ประวัติโดยย่อ
ประวัติโรงเรียนพิพัฒน์ราษฎร์บำรุง
โรงเรียนพิพัฒน์ราษฎร์บำรุง ก่อกำเนิดขึ้นมาราว ร.ศ. 125 ตรงกับ พ.ศ. 2449 โดยเจ้าคุณพรหมมุณี สมเด็จมหาวีรวงศ์สังคนายก ครั้งเป็นเจ้าคณะมณฑลอีสาน และขุนจรัสชวนพันธ์ธรรม-การมณฑล ได้มาจัดตั้งโรงเรียนขึ้นที่ศาลาวัดเกษมาคม (วัดเหนือ) และตั้งให้ขุนไสยอุตมาลา (นายทัศน์ ศรีบุญลือ) เป็นครูใหญ่คนแรก และทำการสอนประจำเพียงคนเดียว มีเงินเดือนจากเงินบำรุงการศึกษาเป็นรายปี โดยในปีแรกได้รับค่าสอนจำนวน 160 บาท ต่อมานายสัมฤทธิ์ ศรีบุญลือ น้องชายได้มาช่วยสอน และพอสอนได้ไม่ถึงปี นายสัมฤทธิ์ - ศรีบุญลือ ก็ลาออกไปอุปสมบท คงเหลือครูเพียงคนเดียวสอนประจำเรื่อยมาอีกหนึ่งปี นายสุทัศน์ ศรีบุญลือ ลาออกไปรับตำแหน่งกำนันทางราชการจึงแต่งตั้งนายจำปา ไชยจำนงค์ มาช่วยสอนแทน แต่อยู่ได้ประมาณปีเศษก็ย้ายไปเป็นครูที่อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ในปี พ.ศ. 2451 ทางราชการได้แต่งตั้งหม่อมหลวงช่วง มาเป็นครูใหญ่แทน จนถึงปี พ.ศ. 2456 ได้ย้ายไปอยู่จังหวัดอื่น และ นายย่อม มีคุปะ มาเป็นครูใหญ่แทนในขณะนั้นมีจำนวนนักเรียน 51 คน จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ในปีนั้นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เข้าสอบไล่ 7 คน สอบได้ 5 คน โดยมีขุนนิพิฐนิติ-สาส์น ธรรมการมณฑล มาเป็นกรรมการ
ในช่วงนั้น โรงเรียนต้องอาศัยศาลาวัดเกษมาคมเป็นสถานที่เล่าเรียนโดยมีการสับเปลี่ยนครูใหญ่และครูประจำการตามสถานการณ์ จวบจนกระทั่งชุมชนได้เห็นความสำคัญของการศึกษามากขึ้น สถานที่เรียนไม่เพียงพอและเหมาะสม รองอำมาตย์เอกหลวงพิพัฒน์กมลาเขต (ชิต ศิริบูรณ์) นายอำเภอสมัยนั้น พร้อมด้วยราษฎร์ พ่อค้า ประชาชน ภายในเขต ได้ร่วมกันเสียสละเวลา ทรัพย์ สร้างโรงเรียนเอกเทศขึ้น 1 หลัง หลังคามุงกระเบื้อง บนเนื้อที่ 13 ไร่เศษ สิ้นเงินค่าก่อสร้าง 6,101.90 บาท (หกพันหนึ่งร้อยเอ็ดบาทเก้าสิบสตางค์)
เมื่อสร้างเสร็จได้ทำพิธีเปิดป้ายนามโรงเรียนเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2464 โดยเจ้าคุณรณชัยชาญยุทธ สมุห-เทศาภิบาล เป็นประธานพร้อมด้วย เจ้าคุณชัยสุนทรบวรภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ มาร่วมในพิธี และตั้งชื่อนามโรงเรียนว่า “โรงเรียนพิพัฒน์ราษฎร์บำรุง” ซึ่งในขณะนั้น
นายจำปา ไชยจำนงค์ ยังเป็นครูใหญ่ ในปีนั้นมีจำนวนนักเรียน 146 คน
จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2512 หน่วยราชการ และผู้ปกครองนักเรียน ได้มีความคิดว่าน่าจะยุบรวมโรงเรียนพิพัฒน์ราษฎร์บำรุง และโรงเรียนศรีกมลาไสย เข้าด้วยกัน เพื่อง่ายต่อการบริหารเพราะมีอาณาเขตใกล้เคียงกันเพียง 50 เมตร และขอแลกเปลี่ยนที่ดินจากกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ซึ่งอยู่ติดกับโรงเรียนศรีกมลาไสยกับที่ดินเดิม เป็นผลสำเร็จ และเมื่อรวมเนื้อที่แล้วมีทั้งสิ้น 16 ไร่ 1 งาน 65 ตารางวา และใช้ชื่อนามโรงเรียนว่า “ โรงเรียนพิพัฒน์ราษฎร์บำรุง ” จนกระทั่งถึงปัจจุบัน