ประวัติ โรงเรียนบ้านเหล่าน้อย

ประวัติความเป็นมา

. ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลพื้นฐาน

          ๑.๑ โรงเรียนบ้านเหล่าน้อย ตั้งอยู่ที่บ้านเหล่าน้อย หมู่ที่ ๗ ตำบลนาสีนวล อำเภอ พยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม รหัสไปรษณีย์ ๔๔๑๑๐ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต ๒ อยู่ห่างจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต ๒ เป็นระยะทางประมาณ ๓๐ กิโลเมตร และห่างจากจังหวัดมหาสารคาม ประมาณ ๘๓ กิโลเมตร

๑.๒ เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล ถึงระดับประถมศึกษา

๑.๓ มีเขตพื้นที่บริการ ๓ หมู่บ้าน คือ บ้านเหล่าน้อย หมู่ที่ ๗ บ้านป่าชาด หมู่ที่ ๑๒ และบ้านโพธิ์เงินหมู่ที่ ๑๓

 

ประวัติโรงเรียนบ้านเหล่าน้อย

          โรงเรียนบ้านเหล่าน้อยตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๙ เดือนกันยายน พ.ศ.๒๔๘๑ โดยอาศัยศาลาวัดบ้านเหล่าน้อยเป็นสถานที่เรียน เหตุผลขอลการจัดตั้งเพราะอยู่ห่างจากโรงเรียนบ้านหนองผือ ซึ่งเป็นโรงเรียนเดิมเกิน ๓,๐๐๐ เมตร ทางราชการตั้งชื่อโรงเรียนว่า โรงเรียนประชาบาล วัดบ้านเหล่าน้อย

          นายพูล ตุ่นสาจันทร์ ดำรงตำแหน่งครูใหญ่คนแรก และมีครูสายผู้สอนอีกคนชื่อ นายรัศมี แก้ววิเศษ ต่อมาโอนมาสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม เปิดทำการเรียนสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๔ ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ

          วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๒ ทางราชการแต่งตั้งและย้ายนายรัศมี แก้ววิเศษ ไปดำรงตำแหน่งเป็นครูใหญ่โรงเรียนบ้านดงแคน และแต่งตั้งนายเหลา สายทองทิพย์ มาดำรงตำแหน่งแทน

          วันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๘๒ นายเหลา สายทองทิพย์ ลาออกจากราชการ นายสุนทร โพธิละเดา มาดำรงตำแหน่งแทน

          พ.ศ.๒๔๘๔ นักเรียนมีจำนวนเพิ่มขึ้นทางราชการได้แต่งตั้งนายเขียว อรรถโยโคมาดำรงตำแหน่งเพิ่มใหม่

          พ.ศ.๒๔๘๗ นายเขียว อรรถโยโค ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนบ้านสิงโต นายสุนทร โพธิละเดา ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนบ้านนาสีนวล นายประยูร บุญถม และนายนคร พิมพ์โทศรี ย้ายมาดำรงตำแหน่งแทน

          พ.ศ. ๒๔๙๒ นายนคร พิมพ์โทศรีได้ย้ายตั้งแต่วันที่ ๘ มีนาคม

          วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๓ ทางราชการแต่งตั้งนายวีระ เดชบุรัมย์ มาดำรง ตำแหน่งแทน

          วันที่ ๘ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๔ นายวีระ เดชบุรัมย์ ย้ายไปดำรงตำแหน่งเสมียนแผนกศึกษาธิการอำเภอเมืองมหาสารคาม ทางราชการแต่งตั้งนายทองสุข ช่ำชอง ย้ายไปดำรงตำแหน่งเสมียนประจำแผนกอำเภอเมืองมหาสารคาม ทางราชการแต่งตั้งนายบุญมี สีสุแล มาดำรงตำแหน่งแทน

          พ.ศ.๒๔๙๗ จำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นทางราชการแต่งตั้งนายวีระพันธ์ เดชบุรัมย์มาดำรงตำแหน่งเพิ่มอีกคน

พ.ศ.๒๔๙๙ นายบุญมี สีสุแล ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนบ้านหนองผือ นายถวิล   อินทศร มาดำรงตำแหน่งแทน

          พ.ศ.๒๕๐๐ นายวีระพันธ์ เดชบุรัมย์ ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนบ้านดอนหว่าน   นายชารี ศรีธรรมมา ย้ายมาดำรงตำแหน่งแทน

          พ.ศ.๒๕๒๐ นายถวิล อินทศร ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนบ้านหารฮี นายทองอินทร์ ไพยะแสน มาดำรงตำแหน่งแทน

          พ.ศ.๒๕๔๐ นายชารี ศรีธรรมมา ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนท่าประทาย

พ.ศ.๒๕๕๐ นายทองอินทร์ ไพยะแสน  ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนบ้านหนองผือ นายประสงค์ บุญถม ย้ายมาดำรงตำแหน่งแทน

วันที่ ๓๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๑๕ นายพูล ตุ่นสาจันทร์ เกษียณอายุราชการ ทางราชการแต่งตั้ง นายนิสิตชัย แสงสุริยา  มาดำรงตำแหน่งแทน

พ.ศ.๒๕๑๖ ทางราชการได้แต่งตั้งนายประทิน มูลทรา มาดำรงตำแหน่งเพิ่มอีก ๒ คนรวมมีครู ๔ คน มีนักเรียนทั้งหมด ๑๓๘ คน และในปีนี้เองได้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาตั้งเป็นเอกเทศ ในที่ดินทางทิศเหนือของวัดเนื้อที่ ๑๔ ไร่ ๒ งาน ซึ่งนายพูล ตุ่นสาจันทร์ กับพวกบริจาคให้กับโรงเรียนเรียกชื่อโรงเรียนใหม่ว่า “โรงเรียนบ้านเหล่าน้อย” อาคารเรียนหลังแรกเป็นอาคารเรียนชั่วคราวแบบโรงยาว ชั้นเดียว ๔ ห้อง สร้างโดยกลุ่มนักศึกษาอาสาสมัครพัฒนา มหาวิทยาลัยมหิดล โดยอาศัยงบประมาณจากกลุ่มนักศึกษาและทางอำเภอ ตลอดทั้งชาวบ้านร่วมกันบริจาคเงินสร้าง

วันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๑๗ ทางราชการได้ย้ายนายนิสิตชัย แสงสุริยา ไปดำรงตำแหน่งโรงเรียนบ้านหนองสนมดอนติ้วและแต่งตั้งนายบุญมี สีสุแล มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่แทน

วันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๘ ได้มีการจัดตั้งโรงเรียนบ้านดงบากหนองตาเต็นขึ้น นักเรียนส่วนหนึ่งจึงย้ายไปเรียนที่นั่น พร้อมกับย้ายครูไปอีก ๑ คน คือนายประทิน มูลทรา

วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๑๘ ทางราชการได้บรรจุแต่งตั้งนายหนูกัน กองเพชร มาดำรงตำแหน่งเพิ่มอีก ๑ คน

พ.ศ.๒๕๒๑ ได้เปิดขยายการเรียนการสอนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ และ ๖ ตามลำดับ จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.๒๕๒๑

วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๒ ทางราชการได้ย้ายนางมยุรี สิมศิริวัฒน์ มาดำรงตำแหน่งเพิ่มอีก ๑ คน

วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๒ นายบุญมี สีสุแล ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนถึงแก่ ความตาย

วันที่ ๑๕ เดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๒๒ ทางราชการได้บรรจุแต่งตั้งนายสังคม วงษ์นอก   มาดำรงตำแหน่งเพิ่มอีก ๑ คน

วันที่ ๒๖ เดือนมิถุนายน พ.ศ.๒๕๒๒ ทางราชการได้แต่งตั้งนายสุดที โคตรชมภู มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่

วันที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๒ นางมยุรี สิมศิริวัฒน์ ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนบ้านหนองระเวียง ทางราชการจัดบรรจุแต่งตั้งนางบุญหน่วย สุวงศ์ มาดำรงตำแหน่งแทน และในปีนี้เองโรงเรียนได้โอนไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ตาม พ.ร.บ.โอนการศึกษาประชาบาล พ.ศ.๒๕๒๓
          พ.ศ.๒๕๒๓ โรงเรียนได้รับจัดสรรงบประมาณ สร้างอาคารเรียนแบบถาวร แบบ ป.๑ ฉ สูง ๓ ห้องเรียน งบประมาณ ๔๕๐,๕๒๓.-บาท สร้างเสร็จเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๓

พ.ศ.๒๕๒๕ ได้รับจัดสรรงบประมาณสร้างถังเก็บน้ำฝนแบบ ฝ.๓๓ มูลค่า ๑๕,๐๐๐ บาท

วันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๕ นายประยรู บุญถม ถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจวาย ทางราชการบรรจุแต่งตั้งนายพรหมมา สุวงศ์ มาดำรงตำแหน่งแทน เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๒๕

วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๖ ทางราชการได้บรรจุแต่งตั้งนายอำนาจ สืบสุนทร มาดำรงตำแหน่งเพิ่มอีกคนในปีนี้เองได้รับจัดสรรงบประมาณต่อเติมอาคารเรียนด้านล่างอีก ๓ ห้องเรียน

วันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๖ ทางราชการได้ย้ายและแต่งตั้งนายสุภีร์ แสงสุริยา มาดำรงตำแหน่งเพิ่มอีก ๑ คน

วันที่ ๓ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๗ ทางราชการได้มีคำสั่งย้ายและเลื่อนตำแหน่งให้นายสุดที โคตรชมพู ไปดำดงตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนชุมชนนาสีนวล

วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๒๗ นายหนูกัน กองเพชรได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน และในปีนี้เองได้รับงบประมาณสร้างอาคารอเนกประสงค์แบบ ๒๐๒/๒๖ ขนาดกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๒ เมตร งบประมาณ ๑๗๖,๐๐๐บาท

วันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๘ ทางราชการได้ย้ายนายเวียงพิงค์ ทาสีทำ มาดำรงตำแหน่งเพิ่มอีก

วันที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๙ ทางราชการได้ย้ายนายสำลี  ลาโคตร มาดำรงตำแหน่งเพิ่มอีก

วันที่ ๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๓๐ นายหนูกัน  กองเพชร ย้ายไปดำรงตำแหน่งครูใหญ่ที่โรงเรียนบ้านเลิงบ่อ สปอ.เมืองมหาสารคาม

วันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๐ ทางราชการมีคำสั่งแต่งตั้งนายสัมฤทธิ์ คำจันทร์ มาดำรงตำแหน่งแทน

           วันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๑ นายสัมฤทธิ์  คำจันทร์ ย้ายไปดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านหนองป้าน สปอ.นาดูน

          วันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๑ ทางราชการมีคำสั่งย้ายและแต่งตั้งนายมนตรี

วิเศษโบรา มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่แทน ต่อมาวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๓๒ ก็ถูกไล่ออกจากราชการฐานละทิ้งหน้าที่ราชการเกินกว่า ๑๕ วัน

          วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ทางราชการมีคำสั่งย้ายและแต่งตั้งนายไพฑูรย์  บัวชิด มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่แทน

          วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๓๔ นายเก็ง จุรัมย์ ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นนักการภารโรง

          วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๕ นายสำลี  ลาโคตรย้ายไปดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนบ้านมะชมโนนสง่า

          วันที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ นายไพฑูรย์  บัวชิด ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนบ้านโคกสะอาด

           วันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๓๖ นายหนูกัน กองเพชร ย้ายมาดำรงตำแหน่งครูใหญ่แทน

          วันที่ ๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๓๖ นายประยงค์ บุญถม เกษียณอายุราชการ

          วันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๖ นายสมเดช สีวังลาศ ย้ายมาดำรงตำแหน่งแทน

          วันที่ ๑สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๘ทางราชการมีคำสั่งบรรจุแต่งตั้งนางพรพรรณ ทรงงาม มาดำรงตำแหน่งเพิ่มอีก

          วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๓๙ นายสุภีร์ แสงสุริยา ย้ายไปดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านโนนบ่อ และในปีนี้เองคณะศิษย์เก่าได้สร้างซุ้มประตูให้กับโรงเรียนมูลค่า ๒๒,๐๐๐ บาท

          วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๔ คณะผ้าป่าศิษย์เก่าได้สร้างสนามวอลเล่ย์บอลและสนามตะกร้อให้กับโรงเรียนมูลค่า ๕๐,๕๐๐ บาท

          วันที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๔ นายวัชรินทร์ พงศ์พันธุ์อัศดร ย้ายมาดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่าง

          วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๑ นายหนูกัน กองเพชร ได้เลื่อนตำแหน่งจากครูใหญ่เป็นอาจารย์ใหญ่

          วันที่ ๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๒ นายหนูกัน กองเพชร เกษียณอายุราชการตามโครงการเกษียณก่อนกำหนด

          วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๔๓๐ ทางราชการมีคำสั่งย้ายและแต่งตั้งนายอัมพร ยอดสะเทิน มาดำรงตำแหน่งอาจารย์แทน และในปีนี้เองคณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาผู้นำชุมชน ผู้ปกครองนักเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลนาสีนวลได้ร่วมกันสร้างอาคารเรียนรวมน้ำใจจำนวน ๒ ห้องเรียน มูลค่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท

          วันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๔ คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำชุมชน ผู้ปกครองนักเรียน ศิษย์เก่าโดยการนำของ นายสุชาติ พูลศิลป์ ได้จัดผ้าป่าการศึกษาสร้างอาคารเรียนรวมน้ำใจเพิ่มเติมอีก ๑ ห้องเรียน มูลค่า ๗๐,๐๐๐ บาท

          วันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๕ นายวัชรินทร์ พงศ์พันธุ์อัศดร ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนบ้านวังโพน สปอ.โกสุมพิสัย และนายวันชัย เพ็ญนวลประเสริฐย้ายมาดำรงตำแหน่งแทน

          วันที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๕ นายเวียงพิงค์ ทาสีทำ ย้ายไปดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนชุมชนนาสีนวล นางพจนา เพ็ญนวลประเสริฐ ย้ายมาดำรงตำแหน่งแทน

          วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๕ ทางราชการมีคำสั่งให้เลื่อนและแต่งตั้ง นายอัมพร ยอดสะเทิน ตำแหน่งอาจารย์ใหญ่เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเกณฑ์คุณภาพ

          วันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๖ คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำชุมชน ผู้ปกครองนักเรียน ศิษย์เก่าโดยการนำของ นายสุชาติ อินทรจักรษร และนายสุภักดิ์ ศรีสมศักดิ์ได้จัดผ้าป่าการศึกษาจัดซื้อตู้เอกสาร ๒ หลัง พัดลม อุปกรณ์เครื่องครัว มูลค่า ๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมจัดตั้งกองทุนการศึกษาจำนวนเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท เพื่อนำดอกผลมอบเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนและพัฒนาโรงเรียน

          วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ คุณพ่อนัง  คุ้มไพฑูรย์บริจาคเงินจำนวน ๕,๐๐๐ บาท สมทบเงินกองทุนการศึกษา และในปีนี้เองกระทรวงศึกษาธิการได้เปลี่ยนโครงสร้างใหม่ส่งผลให้โรงเรียนขึ้นตรงต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต ๒

          วันที่ ๑๒  กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ นายอำนาจ  สืบสุนทร พร้อมตระกูลสืบสุนทรได้มอบผ้าป่าคอมพิวเตอร์การศึกษา จำนวน ๓ เครื่อง มูลค่า ๕๐,๐๐๐ บาท และในปีนี้เองโรงเรียนได้รับงบประมาณติดตั้งอินเทอร์เน็ตจานดาวเทียมรับสัญญาณพร้อมอุปกรณ์

   ปีการศึกษา ๒๕๔๙ ได้รับงบสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลนาสีนวลติดตั้งอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา มูลค่า ๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมนี้โรงเรียนได้นำดอกผลกำไรจากการดำเนินโครงการและกิจกรรมของโรงเรียนปูพื้นกระเบื้องและติดฝ้าเพดานอาคารเรียนรวมน้ำใจเป็นเงิน ๓๕,๐๐๐ บาท

          วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ โรงเรียนพร้อมชาวบ้าน ศิษย์เก่าจัดผ้าป่าการศึกษาสร้างอาคารห้องสมุดโรงเรียนมูลค่า ๔๑๕,๐๐๐ บาท ก่อสร้างแล้วเสร็จและทำพิธีเปิดในวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๑ นอกจากนี้ยังได้ย้ายและปรับปรุงห้องน้ำห้องส้วมใหม่โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการเลยและในปีนี้เองโรงเรียนได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนขนาดเล็กต้นแบบของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต ๒ พร้อมได้รับงบจัดซื้อคอมพิวเตอร์ รุ่น cl ๑ จำนวน ๖ เครื่อง มูลค่า ๑๙๑,๙๐๐ บาท

  ปีการศึกษา ๒๕๕๒ โรงเรียนได้ก่อสร้างโรงครัวเป็นเอกเทศเพื่อใช้ในการประกอบอาหารกลางวันและเป็นที่รับประทานอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนพร้อมทั้งนำวิทยากรภายนอกมาสอนดนตรีโปงลางให้กับนักเรียนซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลนาสีนวลในการจัดซื้อเครื่องดนตรีจำนวน ๒๘,๐๐๐ บาท

   ปีการศึกษา ๒๕๕๓ โรงเรียนปรับปรุงอาคารเอนกประสงค์โดยการปูพื้นกระเบื้องและปูตัวหนอนทำทางเดินเท้าต่อเชื่อมระหว่างอาคารเรียนรวมทั้งสร้างโรงจอดรถโดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการพร้อมทั้งนำวิทยากรภายนอกมาทำการสอนดนตรีโปงลางต่อเนื่องจากปีที่แล้วทำให้โรงเรียนมีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของผู้รับชม โดยได้รับการว่าจ้างไปทำการแสดงในงานต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ อีกทั้งได้รับรางวัลเหรียญทองประเภทวง ประเภทเดี่ยวพิณ เดี่ยวแคน เดี่ยวโหวต เดี่ยวโปงลาง ในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนครั้งที่ ๖ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต ๒ อีกด้วย

   ปีการศึกษา ๒๕๕๔ โรงเรียนได้รับงบประมาณซ่อมแซมอาคารเรียน(งบแปรญัตติ ส.ส. จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท) ซ่อมแซมฝ้าเพดานพร้อมปูพื้นกระเบื้อง

   ปีการศึกษา ๒๕๕๔ คณะครู,นักเรียน,ผู้ปกครองนักเรียนได้จัดสร้างรั้วหน้าโรงเรียน มูลค่า๑๕๖,๑๘๐ บาท

   ปีการศึกษา ๒๕๕๕ โรงเรียนได้รับงบประมาณซ่อมแซมอาคารเรียน(งบแปรญัตติ ส.ส. จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท) เปลี่ยนสังกะสีอาคารเรียน ปูกระเบื้องหน้าอาคารรวมน้ำใจ ต่อเติมกันสาดหน้าอาคารรวมน้ำใจ

   ปีการศึกษา ๒๕๕๖ โรงเรียนได้รับงบประมาณสุขาภิบาลอาหารในโรงเรียน จำนวน ๕๒,๐๐๐ บาทปรับปรุงโรงอาหาร ที่ล้างจาน ชาม ที่เผาขยะ ห้องน้ำ-ห้องส้วม

   ปีการศึกษา ๒๕๕๗ โรงเรียนได้รับงบประมาณ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาทปรับปรุงอาคารเอนกประสงค์ เปลี่ยนหลังคา ติดตั้งฝ้าเพดาน ทาสี

   ปีการศึกษา ๒๕๕๘ โรงเรียนได้รับงบประมาณจำนวน ๓๔๕,๖๐๐ บาท สร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก

          วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๒ นางสาวภูริชญา ยิ่งเสมอ ได้มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเหล่าน้อย

          ปัจจุบันโรงเรียนเปิดทำการเรียนการสอน ๒ ระดับ คือระดับอนุบาลและระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต

 

สภาพภูมิศาสตร์ของโรงเรียน

โรงเรียนบ้านเหล่าน้อย ตั้งอยู่ที่บ้านเหล่าน้อย หมู่ที่ ๗  ตำบลนาสีนวล อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม สภาพพื้นที่เป็นที่ราบติดกับชุมชน มีพื้นที่ ๑๔ ไร่ ๒ งาน ๖๒ ตารางวา อยู่ศูนย์กลางการคมนาคมของหมู่บ้านในเขตพื้นที่บริการ ๓ หมู่บ้าน คือ บ้านเหล่าน้อย หมู่ที่ ๗ บ้านป่าชาด หมู่ที่ ๑๒ และบ้านโพธิ์เงิน หมู่ที่ ๑๓

อาณาเขต

ทิศเหนือ ติดต่อกับตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภอปทุมรัตน์ จังหวัดร้อยเอ็ด

ทิศใต้ ติดต่อกับตำบลภารแอ่น อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม

ทิศตะวันตก ติดต่ออำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม

 

ข้อมูลสภาพชุมชนโดยรวม

สภาพชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนมีลักษณะเป็นชุมชนชนบท

   มีประชากรประมาณ ๙๑๐ คน บริเวณใกล้เคียงโดยรอบโรงเรียน ได้แก่วัด หมู่บ้าน หนองน้ำ ที่สาธารณะ อาชีพหลักของชุมชน คือทำนาเนื่องจากบรรพบุรุษประกอบอาชีพทำนา ส่วนใหญ่นับถือศาสนา พุทธ ประเพณี / ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปคือ  ฮีตสิบสองคลองสิบสี่ / การทอผ้าไหม ,การจักสาน 

   ๒.๒  ผู้ปกครองส่วนใหญ่ จบการศึกษาระดับ ป.๖

 อาชีพหลัก คือ ทำนา ( คิดเป็นร้อยละ ) ๑๐๐

 ส่วนใหญ่นับถือศาสนา  พุทธ ( คิดเป็นร้อยละ ) ๑๐๐

 ฐานะทางเศรษฐกิจ / รายได้โดยเฉลี่ยต่อครอบครัว ๑๕,๐๐๐ บาทต่อปี

 จำนวนคนเฉลี่ย ต่อครอบครัว ๔.๔ คน

   ๒.๓ โอกาสและข้อจำกัดของโรงเรียน

 ที่ตั้งโรงเรียนอยู่ติดกับวัดและอยู่ภายในชุมชน ห่างไกลกับแหล่งที่มีความเสี่ยงต่อยาเสพติดอยู่ใกล้กับแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาชาวบ้าน เนื่องจากเป็นโรงเรียนขนาดเล็กไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากทางราชการในด้านสิ่งก่อสร้างเช่นอาคารเรียน อาคารประกอบ ห้องสมุด ห้องน้ำห้องส้วม วัสดุ อุปกรณ์ เช่น แต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครองนักเรียน ผู้นำชุมชน ศิษย์เก่า มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย องค์การบริหารส่วนตำบลนาสีนวล องค์การบริหารส่วนจังหวัด

 

สภาพภูมิอากาศ

 ลักษณะภูมิอากาศโดยทั่วไปมีดังนี้

 ฤดูฝน           เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน

 ฤดูหนาว         เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนมกราคม

 ฤดูร้อน           เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม

 

สภาพเศรษฐกิจ

  สภาพเศรษฐกิจ เกิดจากการประสานพลังการผลิต ระหว่างภาคเกษตรกรรมและหัตถกรรม ราษฎรเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตเพื่อการผลิตภาคเกษตรกรรมโดยมีการเพาะปลูกพืช เลี้ยงสัตว์เป็นสำคัญ การผลิตของราษฎรในระยะแรก มีวัตถุประสงค์เพื่อเลี้ยงตนเองเป็นหลัก ดังนั้นเมื่อผลิตสิ่งใดราษฎรมักจะคำนึงถึงมูลค่าการใช้มากกว่ามูลค่าการแลกเปลี่ยน ด้วยเหตุนี้ผลผลิตของราษฎรจึงมีหลากหลายประเภท แต่ละประเภทมีปริมาณเพียงเล็กน้อย ผลผลิตมีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตแทบทั้งสิ้น จนราษฎรแทบไม่ต้องพึ่งพาชุมชนอื่นหรือตลาดราษฎรในเขตบริการประกอบอาชีพหลัก คือ การเพาะปลูกพืช มีการทำนาปลูกข้าวเป็นสำคัญ พื้นที่ส่วนใหญ่ทำการเกษตรทั้งสิ้น ทำนาเพาะปลูกข้าว นอกจากนั้นเป็นการปลูกพืชผักสวนครัว พืชไร่ และไม้ผลยืนต้น ส่วนอาชีพเสริมหลังฤดูกาลทำนานั้นมีการเลี้ยงสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ หมู วัว ควาย เป็นต้น งานหัตถกรรมที่สำคัญคือ การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การทอผ้า และจักสาน  พฤติกรรมการบริโภคมีลักษณะเหมือนกันทุกครอบครัว อาหารการกินที่นำมาบริโภคล้วนแต่เป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติทั้งสิ้น ราษฎรอาศัยข้าวเหนียวที่เพาะปลูกบริโภคในครอบครัวและส่วนที่เหลือเก็บในยุ้งฉาง อาหารมีหลากหลายประเภท สามารถหาได้ตามทุ่งนาหรือป่าละเมาะรอบหมู่บ้าน เช่น เห็ด ผักหวาน ผักตำลึง กบ เขียด ปลา หรือแมลงต่างๆ เป็นต้น อาหารเหล่านี้มีอย่างอุดมสมบูรณ์ไม่ต้องซื้อหา บางสิ่งที่ผลิตเองไม่ได้จะใช้การแลกเปลี่ยนระหว่างชุมชน ดังคำกล่าวที่ว่า “พริกบ้านเหนือ เกลือบ้านใต้”

 

สภาพสังคมและวัฒนธรรม

ราษฎรในสังกัดนิยมรวมกันตั้งบ้านเรือนเป็นกระจุก ในพื้นที่มีสภาพภูมิประเทศเหมาะสมกับการประกอบอาชีพ เช่น ริมลำคลอง หนองน้ำ บ้านเรือนตั้งอยู่บนเนินเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ หมู่บ้านเป็นทุ่งนา หนองน้ำ บ้านเรือนของราษฎรอาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็ก จำนวน ๓-๕ หลังคาเรือน ระหว่างพี่น้อง ลักษณะบ้านของผู้มีฐานะยากจนจะไม่ค่อยมั่นคงถาวรนัก เป็นบ้านยกไต้ถุนไม่ให้น้ำท่วมถึง ฝาบ้านเป็นไม้ มุงด้วยสังกะสี ผู้มีฐานะปานกลางมักสร้างบ้านสองชั้น ชั้นบนเป็นไม้เนื้อแข็งถาวร ใต้ถุนโล่งเพื่อใช้เก็บเครื่องมือเครื่องใช้การเกษตรต่าง ๆ เช่น รถไถนาเดินตาม เครื่องสูบน้ำ จอบ เสียม หรือเครื่องมือหัตถกรรม เช่น กี่ทอผ้า เลี้ยงไหม ส่วนหนึ่งเป็นคอกเลี้ยงสัตว์ เช่น  วัว ควาย เป็ด ไก่ เป็นต้น ภายหลังจึงก่ออิฐถือปูนชั้นล่างตามสมัยนิยมบ้านในลักษณะดังกล่าวนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนผู้มีฐานะดีนิยมสร้างบ้านรูปทรงคล้ายบ้านจัดสรรในเมืองใหญ่ ทั้งชั้นเดียว สองชั้นบ้าง ก่ออิฐถือปูนทั้งหลัง หลังคามุงกระเบื้องหลากสีสัน มีรั้วเหล็กดัดสวยงามกั้นอาณาเขตแยกออกจากบ้านหลังอื่นครอบครัวเป็นครอบครัวเดี่ยวและมีความสัมพันธ์กับสมาชิกคนอื่นๆในชุมชนน้อยลง

ประเพณีและวัฒนธรรมความสัมพันธ์ทางสังคมของราษฎรมีลักษณะเดียวกับที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านหรือชุมชนเล็กๆกล่าวคือแต่ละปัจเจกชนในชุมชนมีความเข้าใจและสนใจทุกข์สุขและสวัสดิการของกันและกัน มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในเรื่องค่านิยมและความเชื่อ เป็นความเคยชินจากขนบธรรมเนียมประเพณี และประสบการณ์ที่มีร่วมกัน มีความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษหรือผีปู่ตา เป็นผีที่คนทั้งหมู่บ้านให้ความเคารพนับถือ ช่วยคุ้มครองคนในหมู่บ้านดำรงชีวิตด้วยความสงบสุข การจัดกิจกรรมในหมู่บ้านหรือแม้กระทั่งการเดินทางไปต่างถิ่นต้องบอกกล่าวให้ปู่ตารับรู้ นอกจากนี้ยังมีประเพณีที่ปฏิบัติกันจนเป็นวิถีชีวิต ได้แก่ ฮีตสิบสอง หมายถึง ประเพณีในรอบ ๑๒ เดือน ที่หล่อหลอมชีวิตให้รักสงบและมีความเอื้ออาทรต่อกัน และคลองสิบสี่ หมายถึงธรรมเนียมการปฏิบัติที่คนในสังคมควรมีต่อกัน ๑๔ ประการ

 

 ๖. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 ๖.๑ น้ำ เป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต และการประกอบอาชีพของประชาชน แบ่งออกเป็น น้ำฝน น้ำผิวดินหรือน้ำขัง ได้แก่น้ำที่ขังหรือไหลอยู่ตามผิวดิน เมื่อฝนตกลงมาดินดูดเอาไว้จนอิ่มตัว แล้วน้ำจะค่อย ๆ ไหลบ่าไปตามลำน้ำ ลำห้วย คลอง หนองบึง น้ำผิวดินเป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญที่ได้ใช้อุปโภคและบริโภค หนองน้ำที่สำคัญคือ หนองฝาย,หนองไผ่,หนองแต้,หนองน้ำสาธารณะประโยชน์ ส่วนน้ำใต้ดินหรือน้ำบาดาลคุณภาพของน้ำดีใช้ดื่มกินได้

 ๖.๒ ดิน เป็นทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ท้องถิ่นใดมีดินอุดมสมบูรณ์จะช่วยส่งเสริมให้ท้องถิ่นนั้น อุดมด้วยพืชพรรณธรรมชาติที่ใช้เป็นอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ทรัพยากรดินไม่มีสิ่งใดทดแทนได้ ถ้ารู้จักวิธีการใช้ดินอย่างถูกต้องเหมาะสมก็จะมีทรัพยากรดินไว้ใช้อย่างอุดมสมบูรณ์ สำหรับดินในเขตบริการ สภาพโดยทั่วไปเป็นดินร่วนปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ทำให้ผลผลิตจากการเพาะปลูกต่ำ ราษฎรต้องเสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงดินมาก

 ๖.๒ ป่าไม้ ถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพมีพื้นป่าเบญจพรรณ ได้แก่โคกหนองย่างซิ่น,โคกโนนเล้าข้าว เป็นที่ชาวบ้านเข้าไปหาของป่า เช่นเก็บเห็ด ,แหย่ไข่มดแดง,เก็บผัก ฯลฯ

 


ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ 2025-07-18 14:25:42 น.