โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 3
ประวัติ โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่

โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่  ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่  พ.ศ.2460  ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ  เทนอิสสระ  อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน  ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน  แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย  ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ  ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ  เมื่อถึง  พ.ศ.2461  ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี  พ.ศ.  2461  นี้  ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง  ชาตยานนท์)  นายอำเภอชนบท  มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน  มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน  จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น  เรียกว่าเงินเสียหัว  (เงินภาษีรายหัว)  มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล  และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พ.ศ.  2462  ชื่อว่า  “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่”  ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน  และแต่งตั้งให้นายอาจ  เทนอิสสระ  เป็นครูใหญ่  รับเงินเดือนๆละ  8  บาท

                        ในระยะต่อมา  นายอำเภอชนบทเห็นว่า  สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม  จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง

                        ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น  ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง  (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้)  ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน  และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน  แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ  เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง  เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน  เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ  ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี  ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่  (เพ็กเฟื้อย)  บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น)  แวงใหญ่  ชนบท  ขอนแก่น  อุดรธานี

                        จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม  โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่  ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ตั้งแต่วันที่  1  กรกฎาคม  พุทธศักราช  2462


ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ 2021-12-03 23:29:12 น.