมาณ 1.75 ไร่ ส่วนสถาบันการศาสนา คือ วัดหนองบัว เนื้อที่ประมาณ 2.50 ไร่ บนฝั่งคลองท่าดีนอกเหนือไปจากชาวบ้านหนองบัวจะมาทำบุญแล้วยังมี
3
ชาวบ้านอีกหลายสิบครัวเรือนในบ้านนพเคียน (หมู่ที่ 5 ตำบลไชยมนตรี) มาทำบุญที่วัดนี้เป็นประจำ
วัดหนองบัวเป็นวัดเก่าแก่ แต่ไม่มีหลักฐานซึ่งแสดงว่าสร้างแต่ครั้งใด มีคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านสืบต่อกันมาว่าน่าจะสร้างมาแล้วไม่น้อยกว่า 150 ปี ในชื่อวัดนาเข แต่เดิมตั้งอยู่ในที่ลุ่มซึ่งเรียกว่า ลุ่มพันเต ลักษณะเป็นแอ่งน้ำระยะหญ้าน้ำท่วมขังมาก จึงย้าย วัดขึ้นมาตั้งบนตลิ่ง (อันเป็นที่ตั้งวัดในปัจจุบัน) เจ้าอาวาสรูปแรก ๆ ไม่ทราบชื่อแน่ชัด แต่เมื่อ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นวัดราษฎร เมื่อ พ.ศ. 2471 ก็มีเจ้าอาวาสรูปแรกชื่อหลวงพ่อเพ็งจันทร์ (เกิดเมื่อวันจันทร์ เดือนสิบ ปี มะเส็ง พ.ศ. 2411) และได้เปลี่ยนชื่อวัดมาเป็นวัดหนองบัวตาม ชื่อหมู่บ้านตราบปัจจุบัน
ลักษณะทางการคมนาคม เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านหนองบัว แต่เดิมมีสองสายคือ ถนนยวนแหล – หนองบัว ซึ่งผ่านหมู่บ้านน้ำพุ เข้ามาถึงบ้านหนองบัว เป็นถนนขนาดเล็กผิวจราจร 3.5 เมตร ลาดยางตลอดสาย และถนนสายหนองบัว – ศาลาใหม่ ซึ่งเป็นถนนคอนกรีตเสริมไม้ไผ่ผิวจราจร 3.5 เมตร ปัจจุบันมีถนนเลียบคลองส่งน้ำชลประทานเพิ่มขึ้นอีกสายหนึ่ง ทำให้สะดวกแก่การจราจรมากขึ้น
ภายในหมู่บ้านยังมีถนนผิวลาดยางอีกสองสาย คือ สายหัวสะพานหนองบัว – วัดกัด และสายหนองบัว – กำแพงเซา มีรถสองแถวรับจ้างแล่นรับผู้คนจากตัวเมืองมายังหมู่บ้านไปสุดปลายทางที่บ้าชัน ตำบลกำแพงเซาวันละหลายเที่ยว
ลักษณะทางการคมนาคม เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านหนองบัว เดิมมีสองสาย คือ ถนนยวนแหล - หนองบัว ซึ่งผ่านหมู่บ้านน้ำพุเข้ามาถึงบ้านหนองบัวเป็นถนนขนาดเล็ก ผิวจราจร 3.5 เมตร ลาดยางตลอดสาย และถนนสายหนองบัว – ศาลาใหม่ ซึ่งเป็นถนนผิวจราจร 3.5 เมตร ปัจจุบันมีถนนเลียบตลองส่งน้ำชลประทานเพิ่มขึ้นอีกสายหนึ่ง ทำให้สะดวกแก่การสัญจรมากขึ้น
ภายในหมู่บ้านยังมีถนนผิวหินคลุกอีกสองสาย คือ สายหัวสะพานหนองบัว – วัดกัด และสายหนองบัว – กำแพงเซา มีรถสองแถวรับจ้างแล่นรับส่งผู้คนจากตัวเมืองมายังหมู่บ้านไปสุดปลายทางที่บ้านวัดชัน ตำบลกำแพงเซาวันละหลายเที่ยว
ประวัติชุมชนบ้านหนองบัว
ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านหนองบัว ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ (2541) กล่าวไว้จากคำบอกเล่าของนางสาวปราณี ถาวระ และ ส.ต.อ.วิรัตน์ เมฆาวรรณ์ ทราบว่าชื่อหมู่บ้านหนองบัว ตั้งขึ้นตามภูมิประเทศที่มีหนองน้ำ และหนองน้ำดังกล่าวเคยมีอยู่ ชาวบ้านร่วนเก่าแก่เรียกว่า “ลุ่มพันเต” (ปัจจุบันอยู่ในเขตหมู่ที่ 4 บ้านน้ำพุ) มีลักษณะเป็นมาบหรือลำลานกว้าง ซึ่งมีน้ำจากคลองท่าดีไหลผ่านเข้าออกอยู่บ้างในลุ่มหรือมาบดังกล่าวนี้มีน้ำพุหรือน้ำผุดขึ้น เป็นครั้งคราว มีบัวอยู่กอหนึ่ง ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า หนองบัว เมื่อมีผู้คนมาตั้งถิ่นฐานมากขึ้น จึงพากันเรียกหมู่บ้านนี้ว่า บ้านหนองบัว
นางสาวปราณี ถาวระ เล่าว่าหมู่บ้านหนองบัวเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ มีอายุกว่า 200 ปี เป็นชุมชนที่ชาวเหนือ (ชาวอำเภอลานสกา) สมัยโบราณรู้จักดี เพราะเป็นจุดแวะพักของชาวเหนือที่ใช้เรือขึ้นล่องระหว่างหัวเมืองกับลานสกาหรือท่าดี ระหว่างขาล่องเมื่อเหนื่อยก็แวะพักดื่มน้ำหรือรับประทานข้าวห่อ ละแวกบ้านหนองบัว เพระลำคลองช่วงนี้ร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่ เดิมเคยมี หาดทรายขาวสะอาด ยาวขนานไปกับคลองครั้นขาขึ้นเมื่อถึงบริเวณบ้านหนองบัว (หรือหัวสะพานหนองบัวปัจจุบัน) ซึ่งมักเป็นเวลาใกล้ค่ำพวกเรือเหนือก็พักแวะจอดพักค้างคืนที่หาดทรายริม คลองท่าดีคราวละหลาย ๆ ลำ บางลำก็จอดหุงหาอาหาร บางลำก็รับประทานข้าห่อที่พกมา บางลำก็จอดขายสินค้าให้แก่ชาวบ้าหนองบัว นับเป็นภาพวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายที่หาไม่ได้อีกแล้วในปัจจุบัน เมื่อทางราชการแบ่งเขตปกครองในพื้นที่ ตำบลไชยมนตรี จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ ว่าบ้านหนองบัว สืบมา
ลักษณะทางกายภาพ บ้านหนองบัวเป็นหมู่บ้านที่ 3 ของตำบลไชยมนตรี อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วยกลุ่มบ้าน 3 กลุ่ม คือ บ้านหนองบัว บ้านน้ำพุ และ บ้านย่านซื่อ
สถาบันการศึกษาในหมู่บ้านคือ โรงเรียนวัดหนองบัว สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ เนื้อที่ประมาณ 1.75 ไร่ ส่วนสถาบันการศาสนา คือ วัดหนองบัว เนื้อที่ประมาณ 2.50 ไร่ บนฝั่งคลองท่าดีนอกเหนือไปจากชาวบ้านหนองบัวจะมาทำบุญแล้วยังมี
3
ชาวบ้านอีกหลายสิบครัวเรือนในบ้านนพเคียน (หมู่ที่ 5 ตำบลไชยมนตรี) มาทำบุญที่วัดนี้เป็นประจำ
วัดหนองบัวเป็นวัดเก่าแก่ แต่ไม่มีหลักฐานซึ่งแสดงว่าสร้างแต่ครั้งใด มีคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านสืบต่อกันมาว่าน่าจะสร้างมาแล้วไม่น้อยกว่า 150 ปี ในชื่อวัดนาเข แต่เดิมตั้งอยู่ในที่ลุ่มซึ่งเรียกว่า ลุ่มพันเต ลักษณะเป็นแอ่งน้ำระยะหญ้าน้ำท่วมขังมาก จึงย้าย วัดขึ้นมาตั้งบนตลิ่ง (อันเป็นที่ตั้งวัดในปัจจุบัน) เจ้าอาวาสรูปแรก ๆ ไม่ทราบชื่อแน่ชัด แต่เมื่อ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นวัดราษฎร เมื่อ พ.ศ. 2471 ก็มีเจ้าอาวาสรูปแรกชื่อหลวงพ่อเพ็งจันทร์ (เกิดเมื่อวันจันทร์ เดือนสิบ ปี มะเส็ง พ.ศ. 2411) และได้เปลี่ยนชื่อวัดมาเป็นวัดหนองบัวตาม ชื่อหมู่บ้านตราบปัจจุบัน
ลักษณะทางการคมนาคม เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านหนองบัว แต่เดิมมีสองสายคือ ถนนยวนแหล – หนองบัว ซึ่งผ่านหมู่บ้านน้ำพุ เข้ามาถึงบ้านหนองบัว เป็นถนนขนาดเล็กผิวจราจร 3.5 เมตร ลาดยางตลอดสาย และถนนสายหนองบัว – ศาลาใหม่ ซึ่งเป็นถนนคอนกรีตเสริมไม้ไผ่ผิวจราจร 3.5 เมตร ปัจจุบันมีถนนเลียบคลองส่งน้ำชลประทานเพิ่มขึ้นอีกสายหนึ่ง ทำให้สะดวกแก่การจราจรมากขึ้น
ภายในหมู่บ้านยังมีถนนผิวลาดยางอีกสองสาย คือ สายหัวสะพานหนองบัว – วัดกัด และสายหนองบัว – กำแพงเซา มีรถสองแถวรับจ้างแล่นรับผู้คนจากตัวเมืองมายังหมู่บ้านไปสุดปลายทางที่บ้าชัน ตำบลกำแพงเซาวันละหลายเที่ยว
ลักษณะทางการคมนาคม เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านหนองบัว เดิมมีสองสาย คือ ถนนยวนแหล - หนองบัว ซึ่งผ่านหมู่บ้านน้ำพุเข้ามาถึงบ้านหนองบัวเป็นถนนขนาดเล็ก ผิวจราจร 3.5 เมตร ลาดยางตลอดสาย และถนนสายหนองบัว – ศาลาใหม่ ซึ่งเป็นถนนผิวจราจร 3.5 เมตร ปัจจุบันมีถนนเลียบตลองส่งน้ำชลประทานเพิ่มขึ้นอีกสายหนึ่ง ทำให้สะดวกแก่การสัญจรมากขึ้น
ภายในหมู่บ้านยังมีถนนผิวหินคลุกอีกสองสาย คือ สายหัวสะพานหนองบัว – วัดกัด และสายหนองบัว – กำแพงเซา มีรถสองแถวรับจ้างแล่นรับส่งผู้คนจากตัวเมืองมายังหมู่บ้านไปสุดปลายทางที่บ้านวัดชัน ต