โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462โรงเรียนชุมชนบ้านแวงใหญ่ ได้ก่อตั้งครั้งแรกที่สุดตั้งแต่ พ.ศ.2460 ดำเนินการสอนโดยพระอาจารย์อาจ เทนอิสสระ อาศัยศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นอาคารเรียน ได้เรียกร้องเอากุลบุตรธิดาของชาวบ้านเข้าเป็นนักเรียน แต่ส่วนมากจะมีเฉพาะนักเรียนชาย ทำหน้าที่เป็นครูสอนหนังสือ ขณะเป็นพระภิกษุอยู่ปีเศษ เมื่อถึง พ.ศ.2461 ก็ได้ลาสิกขาและทำหน้าที่เป็นครูสอนมาโดยตลอดซึ่งในระยะต้นๆปี พ.ศ. 2461 นี้ ทางราชการโดยหลวงนครจันทึก(เล็ง ชาตยานนท์) นายอำเภอชนบท มาตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชน มาพบเข้าก็ให้การสนับสนุนโดยให้เงินส่งเสริมเป็นค่าตอบแทน จากเงินศึกษาพลีซึ่งเรียกเก็บจากราษฎร์ในสมัยนั้น เรียกว่าเงินเสียหัว (เงินภาษีรายหัว) มอบให้เป็นรายเดือนพร้อมกันนี้ก็ได้นำเรื่องนี้เสนอไปตามลำดับขั้นเพื่อขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนประชาบาล และในที่สุดทางราชการก็ได้อนุมัติให้ตั้งเป็นโรงเรียนขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ชื่อว่า “โรงเรียนประชาบาลวัดบ้านแวงใหญ่” ใช้ศาลาวัดสระเกษบ้านแวงใหญ่เป็นที่ทำการสอน และแต่งตั้งให้นายอาจ เทนอิสสระ เป็นครูใหญ่ รับเงินเดือนๆละ 8 บาท
ในระยะต่อมา นายอำเภอชนบทเห็นว่า สถานศึกษาที่อาศัยอยู่กับวัดนั้นไม่เหมาะสม จึงให้ย้ายโรงเรียนจากศาลาวัดมาทำการสอนอยู่ที่พักคนเดินทาง
ศาลาที่พักคนเดินทางขณะนั้น ตั้งอยู่ริมทางหลวงในหมู่บ้านหัวหนองแวง (อยู่ทางตะวันออกของสนามโรงเรียนขณะนี้) ศาลาที่พักนี้จะสร้างไว้เพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับพักแรมของเจ้านายสมัยก่อน และอาศัยเป็นที่พักของพ่อค้าวานิชต่างเมืองที่เดินผ่าน แต่ที่ใช้ประโยชน์โดยตรงนั้นเป็นที่พักแรมของเจ้านายระดับเสนาบดีประจำกระทรวงจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไปตรวจราชการหัวเมือง เพราะการเดินทางในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยม้าหรือเกวียน เช่นจะมาจากกรุงเทพฯ ไปตรวจราชการที่มณฑลอุดลธานี ต้องมาลงรถไฟที่โคราชผ่านอำเภอบัวใหญ่ (เพ็กเฟื้อย) บ้านโนนหอม (โนนผักเหม็น) แวงใหญ่ ชนบท ขอนแก่น อุดรธานี
จากการตรวจสอบทางเอกสารและรายงานต่างของข้อมูลเดิม โรงเรียนชุมชนบ้านแงใหญ่ ได้ก่อตั้งโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2462