โรงเรียนบ้านศาลา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 2
แผนกลยุทธ์หรือแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา โรงเรียนบ้านศาลา

ส่วนที่ ๑

บทนำ

 

ประวัติโรงเรียน

          โรงเรียนบ้านศาลา  ตั้งอยู่ที่  หมู่ที่  11  บ้านศาลา  ตำบลกระโพ  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์  รหัสไปรษณีย์  32120  เบอร์โทรศัพท์  088-3559535  ก่อตั้งเมื่อ  1  พฤษภาคม  2473  โดยใช้ที่ดินวัด  (ร้างไปแล้ว) มีพื้นที่ทั้งหมด  17  ไร่  2  งาน  31  ตารางวา  เปิดทำการสอนครั้งแรกในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่  1  ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่  4  โดยมีนายจักรเย็น  บานเย็น  เป็นครูใหญ่คนแรก

          ปัจจุบันโรงเรียนบ้านศาลามีอาคารเรียนทั้งหมด  3  หลัง  (แบบ  ป.ฉ)  รวม  8  ห้องเรียน  อาคารเอนกประสงค์  (แบบ สปช. 202-26)  จำนวน  1  หลัง  ส้วมขนาด  4  ที่  จำนวน  2  หลัง  ถังเก็บน้ำฝนจำนวน  1  ชุด  เปิดทำการสอนระดับก่อนประถมศึกษาจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่  6  ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนจำนวน  56  คน  ครูประจำการ  จำนวน  3  คน  ช่างไฟฟ้าชั้น  3  จำนวน  1  คน  เจ้าหน้าที่ธุรการ  จำนวน  1  คน  ครูอัตราจ้าง  จำนวน 1  คน

          เขตบริการของโรงเรียนบ้านศาลา  คือบ้านศาลา  หมู่ที่  11  บ้านโสน  หมู่ที่  11 บ้านม่วงงาม  หมู่ที่  11และมีนักเรียนนอกเขตบริการมาเรียนหนังสือได้แก่  บ้านโนนพะยอมและ  บ้านกุดเวียน  หมู่ที่  18

ตำบลกระโพ  อำเภอท่าตูม  จ.สุรินทร์

          โรงเรียนบ้านศาลา  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์  เขต 2  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน  กระทรวงศึกษาธิการ  ใช้เลขรหัสโรงเรียน  และรหัสหนังสือราชการสำหรับออกหนังสือราชการที่  ศธ  04167.20110/

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อมูลพื้นฐาน

          ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  ปีการศึกษา  ๒๕๖3  จำนวน  7  คน

          ข้อมูลพื้นฐานบุคลากร

 

เลขที่

ตำแหน่ง

ชื่อ-สกุล

ตำแหน่ง

วุฒิ/วิชาเอก

วัน/เดือน/ปี

ที่บรรจุ

  3029

 

3031

 

3034

 

3032

 

-

นายกฤตภพ ศรีใหญ่

 

นายพัฒนา  ฉิมงาม

 

นางวิไลย์  กุลบุตร

 

นางสาวอารีรัตน์ สุขศรี

 

นางสาววรารัตน์ หอมเนียม

ผู้อำนวยการ

 

ครู

ชำนาญการพิเศษ

ครู

 

ครู

 

ครูจ้าง

ศษ.ม.การบริหารการศึกษา

ศปม.

ทัศนศิลป์

ศษ.ม.การบริหารการศึกษา

วท.บ.

เทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม

ค.บ.

สังคมศึกษา

19 พฤศจิกายน 2559

 

1 สิงหาคม 2546

 

16 พฤษภาคม 2555

 

11 สิงหาคม 2554

 

1 กันยายน 2562

30247

นายสมพร  คงทรัพย์

ช่างไฟฟ้า 3

คบ.

อุตสาหกรรมศิลป์

16 เมษายน 2536

-

นายจักรพล  หอมหวล

เจ้าหน้าที่ธุรการ

ค.บ.

เคมี

12 ตุลาคม 2561

 

 

จำนวนนักเรียน  ประจำปีการศึกษา  ๒๕๖3

 

ชั้น

จำนวนนักเรียน

ทั้งหมด

เพศ

ชื่อครู

ประจำชั้น

   หมาย

    เหตุ

อบ. ๒

7

4

นางสาววรารัตน์ หอมเนียม

 

อบ. ๓

7

3

4

นางสาววรารัตน์ หอมเนียม

 

ป. ๑

12

6

6

นางวิไลย์  กุลบุตร

 

ป. ๒

7

4

3

นางวิไลย์  กุลบุตร

 

ป. ๓

7

3

4

นางสาวอารีรัตน์  สุขศรี

 

ป. ๔

5

2

นางสาวอารีรัตน์  สุขศรี

 

ป. ๕

7

3

4

นายพัฒนา  ฉิมงาม

 

ป. ๖

4

2

2

นายพัฒนา  ฉิมงาม

 

รวม

56

๒7

๒8

 

 

 

 

อาคารเรียน  อาคารประกอบ

                                                                                                

ที่

ประเภท

แบบ

จำนวน

(หลัง)

จำนวน

(ห้อง)

ปีที่สร้าง

๑.

๒.

 

 ๓.

 

๔.

5.

อาคารเรียน

อาคารอเนกประสงค์

     ส้วม

 

ถังน้ำ

บ้านพักครู

ป.1ฉ

สปช.202/26

 

สปช.601/26

สปช.604/45

ฝ.30(พิเศษ)

1

 

1

1

 

1

  8

  1

 

4

4

 

1

๒๕25

2527

 

2527

2551

2528

2534

 

 

ทำเนียบผู้บริหาร

โรงเรียนบ้านศาลา  หมู่ที่  11  ตำบลกระโพ  อำเภอท่าตูม   จังหวัดสุรินทร์

 

ที่

ชื่อ-สกุล

ตำแหน่ง

ปี พ.ศ.

หมายเหตุ

๑.

๒.

๓.

๔.

๕.

๖.

๗.

๘.

๙.

๑๐.

นายจักร  บานเย็น

นายก้อม ยอดลี

นายศักดิ์สกล แสนเมือง

นายสง่า  เจริญยิ่ง

นายสง่า  เจริญยิ่ง

นายสง่า  เจริญยิ่ง

นายเสงี่ยม วงค์พล

นายคำโพธ์  บุญสิงห์

นางสาวชุติญา  ยานะสาร

นานกฤตภพ  ศรีใหญ่

ครูใหญ่

ครูใหญ่

ครูใหญ่

ครูใหญ่

อาจารย์ใหญ่

ผู้อำนวยการ

ผู้อำนวยการ

ผู้อำนวยการ

ผู้อำนวยการ

ผู้อำนวยการ

2473-2496

2496-2521

2521-2541

2542-2543

2543-2546

2546-2551

2551-2553

2553-2558

2558-2559

๒๕59-ปัจจุบัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สถานที่ตั้ง  

บ้านศาลา  หมู่  11  ตำบลกระโพ  อำเภอท่าตูม  จังหวัดสุรินทร์  รหัสไปรษณีย์  32120

โทรศัพท์  088-3559535

 

 

 

               
    แผนที่ตั้งและเขตบริการโรงเรียนบ้านศาลา
 
    กล่องข้อความ: บ้านโสน
หมู่ที่ 11
  กล่องข้อความ: บ้านศาลา
หมู่ที่ 11
 
 
    กล่องข้อความ: โรงเรียนบ้านศาลา
 

 

 

 

 

 

 


 

           
  กล่องข้อความ: บ้านม่วงงาม
หมู่ที่ 11
    กล่องข้อความ: บ้านโนนพยอม
หมู่ที่ 18

  กล่องข้อความ: บ้านกุดเวียน
หมู่ที่ 18
 

 


พื้นที่ของโรงเรียน

          17 ไร่   2  งาน   31  ตารางวา


ส่วนที่  ๒

การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของสถานศึกษา

.สภาพแวดล้อมภายนอกสถานศึกษา

สภาพแวดล้อมภายนอกของโรงเรียนบ้านศาลา   จาก  ๔  ปัจจัย  คือ

                   ๑.๑  ปัจจัยด้านสังคมและวัฒนธรรม  ผู้ปกครองและชุมชน ให้ความสำคัญต่อการจัดกิจกรรมการศึกษาของโรงเรียน ทำให้การดำเนินงานต่างๆ ของสถานศึกษาเป็นไปด้วยความราบรื่น ถือได้ว่าปัจจัยด้านสังคมและวัฒนธรรมเป็นปัจจัยที่เป็นโอกาสมากกว่าอุปสรรคต่อการดำเนินภารกิจของโรงเรียน  กล่าวคือ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้นำชุมชน ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการศึกษา  สนับสนุนการจัดกิจกรรมต่างๆ โรงเรียน จึงจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งผู้ปกครองมีการประกอบอาชีพต่าง ๆ อย่างหลากหลายสามารถใช้เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นให้นักเรียนได้ศึกษาและเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ส่วนปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการจัดการศึกษาคือ  ที่ตั้งของโรงเรียนอยู่ในชุมชนหมู่บ้าน มีเขตบริการของโรงเรียน ๒ หมู่บ้าน และสภาพแวดล้อมทางกายภาพแต่ละหมู่บ้านเป็นชุมชนขนาดเล็ก  แนวโน้มของประชากรที่จะต้องได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่บริการ มีจำนวนลดน้อยลง เนื่องจากอัตราการเกิดของเด็ก ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินภารกิจของโรงเรียน  ผู้ปกครองบางส่วนมีอาชีพที่ไม่มั่นคง  มีฐานะยากจน ครอบครัวหย่าร้าง  พ่อแม่ไปประกอบอาชีพที่อื่น นักเรียนอาศัยอยู่กับปู่ย่าและต้องย้ายที่อยู่เพื่อประกอบอาชีพบ่อยๆ ทำให้นักเรียน เรียนไม่ต่อเนื่อง บางส่วนต้องอยู่กับญาติพี่น้อง ส่งผลกระทบต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนโดยรวม ตลอดจนปัญหาด้านสังคมที่ทำให้นักเรียนอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเกี่ยวข้อง  เช่น ปัญหายาเสพติด  ปัญหาการพนัน  ปัญหาการติดเกม เป็นต้น

                   ๑.๒  ปัจจัยทางด้านเทคโนโลยี    โครงสร้างพื้นฐานและการแพร่กระจายของเทคโนโลยีในชุมชนไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ ไฟฟ้า เครือข่ายการสื่อสารและอินเทอร์เน็ต ทำให้การเข้าถึงเทคโนโลยีของนักเรียนและผู้ปกครองทำได้ง่ายและสะดวก ตลอดจนอุปกรณ์เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทั้งในการบริหารจัดการ  การให้บริการและการพัฒนาการศึกษาให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น  สามารถช่วยลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน  เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน  ประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสาร  รวดเร็วขึ้น  โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสถานที่และเวลา  สำหรับด้านการศึกษา  สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ของนักเรียน  การให้บริการแก่ผู้ปกครอง  ประชาชน  ชุมชนและสังคม  ให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต เป็นปัจจัยที่เป็นโอกาสต่อการดำเนินภารกิจของโรงเรียนเป็นอย่างมาก  โดยโรงเรียนได้ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีมาพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนให้เกิดประสิทธิภาพตอบสนองต่อความต้องการของผู้ปกครองชุมชนและสังคม  ที่ต้องการให้นักเรียนได้เรียนรู้และทันต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อโอกาสที่ดีในอนาคต  ประกอบกับการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้เกิดการเรียนรู้และประสบการณ์ต่างๆอย่างหลากหลาย ส่วนปัจจัยที่เป็นอุปสรรค คือ สื่ออุปกรณ์เทคโนโลยี และคอมพิวเตอร์บางส่วนมีการชำรุด ไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอน นอกจากนี้ การซ่อมบำรุง วัสดุ  อุปกรณ์ด้านเทคโนโลยี  มีราคาค่อนข้างสูงทำให้การดำเนินการมีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก

 

                   ๑.๓  ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ    ภาวะทางเศรษฐกิจและฐานะทางเศรษฐกิจ ได้แก่ รายได้ของผู้ปกครองและประชากรกลุ่มเป้าหมาย ผู้ปกครองนักเรียนประกอบอาชีพหลากหลาย ได้แก่ เกษตรกรรม ทำนา ทำไร่สวน ปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์ รับจ้างทั่วไป ค้าขาย  แหล่งทรัพยากรทางเศรษฐกิจจึงเอื้ออำนวยต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียน เป็นปัจจัยที่เป็นโอกาสในการจัดการศึกษา  ประกอบกับนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ปี ไม่เสียค่าใช้จ่ายของรัฐบาล ทำให้แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง นักเรียนมีโอกาสมากขึ้น ผู้ปกครองส่วนใหญ่  มีฐานะทางเศรษฐกิจในระดับยากจนถึงปานกลาง จึงช่วยส่งเสริมและสนับสนุนด้านสื่อ  อุปกรณ์  อาคารสถานที่  ที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนและการดำเนินการของโรงเรียนได้ไม่มากนัก ส่วนอุปสรรคในการดำเนินงานคือ  งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐในการจัดการศึกษามีจำนวนจำกัดและผู้ปกครองมีฐานะยากจน 

                   ๑.๔  ปัจจัยทางด้านการเมืองและกฎหมาย  เป็นปัจจัยที่เป็นโอกาสต่อการดำเนินงานของโรงเรียนเป็นอย่างมากเพราะ  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ. ๒๕๔๒ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม  พ.ศ. ๒๕๔๕  และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๕๓ ทำให้ครูมีการพัฒนาตนเองและจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลายมากขึ้น  นักเรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ  ตลอดจนการได้รับการสนับสนุนในด้านต่างๆจากองค์กรส่วนท้องถิ่นและชุมชน  อันเนื่องมาจากพระราชบัญญัติการกระจายอำนาจส่งผลให้เกิดการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการศึกษามากยิ่งขึ้น  ส่วนอุปสรรคในการดำเนินงานตามภารกิจ  คือ  ความไม่ต่อเนื่องของนโยบายจัดการศึกษาเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษาและการปฏิรูปการศึกษาที่ยังไม่แล้วเสร็จ               

                   ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกตามปัจจัย  ๔  ด้าน ดังกล่าวข้างต้น  สรุปได้ว่า  โรงเรียนบ้านศาลา   มีปัจจัยที่เป็นโอกาสมากกว่าปัจจัยที่เป็นอุปสรรค  กล่าวคือ  มีความพร้อมในการจัดการศึกษา  โดยได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากชุมชนและหน่วยงานต้นสังกัด สามารถพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้เกิดผลตามเป้าหมายของโรงเรียน  แต่ก็ยังมีอุปสรรคอยู่บ้างคือ การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมและวัฒนธรรม สื่อและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้พฤติกรรมของเยาวชนปรับเปลี่ยนตามไปด้วย

 

๒. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษา

สภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษาโรงเรียนบ้านศาลา  พิจารณาจากจุดแข็งและจุดอ่อน จาก   ๖  ปัจจัย  ดังนี้

๒.๑  ปัจจัยทางด้านโครงสร้างและนโยบาย  เป็นจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อน  กล่าวคือ โรงเรียน

บ้าศาลา   มีการบริหารงาน  กำหนดวิสัยทัศน์  นโยบาย  เป้าหมาย  และภารกิจที่ชัดเจน  ทำให้บุคลากรมีการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ  เน้นการทำงานเป็นหมู่คณะ  ทุกคนมีส่วนร่วมรับผิดชอบ  สร้างขวัญและกำลังใจลดการขัดแย้ง  ทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ  แต่ยังมีจุดอ่อนอยู่บ้างในเรื่องของการปฏิบัติตามนโยบายบางส่วน ยังไม่ได้ประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เนื่องจากการมีครูจำนวนจำกัด ไม่ครบชั้นและมีความจำเป็นที่ครูส่วนหนึ่งต้องทำการสอนไม่ตรงกับสาขาวิชาเอก แต่ก็ได้รับการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนต้องปฏิบัติหน้าที่อื่นๆไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอนควบคู่ไปด้วย 

๒.๒  ปัจจัยด้านผลผลิตและการให้บริการ  ถือว่าเป็นจุดแข็ง มากกว่าจุดอ่อน กล่าวคือ คุณภาพ

ของนักเรียนซึ่งถือว่าเป็นผลผลิตจากการให้บริการโดยเฉลี่ยมีคุณภาพตามมาตรฐาน นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์และ

ผลการทดสอบระดับชาติอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ อัตราการสอบเข้าศึกษาต่อของนักเรียนในระดับที่สูงขึ้น  ผู้ปกครองพึงพอใจ รวมไปถึงการให้บริการทางด้านปริมาณ ถือว่า เป็นจุดแข็ง เนื่องจากสามารถให้บริการได้ครอบคลุมพื้นที่เขตบริการ และประชากรทุกกลุ่มเป้าหมาย  จุดอ่อนอยู่ที่จำนวนนักเรียนในเขตพื้นที่บริการมีน้อย เนื่องจากประชากรวัยเรียนลดลง การประกอบอาชีพและการอพยพย้ายถิ่นของผู้ปกครอง เป็นต้น

                   ๒.๓  ปัจจัยด้านบุคลากร  เป็นปัจจัยที่มีจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อนเนื่องจากผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ สามารถบริหารจัดการครูและบุคลากรให้จัดการเรียนการสอนแก่นักเรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ  ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านและมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง สามารถจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความรัก หวงแหนในสถานศึกษา และความสัมพันธ์กับชุมชนเป็นอย่างดี  ทำให้มีความผูกพันและมีความมุ่งมั่น อุทิศเวลาในการสอนเป็นอย่างดี จุดอ่อน คือ ข้าราชการครูไม่ครบชั้น  และสอนไม่ตรงวิชาเอก ทำให้มีผลกระทบต่อการจัดเรียนการสอนพอสมควร

                   ๒.๔  ปัจจัยด้านการเงิน  เป็นปัจจัยที่มีจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อน  กล่าวคือ  ผู้บริหารโรงเรียน

มีความสามารถในการบริหารงบประมาณและการเงินแบบมุ่งเน้นผลงาน  ทำให้เกิดความโปร่งใส  คล่องตัว  ตรงตามความต้องการของนักเรียน  ผู้ปกครองและครู  มีการจัดทำบัญชีการเงินอย่างเป็นระบบ  ทำให้สะดวกต่อการค้นหาและตรวจสอบได้  มีการระดมทรัพยากรจากทุกฝ่ายเพื่อใช้ในการบริหารจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

                    ๒.๕  ปัจจัยด้านวัสดุอุปกรณ์  มีจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อน  คือ  การสำรวจความต้องการวัสดุอุปกรณ์อย่างมีระบบส่งผลให้ครูผู้สอนได้รับวัสดุอุปกรณ์ตามที่ต้องการอย่างมีคุณภาพ การจัดสถานที่แหล่งเรียนรู้ภายในสถานศึกษาที่พร้อมสำหรับจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นอย่างดี ส่วนที่เป็นจุดอ่อนคือ  วัสดุ  ครุภัณฑ์  บางอย่างชำรุดทรุดโทรม ต้องใช้งบประมาณการซ่อมบำรุง ดูแลรักษาเป็นจำนวนมาก เช่น  ระบบเครือข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ตเครื่องคอมพิวเตอร์  เครื่องปริ๊นเตอร์ และคอมพิวเตอร์  เป็นต้น  ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ทำให้การดำเนินการต่างๆไม่คล่องตัวเท่าที่ควร

                   ๒.๖  ปัจจัยด้านการบริหารจัดการ  มีจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อน  คือ  โรงเรียนมีการมอบอำนาจและหน้าที่ทำให้ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน มีการจัดทำคำสั่งโรงเรียนมอบหมายงานที่ชัดเจน มีแผนปฏิบัติการและโครงการประกอบการบริหารงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว  ทำให้บุคลากรปฏิบัติงานได้ตรงตามเป้าหมาย คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีส่วนร่วมในการวางแผนการจัดการศึกษาทุกขั้นตอน 

          ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน ตามปัจจัยทั้ง  ๖  ด้านข้างต้น  สรุปได้ว่าโรงเรียนบ้านศาลา   มีจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อน  กล่าวคือ  คุณภาพของนักเรียนซึ่งถือว่าเป็นผลผลิตจากการให้บริการโดยเฉลี่ยมีคุณภาพตามมาตรฐานนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์และผลการทดสอบระดับชาติอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ อัตราการสอบเข้าศึกษาต่อของนักเรียนในระดับที่สูงขึ้น ผู้ปกครองพึงพอใจ มีการบริหารและปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ  บุคลากร มีความสามารถเฉพาะด้าน  การบริหารงบประมาณตรงตามความต้องการของการจัดการศึกษา  มีความพร้อมในด้านวัสดุ  อุปกรณ์  และสามารถระดมทุนทรัพยากรต่างๆมาสนับสนุนกิจกรรมการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดี  แต่มีจุดอ่อนคือ จำนวนประชากรวัยเรียนลดลง  งบประมาณได้รับการจัดสรรตามจำนวนนักเรียนและครูไม่ครบชั้นเรียน  ไม่ตรงวิชาเอก ทำให้มีผลกระทบต่อการจัดเรียนการสอนพอสมควร

 

 

๓. การประเมินสถานภาพของโรงเรียนบ้านศาลา

จากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกและภายในของโรงเรียนบ้านศาลา  ที่ได้นำเสนอไปในเบื้องต้นแล้วนั้น กล่าวโดยสรุปว่า  โรงเรียนบ้านศาลา  มีปัจจัยที่เป็นโอกาสจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เอื้อต่อการดำเนินภารกิจในการจัดการศึกษาของโรงเรียนได้เป็นอย่างดี  โดยเฉพาะการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง ชุมชนและองค์กรส่วนท้องถิ่น  ปัจจัยที่เป็นอุปสรรค  คือ  การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมและวัฒนธรรม ประชากรวัยเรียนลดลง ผู้ปกครองมีฐานะยากจน ครอบครัวหย่าร้าง ส่งผลกระทบต่อการเรียนของนักเรียน  และผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในมีจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อน  กล่าวคือ  นักเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐาน มีการบริหารและปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ  ครูและบุคลากรทางการศึกษามีศักยภาพต่อการจัดการเรียนรู้ แต่มีจุดอ่อนคือ ข้าราชการครูไม่ครบชั้นและไม่ตรงวิชาเอกดังนั้นสถานภาพของโรงเรียนบ้านศาลา  จึงอยู่ในลักษณะ “เอื้อและแข็ง”

๔. ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม/ SWOT  โรงเรียนบ้านศาลา

จุดแข็ง  ( strengths )

-คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีส่วนร่วมวางแผนการจัดการศึกษา

- การบริหารงาน  กำหนดวิสัยทัศน์  นโยบาย  เป้าหมาย  และ

ภารกิจที่ชัดเจน การปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ  ทำงานเป็น

หมู่คณะ

- มอบอำนาจหน้าที่   ลดขั้นตอนการทำงาน

 - ครูมีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน มีความมุ่งมั่น อุทิศเวลา

- นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์  และผลการทดสอบระดับชาติเป็นที่น่าพอใจ

- มีอัตราการสอบเข้าศึกษาต่อที่ดี

- ให้บริการครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

 -ได้รับการสนับสนุนทั้งจากท้องถิ่นและชุมชน

จุดอ่อน ( weekness )

 -จำนวนประชากรวัยเรียนลดลงและผู้ปกครองบางส่วนหย่าร้าง ปล่อยนักเรียนอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย

- ความเจริญด้านเทคโนโลยี ทำให้พฤติกรรม ค่านิยมในการใช้เทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสม เช่น การเล่นเกมออนไลน์ ของนักเรียนส่งผลต่อการเรียน

- วัสดุอุปกรณ์  ด้านเทคโนโลยี  ชำรุดทรุดโทรมต้องใช้งบประมาณซ่อมบำรุงและดูแลรักษาจำนวนมาก

- การใช้เทคโนโลยีมากขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคสูง

โอกาส ( opportunities )

-  ผู้ปกครองประกอบอาชีพหลากหลาย / มีภูมิปัญญาท้องถิ่นและแหล่งเรียนรู้ที่ใช้จัดการเรียนการสอนเพียงพอ

- นโยบายการปฏิรูปการศึกษา  ทำให้ครูมีการพัฒนาตนเองและจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลายมากขึ้น  นักเรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ 

- คณะกรรมการสถานศึกษา ชุมชน ผู้ปกครองให้ความสำคัญพร้อมสนับสนุนการจัดการศึกษา

อุปสรรค ( threats )

- ผู้ปกครองส่วนหนึ่งมีอาชีพไม่มั่นคง ย้ายที่อยู่บ่อย ครอบครัวหย่าร้าง ส่งผลกระทบต่อการเรียนของนักเรียนพอสมควร

- เสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมไม่แน่นอน ผู้ปกครองมีฐานะยากจน

-  นโยบายการศึกษาเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ

 

 

ส่วนที่  ๓

การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา

๑.  การบริหารจัดการศึกษา

โครงสร้างการบริหา

ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ 2021-11-06 10:48:20 น.