ประวัติที่ตั้งโรงเรียน
โรงเรียนชุมชนนางัว ตั้งอยู่ บ้านเลขที่ ๑ หมู่ที่ ๘ ถนน นาหว้า – ดอนเชียงบาน
ตำบลนางัว อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม รหัสไปรษณีย์ ๔๘๑๘๐ โทรศัพท์ ๐๔๒-๕๙๗-๔๒๕ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต ๒ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีเขตพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกในการให้บริการด้านการจัดการศึกษา คือ มีที่ดิน ๓ แปลง มีเนื้อที่ ๔๗ ไร่ ๒ งาน ๗๕ ตารางวา มีอาคาร แบบ ป. ๑ ฉ ๒ หลัง อาคารเรียนแบบนพ. ๐๑๗ ขนาด ๘ ห้องเรียน ๑ หลัง อาคารแบบ สปช. ๑๐๕/๒๙ ๑ หลัง อาคารประกอบ เช่น มีอาคารอเนกประสงค์ บ้านพักครูแบบองค์กร โรงฝึกงาน ส้วม ๔ หลัง
ถังเก็บน้ำฝน ถังเก็บน้ำประปา สนามวอลเลย์บอล สนามฟุตบอล สนามบาสเกตบอลและสนาม ตะกร้อและสนามเด็กเล่น ฯลฯ
สภาพชุมชนบ้านนางัว ๓ หมู่บ้าน
บ้านนางัวทั้ง ๓ หมู่ เป็นเขตที่มีป่าไม้และทุ่งทุ่งนาล้อมรอบ มีการคมนาคมติดต่อกับอำเภอและจังหวัดนครพนม และจังหวัดใกล้เคียงได้อย่างสะดวกสบาย มีรถโดยสารประจำทางวิ่งผ่าน รถสามล้อรับจ้าง ห่างจากจังหวัดนครพนม ๑๑๐ กิโลเมตร ฯลฯ
การสืบทอดเชื้อสาย
ชาวบ้านนางัว ตามประวัติความเป็นมา ชาวนางัวสืบสายมาจาก เผ่าภูไท ร้อยละ ๗๐ เผ่าญ้อ ร้อยละ ๒๕ และเผ่าอื่นๆ ร้อยละ ๕ มีเชื้อชาติไทย สัญชาติไทยร้อยละ ๑๐๐
ภาษาที่ใช้สื่อสาร
ภาษาที่ใช้ในท้องถิ่นคือภาษาภูไท ภาษาญ้อ ภาษาลาวและภาษาท้องถิ่นปะปนอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก
ศาสนาที่นับถือ
ชาวบ้านนางัว ทั้ง ๓ หมู่บ้านนับถือศาสนาพุทธ นับถือพระสงฆ์ซึ่งเป็นตัวแทนศาสนายึดหลักศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวใจมาช้านานจึงมีความเป็นอยู่อย่างชาวพุทธ มีแหล่งศาสนาที่สำคัญมีวัดทั้งหมด ๕ แห่ง คือ วัดศรีบุญเรือง วัดโพธิ์ชัย วัดป่าศรีหนาถ ป่าสิริมงคล และวัดกาญจนาราม เป็นวัดมหานิกายและยังมีสำนักสงฆ์ ๑ แห่ง นอกจากนี้ชาวนางัวยังนับถือผี นับถืออาวุโส นับถือผู้ใหญ่ และดำรงไว้จารีตประเพณีและขนบธรรมเนียมประเพณีไทย
อาชีพของชาวบ้านนางัว
ชาวบ้านนางัว ประกอบอาชีพหลักคือ อาชีพอุตสาหกรรม ได้แก่ การทำนา ทำสวน และทำไร่ การเลี้ยงสัตว์ การค้าขายและรับจ้างทั้งในหมู่บ้าน ในตัวเมืองหรือในตัวจังหวัดใกล้เคียงนอกจากนี้ยังเดินทางไปประกอบอาชีพที่กรุงเทพฯ ตลอดทั้งไปรับจ้างทำงานที่ต่างประเทศ
สิ่งแวดล้อมบ้านนางัว
หมู่บ้านนางัว เป็นหมู่บ้านที่มีต้นไม้ ห้วย หนอง คลอง บึง เป็นสถานที่ท่องเที่ยว และเป็นที่ทำมาหากิน ชาวบ้านนางัวมีความเป็นอยู่ราบเรียบ ไม่ลำบาก มีความคนขยันทำมาหากินอาศัยหนองน้ำที่มีอยู่