โรงเรียนบ้านหว้าทอง ตั้งอยู่ในบ้านหนองหว้า ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๗ โดยขุนประเสริฐ สรรพกิจ นายอำเภอภูเขียวเป็นผู้ก่อตั้ง ซึ่งยังไม่มีอาคารเรียนให้เด็กเล่าเรียนตามพระราชบัญญัติประถมศึกษา โรงเรียนได้อาศัยศาลาการเปรียญวัดศรีชมพู บ้านหนองหว้า เป็นสถานที่เล่าเรียน โดยเปิดทำการสอนวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ ดำรงอยู่ด้วยเงินช่วยประถมศึกษา โดยมีนายสำเริง กลีบโกมุท เป็นครูใหญ่คนคนแรก
ต่อมานายสำเริง กลีบโกมุท ได้โอนย้ายไปเป็นสารวัตรศึกษา สังกัดสำนักงานการศึกษาธิการอำเภอภูเขียว ทางราชการจึงได้แต่งตั้งนายเสาร์(ถนัด) นุชภิเรนทร์ มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่แทน
ต่อมา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๘ นายเสาร์(ถนัด) นุชภิเรนทร์ สอบแข่งขันเสมียนศาลจังหวัดภูเขียวได้ จึงได้ลาออกจากตำแหน่งครูใหญ่ไปรับตำแหน่งหน้าที่ใหม่ทางราชการจึงได้ย้ายนายมณี ภิรมย์ไกรภักดิ์ ครูโรงเรียนวัดสำเนา ตำบลบ้านเต่า อำเภอบ้านแท่น(ซึ่งขณะนั้นสังกัดอยู่กับอำเภอภูเขียว)มารักษาราชการแทนครูใหญ่
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๒ ทางราชการจึงได้ย้ายนายกุหลาบ เพชรล้ำ ครูใหญ่โรงเรียนวัดฉิมพลี บ้านหนองข่า ตำบลบ้านเพชร มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่
ปี พ.ศ.๒๕๐๕ นายกุหลาบ เพชรล้ำครูใหญ่ได้ประชุมคณะกรรมการศึกษาและชาวบ้านเตรียมจัดตั้งและปลูกสร้างโรงเรียนเอกเทศถาวร (แบบ ป.๑ฉ)และในปีนั้นเองทางราชการคือกรมสามัญศึกษากระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติเงินงบประมาณ หมวดค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างมาให้เป็นทุนสมทบกับเงินและตัวไม้ที่ชาวบ้านช่วยกันบริจาคเป็นจำนวนเงิน ๒๓,๐๐๐ บาทและได้ลงมือปลูกสร้าง เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๐๕ เมื่อแล้วเสร็จจึงได้ย้ายจากศาลาการเปรียญวัดบ้านหว้าทอง มาเรียนที่อาคารหลังนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ เป็นต้นมา
ปี พ.ศ.๒๕๑๙ ทางราชการได้อนุญาตให้เปิดสอนชั้นประถมตอนปลาย คือชั้นประถมปีศึกษาปีที่๕ – ๖ โรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนด้วยความเรียบร้อยโดยเปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖
ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ทางราชการได้แต่งตั้งนางฉวีวรรณ เทอดคุณมาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ และในปีนี้ได้อนุญาตเปิดขยายชั้นเด็กเล็กเพื่อเป็นการพัฒนาด้านการศึกษาตามนโยบายของทางราชการโรงเรียนนี้จึงได้เปิดสอนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็กถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๓๗ ทางราชได้แต่งตั้งนายสืบพงษ์ วงศ์พรหม อาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านลาดใหญ่ สปอ.เมืองชัยภูมิ มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านหว้าทอง
ปี พ.ศ.๒๕๔๐ ทางราชการได้ย้าย นายเดชา กมลเพชร ตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ ระดับ ๗ มาดำรงตำแหน่ง ได้มีการปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน ตามโครงการปฏิรูปการศึกษา ของสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ ได้รับงบประมาณห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ห้องปฏิบัติการทางภาษา ห้องวิทยาศาสตร์ ทำให้การเรียนการสอนเจริญก้าวหน้ามากขึ้น
วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๔๙ ทางราชการได้มีคำสั่งย้ายและแต่งตั้งสับเปลี่ยนระหว่างนายเดชา กมลเพชร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหว้าทอง ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนงามและให้นายบุญมี เดิมกะยอมผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนงาม มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหว้าทอง
วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๐ ได้ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์เฉลิมพระเกียรติ์ หลังใหม่ขึ้นแทนหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรมมาก โดยร่วมกับชาวบ้านจัดหาผ้าป่าการศึกษา ได้เงินทั้งสิ้นประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งไม่ต้องใช้งบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด
โรงเรียนบ้านหว้าทอง ตั้งอยู่ในบ้านหนองหว้า ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๗ โดยขุนประเสริฐ สรรพกิจ นายอำเภอภูเขียวเป็นผู้ก่อตั้ง ซึ่งยังไม่มีอาคารเรียนให้เด็กเล่าเรียนตามพระราชบัญญัติประถมศึกษา โรงเรียนได้อาศัยศาลาการเปรียญวัดศรีชมพู บ้านหนองหว้า เป็นสถานที่เล่าเรียน โดยเปิดทำการสอนวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ ดำรงอยู่ด้วยเงินช่วยประถมศึกษา โดยมีนายสำเริง กลีบโกมุท เป็นครูใหญ่คนคนแรก
ต่อมานายสำเริง กลีบโกมุท ได้โอนย้ายไปเป็นสารวัตรศึกษา สังกัดสำนักงานการศึกษาธิการอำเภอภูเขียว ทางราชการจึงได้แต่งตั้งนายเสาร์(ถนัด) นุชภิเรนทร์ มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่แทน
ต่อมา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๘ นายเสาร์(ถนัด) นุชภิเรนทร์ สอบแข่งขันเสมียนศาลจังหวัดภูเขียวได้ จึงได้ลาออกจากตำแหน่งครูใหญ่ไปรับตำแหน่งหน้าที่ใหม่ทางราชการจึงได้ย้ายนายมณี ภิรมย์ไกรภักดิ์ ครูโรงเรียนวัดสำเนา ตำบลบ้านเต่า อำเภอบ้านแท่น(ซึ่งขณะนั้นสังกัดอยู่กับอำเภอภูเขียว)มารักษาราชการแทนครูใหญ่
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๒ ทางราชการจึงได้ย้ายนายกุหลาบ เพชรล้ำ ครูใหญ่โรงเรียนวัดฉิมพลี บ้านหนองข่า ตำบลบ้านเพชร มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่
ปี พ.ศ.๒๕๐๕ นายกุหลาบ เพชรล้ำครูใหญ่ได้ประชุมคณะกรรมการศึกษาและชาวบ้านเตรียมจัดตั้งและปลูกสร้างโรงเรียนเอกเทศถาวร (แบบ ป.๑ฉ)และในปีนั้นเองทางราชการคือกรมสามัญศึกษากระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติเงินงบประมาณ หมวดค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างมาให้เป็นทุนสมทบกับเงินและตัวไม้ที่ชาวบ้านช่วยกันบริจาคเป็นจำนวนเงิน ๒๓,๐๐๐ บาทและได้ลงมือปลูกสร้าง เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๐๕ เมื่อแล้วเสร็จจึงได้ย้ายจากศาลาการเปรียญวัดบ้านหว้าทอง มาเรียนที่อาคารหลังนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ เป็นต้นมา
ปี พ.ศ.๒๕๑๙ ทางราชการได้อนุญาตให้เปิดสอนชั้นประถมตอนปลาย คือชั้นประถมปีศึกษาปีที่๕ – ๖ โรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนด้วยความเรียบร้อยโดยเปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖
ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ทางราชการได้แต่งตั้งนางฉวีวรรณ เทอดคุณมาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ และในปีนี้ได้อนุญาตเปิดขยายชั้นเด็กเล็กเพื่อเป็นการพัฒนาด้านการศึกษาตามนโยบายของทางราชการโรงเรียนนี้จึงได้เปิดสอนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็กถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๓๗ ทางราชได้แต่งตั้งนายสืบพงษ์ วงศ์พรหม อาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านลาดใหญ่ สปอ.เมืองชัยภูมิ มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านหว้าทอง
ปี พ.ศ.๒๕๔๐ ทางราชการได้ย้าย นายเดชา กมลเพชร ตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ ระดับ ๗ มาดำรงตำแหน่ง ได้มีการปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน ตามโครงการปฏิรูปการศึกษา ของสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ ได้รับงบประมาณห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ห้องปฏิบัติการทางภาษา ห้องวิทยาศาสตร์ ทำให้การเรียนการสอนเจริญก้าวหน้ามากขึ้น
วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๔๙ ทางราชการได้มีคำสั่งย้ายและแต่งตั้งสับเปลี่ยนระหว่างนายเดชา กมลเพชร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหว้าทอง ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนงามและให้นายบุญมี เดิมกะยอมผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนงาม มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหว้าทอง
วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๐ ได้ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์เฉลิมพระเกียรติ์ หลังใหม่ขึ้นแทนหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรมมาก โดยร่วมกับชาวบ้านจัดหาผ้าป่าการศึกษา ได้เงินทั้งสิ้นประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งไม่ต้องใช้งบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด
โรงเรียนบ้านหว้าทอง ตั้งอยู่ในบ้านหนองหว้า ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๗ โดยขุนประเสริฐ สรรพกิจ นายอำเภอภูเขียวเป็นผู้ก่อตั้ง ซึ่งยังไม่มีอาคารเรียนให้เด็กเล่าเรียนตามพระราชบัญญัติประถมศึกษา โรงเรียนได้อาศัยศาลาการเปรียญวัดศรีชมพู บ้านหนองหว้า เป็นสถานที่เล่าเรียน โดยเปิดทำการสอนวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ ดำรงอยู่ด้วยเงินช่วยประถมศึกษา โดยมีนายสำเริง กลีบโกมุท เป็นครูใหญ่คนคนแรก
ต่อมานายสำเริง กลีบโกมุท ได้โอนย้ายไปเป็นสารวัตรศึกษา สังกัดสำนักงานการศึกษาธิการอำเภอภูเขียว ทางราชการจึงได้แต่งตั้งนายเสาร์(ถนัด) นุชภิเรนทร์ มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่แทน
ต่อมา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๘ นายเสาร์(ถนัด) นุชภิเรนทร์ สอบแข่งขันเสมียนศาลจังหวัดภูเขียวได้ จึงได้ลาออกจากตำแหน่งครูใหญ่ไปรับตำแหน่งหน้าที่ใหม่ทางราชการจึงได้ย้ายนายมณี ภิรมย์ไกรภักดิ์ ครูโรงเรียนวัดสำเนา ตำบลบ้านเต่า อำเภอบ้านแท่น(ซึ่งขณะนั้นสังกัดอยู่กับอำเภอภูเขียว)มารักษาราชการแทนครูใหญ่
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๒ ทางราชการจึงได้ย้ายนายกุหลาบ เพชรล้ำ ครูใหญ่โรงเรียนวัดฉิมพลี บ้านหนองข่า ตำบลบ้านเพชร มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่
ปี พ.ศ.๒๕๐๕ นายกุหลาบ เพชรล้ำครูใหญ่ได้ประชุมคณะกรรมการศึกษาและชาวบ้านเตรียมจัดตั้งและปลูกสร้างโรงเรียนเอกเทศถาวร (แบบ ป.๑ฉ)และในปีนั้นเองทางราชการคือกรมสามัญศึกษากระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติเงินงบประมาณ หมวดค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างมาให้เป็นทุนสมทบกับเงินและตัวไม้ที่ชาวบ้านช่วยกันบริจาคเป็นจำนวนเงิน ๒๓,๐๐๐ บาทและได้ลงมือปลูกสร้าง เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๐๕ เมื่อแล้วเสร็จจึงได้ย้ายจากศาลาการเปรียญวัดบ้านหว้าทอง มาเรียนที่อาคารหลังนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ เป็นต้นมา
ปี พ.ศ.๒๕๑๙ ทางราชการได้อนุญาตให้เปิดสอนชั้นประถมตอนปลาย คือชั้นประถมปีศึกษาปีที่๕ – ๖ โรงเรียนได้จัดการเรียนการสอนด้วยความเรียบร้อยโดยเปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖
ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ทางราชการได้แต่งตั้งนางฉวีวรรณ เทอดคุณมาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ และในปีนี้ได้อนุญาตเปิดขยายชั้นเด็กเล็กเพื่อเป็นการพัฒนาด้านการศึกษาตามนโยบายของทางราชการโรงเรียนนี้จึงได้เปิดสอนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็กถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๓๗ ทางราชได้แต่งตั้งนายสืบพงษ์ วงศ์พรหม อาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านลาดใหญ่ สปอ.เมืองชัยภูมิ มาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนบ้านหว้าทอง
ปี พ.ศ.๒๕๔๐ ทางราชการได้ย้าย นายเดชา กมลเพชร ตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ ระดับ ๗ มาดำรงตำแหน่ง ได้มีการปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน ตามโครงการปฏิรูปการศึกษา ของสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ ได้รับงบประมาณห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ห้องปฏิบัติการทางภาษา ห้องวิทยาศาสตร์ ทำให้การเรียนการสอนเจริญก้าวหน้ามากขึ้น
วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๔๙ ทางราชการได้มีคำสั่งย้ายและแต่งตั้งสับเปลี่ยนระหว่างนายเดชา กมลเพชร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหว้าทอง ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนงามและให้นายบุญมี เดิมกะยอมผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโนนงาม มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหว้าทอง
วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๐ ได้ก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์เฉลิมพระเกียรติ์ หลังใหม่ขึ้นแทนหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรมมาก โดยร่วมกับชาวบ้านจัดหาผ้าป่าการศึกษา ได้เงินทั้งสิ้นประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งไม่ต้องใช้งบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด