ประวัติโรงเรียน
โรงเรียนบ้านโนน "นิยมศาสตร์ศึกษา" ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 10 ตำบลโนน อำเภอโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 โดยอาศัยวัดบ้านโนน ชื่อโรงเรียนตอนั้นชื่อว่า "โรงเรียนตำบลโนน"
ปี พ.ศ. 2483 ได้ย้ายจากวัดมาตั้งในที่ดินโรงเรียนปัจจุบัน โดยนายสูรย์ อินโอ้ ชาวบ้านหนองไผ่ หมู่ที่ 10 ตำบลโนน บริจาคที่ดินให้ทั้งหมด 13 ไร่ และได้รับงบประมาณในการสร้างอาคารเรียนถาวร 1 หลัง จำนวน 2 ห้องเรียน เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น โรงเรียนประชาบาลตำบลโนน "นิยมศาสตร์ศึกษา" และในปี พ.ศ. 2492 ได้เปลี่ยนชื่อเพื่อให้เกิดความเหมาะสม โดยใช้ชื่อว่า โรงเรียนบ้านโนน "นิยมศาสตร์ศึกษา" จนถึงปัจจุบัน
ปี พ.ศ. 2516 โรงเรียนได้รับงบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียนถาวร แบบ ป.1 ฉ จำนวน 1 หลัง 4 ห้องเรียน เปิดการเรียนการสอนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 7
ปี พ.ศ. 2520 ปรับเปลี่ยนชั้นเรียนตามหลักสูตรการเรียนจากชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 เป็นชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ปี พ.ศ. 2527 ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนถาวร แบบ สปช. 105/26 จำนวน 1 หลัง 8 ห้องเรียน และถังเก็บน้ำฝนแบบ ฝ.33 จำนวน 1 ชุด
ปี พ.ศ. 2528 ได้รับอนุมัติให้จัดการเรียนการสอนระดับก่อนประถมศึกษา
ปี พ.ศ. 2535 ได้รับอนุมัติให้เปิดทำการสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ตามโครงการขยายโอกาสทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรุ่นที่ 2 โดยมีนักเรียนจำนวน 25 คน สมัครเรียน และได้รับการจัดสรรอาคารเรียน แบบ สปช.105/29 จำนวน 1 หลัง 4 ห้องเรียน
ปี พ.ศ. 2542 ได้รับงบประมาณต่อเติมอาคารเรียนแบบ สปช.105/29 ชั้นล่าง จำนวน 4 ห้องเรียน พร้อมอุปกรณ์
ปี พ.ศ. 2559 ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนแบบ สปช.105/29 จำนวน 4 ห้องเรียน ไต้ถุนโล่ง พร้อมอุปกรณ์
โรงเรียนบ้านโนน "นิยมศาสตร์ศึกษา" ตั้งอยู่ในพื้นที่ จำนวน 13 ไร่ มีอาคารเรียนจำนวน 4 หลัง สนามฟุตบอล จำนวน 1 สนาม สนามบาสเกตบอล จำนวน 1 สนาม บ่อเลี้ยงปลาจำนวน 1 บ่อ และแปลงเกษตรจำนวน 1 ไร่
ปัจจุบัน มี ว่าที่ร้อยตรี บุญเกตุ อัสโย เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน มีครู จำนวน 15 คน ครูอัตราจ้าง จำนวน 1 คน ครูธุรการ 1 คน ไม่มีนักการภารโรง/พนักงานบริการ
สภาพสังคมและวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง
สภาพสังคม และวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง ของประชาชนในเขตบริการของโรงเรียนบ้านโนน "นิยมศาสตร์ศึกษา" สรุปได้ดังต่อไปนี้
สภาพสังคม
โรงเรียนบ้านโนน "นิยมศาสตร์ศึกษา" มีหมู่บ้านในเขตบริการจำนวน 5 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 1 บ้านโนน หมู่ที่ 3 บ้านขาม หมู่ที่ 10 บ้านหนองไผ่ หมู่ที่ 11 บ้านหนองแมว และหมู่ที่ 15 บ้านโนนแดง และมีหมู่บ้านนอกเขตบริการบางหมู่บ้านได้ส่งบุตรหลานเข้ามาเรียน เช่น บ้านโพธิ์น้อย
หมู่บ้านในเขตบริการและนอกเขตบริการ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทำนา เป็นอาชีพหลัก อาชีพเสริม คือ การเลี้ยงสัตว์ ทอผ้าไหม ทอผ้าเช็ดเท้า และการรับจ้างทั่วไป วัยรุ่นหนุ่มสาวส่วนใหญ่เดินทางไปทำงานที่กรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด คงเหลือแต่ผู้ใหญ่วัยชรา และเด็ก อยู่ประจำหมู่บ้าน
สภาพเศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง
1. ด้านสังคมและวัฒนธรรม มีปัจจัยที่เป็นโอกาสทางการศึกษา คือ ชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจในการจัดการศึกษา ให้ความสนับสนุนการจัดการศึกษา มีวัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงามส่งผลให้เด็กมีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีความประพฤติดี ส่งผลดีต่อการจัดการศึกษา แต่ก็มีอุปสรรคอยู่บ้าน เนื่องจากบางชุมชนมีการเล่นการพนัน และมีการละทิ้งถิ่นฐานไปทำงานที่ต่างจังหวัด ส่งผลให้การจัดการศึกษาในด้านการให้ความร่วมมือมีน้อย
2. ด้านเทคโนโลยี ชุมชนมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี เครื่องจักรกลต่าง ๆ ตลอดจนภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่เป็นโอกาส ส่งผลให้ชุมชนสนับสนุนในการพัฒนาการจัดการศึกษาดีขึ้น แต่อย่างไร ชุมชนยังขาดความรู้ในเรื่องการบำรุงรักษาที่ถูกต้อง ส่งผลให้เครื่องมือด้านการเกษตรเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
3. ด้านเศรษฐกิจ รายได้ของผู้ปกครอง สภาวะทางการเงิน อัตราการว่างงาน อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้สู่ชุมชนไม่สมดุล ทำให้ชุมชนมีรายได้น้อยเกิดความยากจน ทำให้โอกาสในการสนับสนุนการจัดการศึกษามีน้อย โรงเรียน และเป็นเหตุให้ชุมชนเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย เช่น การเล่นการพนัน การค้าสิ่งเสพติด เป็นต้น ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการจัดการศึกษา ทำให้โรงเรียนต้องพึ่งงบประมาณจากทางราชการเพียงอย่างเดียว จึงไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการศึกษาภายในโรงเรียน
4. ด้านการเมือง และกฎหมาย การบริหารจัดการตามนโยบายของรัฐบาลเปลี่ยนแปลงแก้ไขตามสภาพการณ์ ยังผลให้เป็นอุปสรรคต่อการจัดการศึกษาที่ไม่ต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ หลักสูตรการจัดการศึกษา กฎระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ เป็นเหตุส่งผลการจัดการศึกษา