1. ประวัติ ที่ตั้ง / สภาพพื้นที่เขตบริการและกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาตามนโยบาย
ประวัติโรงเรียน
โรงเรียนบ้านโพนบก ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2481 โดย นายสมพร สุธรรม นายอำเภอท่าอุเทน เป็นผู้ก่อตั้งขึ้น
และดำรงอยู่ด้วยเงินช่วยเหลือการประถมศึกษา ได้จัดการเรียนการสอนรวมเป็นชั้นเดียว คือ ชั้นเตรียมประถม ทำการสอนอยู่ที่วัดโพธิ์ตาก บ้านโพนบก
มีจำนวนนักเรียน 98 คน ครู 2 คน ต่อมาจำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้น นายเรียน ไชยศล ซึ่งดำรงตำแหน่งครูใหญ่ ในขณะนั้น
ได้ของบประมาณพิเศษจากทางราชการเป็นเงิน 15,500 บาท มาสร้างอาคารเรียนแบบถาวรแบบทุนสมทบ และได้ปลูกสร้างเมื่อ พ.ศ. 2501
และสร้างเสร็จเรียบร้อยให้เป็นสถานที่เรียนได้เมื่อ พ.ศ. 2502 ต่อมา นายแสวง ธวัชวะชุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม
ได้มอบเงินจำนวน 15,000 บาท มาสร้างบ้านพักครู 1 หลัง
ปัจจุบันโรงเรียนบ้านโพนบก ตั้งอยู่หมู่ที่ 11 ตำบลโพนบก อ.โพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม มีนักเรียน 302 คน ครู 13 คน
พนักงานราชการ 1 คน พี่เลี้ยงเด็กอนุบาล 1 คน มีผู้อำนวยการ คือ นายกฤษณะ นิคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโพนบก มีอาคารเรียน จำนวน 4 หลัง
อาคารห้องพักครู 1 หลัง บ้านพักครูแบบเรือนแถว 1 หลัง ( 4 คูหา ) โรงฝึกงาน 1 หลัง ส้วม 4 หลัง บ่อเลี้ยงปลา 1 บ่อ
จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ ระดับก่อนประถมศึกษา ถึง ระดับประถมศึกษาปีที่ 6
จัดตั้งและเปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2481 ได้จัดการเรียนการสอนรวมเป็นชั้นเดียว คือ ชั้นเตรียมประถม
ทำการสอนอยู่ที่วัดโพธิ์ตาก บ้านโพนบก มีจำนวนนักเรียน 98 คน ครู 2 คน ต่อมาจำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้น
นับรวมถึงปีการศึกษา 2555 เป็นเวลา 74 ปี
2. ที่ตั้งของโรงเรียนมีอาณาเขต ดังนี้
โรงเรียนบ้านโพนบก ตั้งอยู่ หมู่ที่ 11 ต.โพนบก อ. โพนสวรรค์ จ. นครพนม
รหัสไปรษณีย์ 48190 โทรศัพท์ 042 - 535100
ทิศเหนือ ติดต่อกับ เขตอำเภอท่าอุเทน
ทิศใต้ ติดต่อกับ กลุ่มโรงเรียนเครือข่ายลำน้ำทวย
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภอเมือง
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ อำเภอศรีสงคราม
ในเขตพื้นที่บริการประกอบด้วย 5 หมู่บ้าน ประกอบด้วย
(1) บ้านโพนบก หมู่ 2
(2) บ้านโพนบก หมู่11
(3) บ้านโพนเจริญ หมู่ 10
(4) บ้านท่าศาลา (หมู่ 10 )
5) บ้านโพนบกน้อย หมู่ 7
3. ภาพรวมชุมชนในพื้นที่การบริหารมีสภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการด้านต่าง ๆ ดังนี้
สภาพของชุมชนประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม ( ทำนา ) การนับถือศาสนาส่วนมากนักถือศาสนาพุทธ
มีบางส่วนที่นับถือศาสนาคริสต์ สภาพเศรษฐกิจค่อนข้างยากจน ชุมชนมีความสัมพันธ์กับสถานศึกษาดี แต่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการศึกษามากนัก
มีการแพร่ระบาด ของยาเสพติดในกลุ่มเยาวชนน้อย แต่ประชากรส่วนใหญ่หลังฤดูเก็บเกี่ยวจะว่างงานไม่มีอาชีพเสริม ส่วนหนึ่งจะเข้าไปหางานทำในเมืองใหญ่
ทิ้งให้ลูกอยู่กับญาติ ทำให้เกิดปัญหาเด็กขาดความอบอุ่น ไม่เชื่อฟังญาติที่อยู่ด้วยทำให้มีปัญหาด้านคุณธรรม จริยธรรม
และส่งผลต่อการเรียนของนักเรียนอยู่ในเขตบริการขององค์การบริหารส่วนตำบลโพนบก มีพื้นที่ 21 ไร่ 60 ตารางวา
การคมนาคม
โรงเรียนบ้านโพนบก ตั้งอยู่ติดริมถนนสายท่าอุเทน-กุสุมาลย์ อยู่ห่างจากตัวอำเภอโพนสวรรค์ ประมาณ 5 กิโลเมตร
ห่างจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครพนม เขต 2ประมาณ 63 กิโลเมตร อยู่ห่างจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครพนม เขต 1 ประมาณ 40 กิโลเมตร
มีรถโดยสารประจำทาง ผ่าน
สภาพทางเศรษฐกิจ
สภาพของชุมชนประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม ( ทำนา ) สภาพเศรษฐกิจค่อนข้างยากจน ไม่มีอาชีพเสริม
มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มเยาวชนน้อย แต่ประชากรส่วนใหญ่หลังฤดูเก็บเกี่ยวจะว่างงานไม่มีอาชีพเสริม จะเข้าไปหางานทำในเมืองใหญ่
ทิ้งให้ลูกอยู่กับญาติ ทำให้เกิดปัญหาเด็กขาดความอบอุ่นไม่เชื่อฟังญาติที่อยู่ด้วยทำให้มีผลเสียต่อการเรียนการสอน
สภาพทางสังคม
สภาพของชุมชนประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม ( ทำนา ) การนับถือศาสนาส่วนมากนักถือศาสนาพุทธ มีบางส่วนที่นับถือศาสนาคริสต์
สภาพเศรษฐกิจค่อนข้างยากจน ชุมชนมีความสัมพันธ์กับสถานศึกษาดี แต่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการศึกษามากนัก
มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มเยาวชนน้อย แต่ประชากรส่วนใหญ่หลังฤดูเก็บเกี่ยวจะว่างงานไม่มีอาชีพเสริม จะเข้าไปหางานทำในเมืองใหญ่
ทิ้งให้ลูกอยู่กับญาติ ทำให้เกิดปัญหาเด็กขาดความอบอุ่นไม่เชื่อฟังญาติที่อยู่ด้วยทำให้มีผลเสียต่อการเรียนการสอน ปัจจุบันโรงเรียนบ้านโพนบก เป็นโรงเรียนขนาดกลาง
เปิดทำการสอน 2 ระดับ คือ ระดับ ก่อนประถมศึกษา-ระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ในรอบ 4 ปีการศึกษาที่ผ่านมา มีนักเรียนเฉลี่ยปีการศึกษาละ 306 คน
ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนมีการบริหารจัดการศึกษา
มีการกระจายอำนาจในการบริหารแบบมีส่วนร่วม โดยผู้บริหารครู ผู้ปกครองและชุมชน สังคม มีรูปแบบการบริหารที่มุ่งผลสัมฤทธิ์ สถานศึกษา
มีอิสระและมีความคล่องตัวในการบริหาร ด้านงานวิชาการ งบประมาณ งานบุคคล และบริหารทั่วไป ผู้ปกครอง
ทุกภาคส่วนของสังคม มีความเชื่อมั่นและพร้อมร่วมพัฒนาการจัดการเรียนรู้ร่วมกัน