โรงเรียนวัดบ้านปะทัดบุ ตั้งอยู่กลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาประโคนชัย 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2 จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ห่างจากศูนย์วิชาการกลุ่มประมาณ 14 กิโลเมตร อยู่ห่างจากอำเภอประโคนชัยประมาณ 14 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2 ประมาณ 14 กิโลเมตร
ความเป็นมา
ประชากรที่เข้ามาอาศัยอยู่ในบริเวณหมู่บ้านปะทัดบุ ส่วนใหญ่จะอพยพมาจากบ้านโคกย่าง ตำบลโคกย่าง อำเภอประโคนชัย เพื่อขยับขยายที่ทำกิน ประชากรที่อพยพเข้ามาจะเข้ามาอาศัยอยู่บริเวณที่เรียกว่า ลำห้วยปะเตือดเบาะ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน เพราะเป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ ลำห้วยปะเตือดเบาะนี้ เกิดจากภูเขาไฟพนมรุ้ง ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน เมื่อประชากรเข้ามาอาศัยอยู่กันมากขึ้น ทางผู้ใหญ่บ้านสมัยนั้นและชาวบ้านได้ประชุมกัน มีความคิดว่า จะจัดตั้งโรงเรียนขึ้นมา เพื่อให้การศึกษาแก่บุตรหลาน โดยรับนักเรียนจากบ้านปะทัดบุ บ้านโจด บ้านหัวตะแบก และบ้านโคกสัมพันธ์มาเข้าเรียน ผู้ใหญ่บ้านจึงขออนุญาต นายอำเภอประโคนชัยในสมัยนั้น และได้ดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนขึ้นมา โดยครั้งแรกโรงเรียนตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านติดกับลำห้วย ซึ่ง นายรบ กงประโคน มอบให้อาศัยอยู่ชั่วคราว แต่ขณะนั้นงบประมาณของทางราชการยังไม่มีให้ ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน จึงร่วมมือกันจัดสร้างโรงเรียนโดยเอาไม้จากบริเวณใกล้เคียง ตั้งเสาแล้วเอาหญ้าคามุงเป็นอาคารเรียน เปิดทำการสอนโดยระยะแรกมีนักเรียนเข้ามาเรียนน้อย เนื่องจากไม่มีครูสอน ต้องเอาคนในหมู่บ้านที่มีความรู้พออ่านออกเขียนได้มาทำการสอน นอกจากนี้การเดินทางยังลำบาก เพราะมีป่าทึบ และพอถึงฤดูฝนโรงเรียนก็ถูกน้ำท่วม เนื่องจากน้ำในลำห้วยจะไหลเอ่อออกมา พ่อแม่จึงไม่ค่อยนิยมส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนในโรงเรียน และที่สำคัญพ่อแม่ผู้ปกครองยังมีฐานะยากจน ทำให้ผู้ปกครองไม่เห็นความสำคัญของการเรียน หลังจากโรงเรียนตั้งมาได้ 5 ปี ทางนายอำเภอจึงส่ง นายรบ กงประโคน เข้ามาเป็นครูใหญ่ และได้ร่วมมือกับชาวบ้านจัดสร้างโรงเรียนใหม่ โดยได้ย้ายจากที่ตั้งเก่ามาอยู่ที่ใหม่เพราะเหมาะสมถูกต้องตามลักษณะการปลูกสร้างโรงเรียนแล้วทุกประการ ทั้งมีอาณาเขตพอที่จะสามารถขยายออกได้มากกว่าและอยู่ติดกับวัดประทัดบุด้วย พร้อมทั้งได้ขึ้นทะเบียนที่ดิน เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2489 และในที่สุดโรงเรียนวัดประทัดบุได้เปิดทำการสอนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2489 โดยใช้ชื่อโรงเรียนว่า โรงเรียนประชาบาลตำบลจรเข้มาก (ประทัดบุ) การตั้งชื่อโรงเรียนเช่นนี้ เนื่องจากบ้านประทัดบุในสมัยนั้นขึ้นตรงต่อตำบลจรเข้มาก และทางอำเภอได้ส่งครูมาช่วยสอนอีก 2 คน คือ นายจรัส แจ่มประโคน และนายเรียม เอี่ยมประโคน โรงเรียนประทัดบุในสมัยนั้นบริเวณที่เป็นอาคารเรียนจะตั้งอยู่บริเวณที่เป็นสนามฟุตบอลปัจจุบัน เป็นอาคารไม้ตั้งเสามุงหญ้าคา ไม่มีพื้นกระดาน นักเรียนจะเรียนโดยใช้ไม้ที่เลื่อยเป็นแผ่นยาวแล้วตีกับตอไม้ใช้เป็นที่นั่งเรียน
ต่อมา นายรบ กงประโคน ได้ย้ายไปเป็นครูใหญ่โรงเรียนบ้านโคกย่าง ทางอำเภอจึงส่ง นายพร้อม พงศ์ทองมี เข้ามาเป็นครูใหญ่แทน ได้ร่วมมือกับผู้ปกครองและคณะครูทำการปรับปรุงโรงเรียน ช่วยกันถางป่าเพื่อขยายพื้นที่ของโรงเรียน ตลอดจนซ่อมแซมอาคารเรียนที่ชำรุด แต่ปัญหาที่ประสบส่วนใหญ่คือ ผู้ปกครองยังไม่ค่อยเห็นความสำคัญของการเรียน
โรงเรียนประทัดบุมีการพัฒนามากขึ้นในสมัยที่ นายเสริม ปาประโคน เป็นครูใหญ่ และได้มีการเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น โรงเรียนวัดบ้านปะทัดบุ เมื่อปี พ.ศ. 2513 เนื่องจากทางอำเภอได้สำรวจโรงเรียนที่อยู่ใกล้วัด ได้ให้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนใหม่ให้มีคำว่า “วัด” นำหน้าชื่อโรงเรียนเพื่อให้โรงเรียนมีความสัมพันธ์กับวัด เวลาเขียนต้องมีคำว่า “วัด” ขึ้นต้นด้วย ต่อมา นายเสริม ปาประโคน ได้ร่วมมือกับคณะครูและผู้ปกครองนักเรียนปลูกสร้างโรงเรียนใหม่ และยังได้รับจัดสรรงบประมาณมาสมทบอีก 30,000 บาท เป็นอาคารเรียน 3 ห้องเรียน (ปัจจุบันได้ทำการขออนุญาตรื้อถอนไปแล้ว) และได้จัดสร้างโต๊ะม้านั่ง มอบให้โรงเรียนจำนวน 70 ชุด
พ.ศ. 2504 นายบุญคง เฮ่ประโคน เป็นครูใหญ่ ได้ร่วมมือกับผู้ปกครองและคณะครู จัดทำโต๊ะ เก้าอี้ มอบให้โรงเรียน และได้รับการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างห้องน้ำ ห้องส้วม จำนวน 5 ที่นั่ง พร้อมที่ปัสสาวะ (ปัจจุบันขออนุญาตรื้อถอนแล้ว) ถึงแม้โรงเรียนจะได้รับการพัฒนามากขึ้น แต่ก็ยังพบปัญหาว่าผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังนิยมให้บุตรหลานเรียนจบเฉพาะชั้นประถมศึกษาตอนต้นเท่านั้น ยังไม่นิยมให้เรียนต่อในชั้นสูง เพราะผู้ปกครองยังมีความเชื่อว่าเรียนไปไม่เห็นจะได้ทำอะไร เรียนเสร็จต้องกลับมาทำนาเหมือนเดิม
พ.ศ. 2514 นายเสน่ห์ ศรีสุริยชัย เป็นอาจารย์ใหญ่ ได้รับการจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียนอีก 3 หลัง และอาคารอเนกประสงค์ 1 หลัง กับห้องน้ำห้องส้วมอีก 2 หลัง พร้อมทั้งได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองช่วยกันบริจาคซื้อม้าหินอ่อน และสร้างกำแพงคอนกรีตด้านหน้าของโรงเรียนแต่ยังไม่แล้วเสร็จ โดยไม่ได้อาศัยงบประมาณจากทางราชการแต่อย่างใด นอกจากนี้ทางโรงเรียนวัดบ้านปะทัดบุยังได้ขออนุญาตเปิดขยายเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2535 โดยรับนักเรียนที่จบจากโรงเรียนในเขตบริการและนอกเขตบริการมาศึกษาต่อ โดยได้รับงบประมาณมาสนับสนุนในการจัดการเรียนการสอนเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอ ต้องขอความร่วมมือจากผู้ปกครองและผู้มีจิตศรัทธามาช่วยเหลืออีกเป็นจำนวนมาก
พ.ศ. 2536 นายพิพิธ มีศิลป์ ได้ย้ายมาเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนวัดบ้านปะทัดบุ ได้มีการพัฒนาโรงเรียนเพิ่มมากขึ้น โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองและศิษย์เก่าของโรงเรียน ในการก่อสร้างกำแพงคอนกรีตทางทิศตะวันออกของโรงเรียนจนแล้วเสร็จ โดยไม่ได้อาศัยงบประมาณจากทางราชการ และยังได้รับงบประมาณในการสร้างต่อเติมอาคารเรียนชั้นล่าง ทำให้ห้องเรียนเพียงพอต่อการเรียนการสอน แม้ว่าทางโรงเรียนจะได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากผู้ปกครอง และผู้มีจิตศรัทธา แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังมีฐานะยากจน ต้องอพยพหางานทำที่อื่น บางครั้งนักเรียนต้องอพยพตามผู้ปกครองไปด้วย ซึ่งทางโรงเรียนก็พยายามช่วยเหลือแก้ไขปัญหานี้มาตลอด แต่ก็ไม่สามารถทำได้มากนัก นอกจากนี้ทางโรงเรียนได้มีการจัดผ้าป่าเพื่อการศึกษาขอรับบริจาคจากผู้ปกครองที่ฐานะดี โดยจำนวนเงินที่ได้มาก็นำมาใช้ในการพัฒนาโรงเรียน อาคารสถานที่ เพื่อให้โรงเรียน น่าดู น่าอยู่ น่าเรียน ยิ่งขึ้น สำหรับนักเรียน และอีกส่วนหนึ่งยังจัดเป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนที่เรียนดีอีกด้วย
ปี พ.ศ. 2539 ทางโรงเรียนได้รับงบประมาณ จัดทำโรงเรียนให้เป็นปัจจุบันตามโครงการปฏิรูปทางการศึกษา โดยได้รับความร่วมมือจากกรรมการโรงเรียนและผู้ปกครองเป็นอย่างดีในการปรับปรุงโรงเรียนให้เป็นปัจจุบัน นอกจากโรงเรียนวัดบ้านปะทัดบุได้เปิดขยายโอกาสทางการศึกษาแล้วยังเปิดสอนอนุบาล 1 และอนุบาล 2 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง จะได้มีเวลาในการประกอบอาชีพ และโรงเรียนยังสามารถช่วยปลูกฝังคุณลักษณะที่ดีเป็นการเตรียมความพร้อม เพื่อเป็นพื้นฐานในการศึกษาขั้นที่สูงไปอีกด้วย
ปี พ.ศ. 2553 นายอนิรุตติ์ รณสิทธิ์ มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบ้านปะทัดบุ คนปัจจุบัน