ประวัติโรงเรียนวัดตองปุ
พระราชบัญญัติประถมศึกษา พุทธศักราช 2464 ได้ประกาศใช้ใน ตำบลพรหมมาสตร์ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี โรงเรียนประชาบาล ชนิดประชาชนจัดตั้งสำหรับตำบลนี้ ไม่มีผู้ใดสามารถตั้งได้ นายอำเภอเมืองลพบุรีจึงจัดเอาวัดมณีชลขันธ์นี้เป็นที่ตั้งโรงเรียนประชาบาล สำหรับตำบลพรหมมาสตร์นับเป็นชนิด นายอำเภอตั้งตามพระราชบัญญัติ จำนวนเงินศึกษาพลี ซึ่งจะเก็บจากชายฉกรรจ์ ประมาณว่าจะได้สำหรับตำบลนี้ 840 บาท
วันเปิดโรงเรียนวันแรกนี้ รองอำมาตย์ตรีปุ่น จุลภมร ศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี และนายชม ชาตินันท์ ปลัดซ้าย ผู้แทนนายอำเภอเมืองเป็นประธาน นอกจากนั้นได้มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและคหบดีกับเจ้าอาวาสวัดมณีชลขันธ์ช่วยเหลือด้วยในการพิธีเปิดโรงเรียนนี้วันที่ 9 พฤษภาคม 2466 กำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้พระสงฆ์ 12 รูปเจริญพระพุทธมนต์เย็น รุ่งขึ้นถวายอาหารบิณฑบาตเช้า ครั้นเวลา 90 ก.ท. ราษฎรพร้อมกันแล้ว ผู้เป็นประธานได้กล่าวในที่ประชุมดังนี้
1. ชนิดโรงเรียน โรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2464 เป็นชนิดโรงเรียน นายอำเภอจัดตั้งการเรียนของเด็กต่อไปนี้ นับว่าจะได้เล่าเรียนมีความรู้เต็มหลักสูตรของกรทรวงศึกษาธิการดีกว่าโรงเรียนประชาบาล ดังที่ได้จัดตั้งกันมาแล้วแต่เดิมมาก เพราะโรงเรียนเช่นนี้มักมีการล้มเลิกกันบ่อยๆ โดยที่ครูผู้สอนไม่ได้รับผลประโยชน์ เป็นเครื่องตอบแทนอยู่แล้ว เมื่อมีกิจตำเป็นจะมาสอนมิได้ก็ต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อน เจ้าหน้าที่จะได้จัดการจัดหาครูมาสั่งสอน ฉะนั้นบิดามารดาของเด็กทุกๆคนควรจะรีบฉวยโอกาสส่งบุตรหลานของตนให้ได้เข้าเรียนตามพระราชบัญญัติจะได้เกิดความรู้ความสามารถเฉลียว ฉลาดทันเพื่อนบ้าน มิฉะนั้นบุตรหลานของตนก็จะเป็นคนโง่ยิ่งกว่าบุตรหลานของคนอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งหน้าขายหน้าเขาอยู่มาก
2. การเรียนอยู่ในโรงเรียนประถมศึกษา เด็กชายต้องเรียนอยู่จนมีความรู้สอบไล่ได้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เด็กหญิงต้องเรียนจนมีความรู้สอบไล่ได้ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 (ต้องสอบการฝีมือได้ด้วย) นักเรียนทั้งสองประเภทนี้ เมื่อสอบไล่ได้พ้นหลักสูตรแล้วแม้อายุพ้นเกณฑ์บังคับก็อนุญาตให้ออกจากโรงเรียนได้ แต่ว่าเด็กชายหญิงที่อายุจวนจะหมกเกณฑ์ยอมให้ออกจากโรงเรียนได้ ต่อเมื่อมีอายุพ้นเกณฑ์บังคับพ้นเกณฑ์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ไปแล้ว ส่วนเด็กหญิงที่มีอายุยังไม่พ้นเกณฑ์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ร่ายกายส่อแววการเป็นสาวก็ขออนุญาตให้ขอร้องที่เรียนที่บ้านได้
3. การมาเรียน ถ้ามีกิจจำเป็นที่จะมาโรงเรียนไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม บิดามารดาของเด็กจะเพิกเฉยเสียไม่ได้ ต้อนำความมายอกเล่าให้ครูทราบ แม้มาเรียนบ้างขาดบ้าง ถ้ารวมเวลาในรอบปีขาดเกิด 2 เดือน กรรมการอำเภอถือว่าบิดา มารดาไม่เอาใจใส่สวนที่อำเภอ ถ้าสืบได้ว่าบิดา มารดาเจตนาให้บุตรหลานขาดการเล่าเรียน บิดา มารดาจะได้รับโทษตามพระราชบัญญัติ
4. การปิดโรงเรียน โรงเรียนจะปิดการเรียนให้เด็กช่วยบิดา มารดาทำไร่ไถ่นาในฤดูไถ 45วัน (เดือนครึ่ง) ในฤดูเกี่ยว 45 วัน (เดือนครึ่ง) รวมในปีหนึ่งโรงเรียนปิดการเรียนให้ 2 ครั้ง เป็นเวลา 3 เดือน ห่าวาโรงเรียนปิดให้เช่นนี้ก็ยังจำเป็นที่จะขอร้องให้บุตรหลาน หยุดช่วยเหลือต่อไปอีกก็ได้เพียงฤดูละ 15 วัน
5. เงินศึกษาพลี ไม่ใช่เงินเพื่อวัชรูปการ เงินศึกษาพลีเป็นเงินภาษีสำหรับตำบลใด เก็บมากเก็บน้อยเท่าใดก็ให้จ่ายได้แต่เฉพาะตำบลนั้นๆ กำหนดการเก็บเงินศึกษาพลีจะลงมือเก็บตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม รวมเป็นเวลา 2 เดือน ถ้าใครมือได้นำเงินการศึกษาพลีตามกำหนดจะต้องถูกยึดทรัพย์ตามพระราชบัญญัติ ส่วนเงินรัชชูปการนั้นเป็นเงินภาษีแผ่นดิน แม้จะเก็บมากน้อยเพียงใด ท่านก็เอาไปใช้จ่ายในที่ต่างๆ ได้ทั่วพระราชอาณาจักร เงินศึกษาพลี กับเงินรัชชูปการย่อมแตกต่างกันซึ้งได้กล่าวมาแล้วนั้น เพราะฉะนั้น ผู้ชายทุกคนไม่ควรจะรังเกียจในการที่จะออกเงินเพียงคนละ 2 บาท ถ้าคิดเป็นวันก็ไม่ถึงวันละสตางค์ เพื่อช่วยกันบำรุงตำบล และบุตรหลานของตนให้เจริญและเกิดความรู้ความเจริญ ความฉลาดจะได้เป็นพลเมืองดีต่อไปในภายภาคหน้า
สถานที่โรงเรียนนี้ ได้จัดเอาศาลาการเปรียญ เป็นที่เรียนมีครู 3 คน คือ นายหยด เทียนศรีทอง 8 ครูใหญ่ นายวุฒิ สุจริตจันทร์ นายเลื่อน อุ่นพวก เป็นครูน้อย ส่วนเครื่องใช้สำหรับการเรียนการสอนของเดิมทีอยู่แล้ว คือ กระดานดำพร้อมที่ตั้ง 2 แผ่น กระดิ่งทองเหลือง 1 ลูก นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้จัดหาเครื่องใช้มาเพิ่มเติม คือ บัญชีเรียกชื่อนักเรียน 3 เล่ม สมุดหมายเหตุรายวัน 1 เล่น สมุดทะเบียนนักเรียน 1 เล่ม สมุดลงเวลาของครู 1 เล่ม เครื่องใช้ประกอบการเรียนการสอนที่ของเดิมมีอยู่แล้วในแรกเปิดนี้ นับว่าม้ารองเขียนสำหรับนักเรียน โต๊ะเกาอี้ สำหรับครูยังขาดอยู่ ซึ่งจะต้องคิดหาจัดหาอีกต่อไป
วันนี้ เด็กถือหมายเกณฑ์ของนายอำเภอมาเข้าเรียนรวม 83 คนได้ลงทะเบียนและบัญชีรายชื่อแล้ว 32 คน นับเป็นมาเข้าเรียนในวันนี้ ส่วนอีก 51 คน จะลงบัญชีเรียกชื่อในวันรุ่งขึ้นต่อไป อนึ่งโรงเรียนวัดมณีชลขันฑ์ เดิมได้เปิดเป็นโรงเรียนประชาบาล (อย่างเก่า) อยู่แล้วจึงยังมีเด็กอายุต่ำกว่าเขตการเกณฑ์มาแต่เดิมด้วยโรงเรียนเห็นควรว่าจะผ่อนผันให้เรียนอยู่ตามเดิมต่อไป และได้แยกการลงบัญชีสำหรับแต่งตั้ง 9 ก.ค. ถึง 11 ก.พ. และเปิดเรียนเวลาหลังตั้งแต่เที่ยงวัน ถึง 3 ล.ท. วันโกนหยุดครึ่งวัน วันพระหยุดเต็มวัน
การจัดชั้นวันนี้ยังจดไม่ได้ เพราะรับเด็กไม่พร้อมกันและยังมิได้สอนดูให้ทราบว่าเด็กผู้ใด มีความรู้พอสมควรที่จะเข้าเรียนในชั้นใดด้วย จึงเป็นแค่ชี้แจง ระเบียบการบางอย่างให้นักเรียน
วันที่ 3 พฤษภาคม 2468 นายหยด เทียนศรีทอง ได้รับคำสั่งจากรายอำเภอให้ย้ายศาลาโคกหมูไปทำการสอนที่วัดมณีชลขันฑ์
วันที่ 11 มิถุนายน 2469 นายแช่ม ใจศุข ได้รับหน้าที่ครูใหญ่ต่อจาก นายหยด เทียนศรีทอง มีนายเล็ก พูนสุขและพระเลื่อนอุ่นมาก เป็นครูประจำชั้น
วันที่ 28 พฤษภาคม 2578 นายแช่ม ใจศุข ครูใหญ่ได้รับสั่งจากคณะกรรมการอำเภอเมืองลพบุรีให้ย้ายโรงเรียนประชาบาลวัดมณีชลขันฑ์ ไปสอนที่โรงเรียนประชาบาลวัดตองปุ โดยใช้ศาลาการเปรียญ เป็นที่เยนและคลังเก็บของ กับโรงมหรสพ
วันที่ 9 ตุลาคม 2488 ได้รับมอบหน้าที่ราชการจากนายอำเภอเมืองลพบุรี ให้รักษาการตำแหน่งครูใหญ่จากนายแช่ม ใจสุข ตามหนังสือที่ 18/2488 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2588
วันที่ 20 สิงหาคม 2494 นายชวน วงศ์รัตนาวิน ได้รับมอบหมายให้รักษาการแทนในหน้าที่ครูใหญ่ ตามคำสั่ง 77/57/74 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2598 แทนนายมนู อัมพะวา ซึ่งย้ายไปรัยหน้าที่ตำแหน่งผู้ตรวจการประถมศึกษา
วันที่ 17 กรกฎาคม 2495 นายไม้ เนียมจีน ได้รับมอบหมายให้รักษาการแทนในหน้าที่ครูใหญ่ ตามคำสั่ง 6408/2595 แทนนายชวน วงศ์รัตนาวิน ซึ่งไปรับหน้าที่ใหม่ที่โรงเรียนวัดพรหมมาสตร์ ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2495
วันที่ 23 กรกฎาคม 2495 นายแช่ม ใจสุข ได้รับมอบหมายการงานจากนายไม้ เนียมจีน ในตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนวัดตองปุ
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2503 นายแช่ม ใจสุข และท่านผู้อุปการะโรงเรียน คณะครูและผู้ปกครองนักเรียนได้ร่วมกันสละทรัพย์และแรงงาน สร้างอาคารเรียนขึ้นหลังหนึ่ง ทางด้านทิศใต้ของศาลาการเปรียญ และได้รับงบประมาณประเภทค่าซ่อมจากทางจังหวัดขนาด 6 Í16 เมตร ใช้เป็นอาคารเรียนได้ 2 ห้องเรียน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2504 เป็นแบบ ป.1 ซ.
วันที่ 21 สิงหาคม 2504 ท่านศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการอำเภอเมืองลพบุรี อาจารย์ใหญ่โรงเรียนพิบูลวิทยาลัยและอาจารย์ใหญ่โรงเรียนช่างกลลพบุรี ได้มาตรวจอาคารสถานที่เห็นว่าห้องเรียนที่ใช้โรงมหรสพเป็นที่เรียนด้านหน้าศาลาการเปรียญนั้นชำรุดโทรมมาก ควรจะได้รื้อถอนและจัดสร้างใหม่ให้ต่อจากอาคารเรียนหลังเดิม (หลังที่1) ทางการอนุมัติเงินให้ 500 บาท
วันที่ 7 กันยายน 2504 นายแช่ม ใจสุข และท่านผู้อุปการะโรงเรียน พร้อมด้วยผู้ปกครองนักเรียนจำนวน 13 คน พร้อมภิกษุ 3 รูป ท่านผู้อุปการะโรงเรียน ครูสตรีทำอาหารเลี้ยงได้เริ่มปลูกอาคารเรียนหลังที่ 2 มีผู้ร่วมบริจาคเงิน 900 บาท เศษ และได้รับหนังสือจากแผนกศึกษาธิการอำเภอเมืองลพบุรีที่ 4004/2504 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2504 อนุมัติเงินค่าซ่อมแซมอาคารเรียนเป็นเงิน 3,500 บาทและหนังสือที5005/2504 ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2504 รับเป็นค่าซ่อมโต๊ะ เกาอี้ ม้านั่งนักเรียน จำนวน 674 บาท
ต่อมาได้รับหนังสืออำเภอเมืองลพบุรี 4546/2504 ลงวันที่ 15 กันยายน อนุมัติเงินค่าซ่อมแซมอาคารเรียนอีก 4,000 บาท คณะครูและท่านผู้อุปการะโรงเรียนได้จัดทำจนเสร็จเรียบร้อย เมื้อวันที่ 7 ธันวาคม 2804 เป็นแบบ ป.9.ซ.
วันที่ 1 ตุลาคม 2406 นางดลศรี นวลแสงได้รับแต่งตั้งให้รักษาการตำแหน่งครูใหญ่ แทนนายแช่ม ใจสุข ซึ่งปลดเกษียณตามหนังสืออำเภอที่ 5068/2506 ลงวันที่ 17 กันยายน 2506 และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ครูใหญ่ตามหนังสือที่ 6624/2506 ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2506
วันที่ 10 สิงหาคม 2508 ได้รับมอบอาคารเรียนแบบ ป.1 ซ. เป็นหลังที่ 3 สร้างด้วยงบประมาณของทางจังหวัดตามหนังสือของอำเภอที่ ลบ.51/3948 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2508 เป็นเงิน 70,000 บาท (เจ็ดหมื่นบาทถ้วน) ส่วนฝาและเพดานฝ้าและกระดานดำประจำห้องเรียนใช้เงินสมบทจากผู้ปกครอง และครูอีก 8,000 บาท ซึ่งมีขนาด 8Í72 เมตร แบ่งเป็น 4 ห้องเรียน
วันที่ 23 ธันวาคม 2508 ได้รับมอบอาคารเรียนแบบ ป.1.ซ. เป็นหลังที่ 4 สร้างด้วยงบประมาณของจังหวัดขนาด 8Í12 เมตร แบ่งเป็น 8 ห้องเรียน เป็นเงิน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) และใช้อาคารเรียน แบบ ป.1ซ. ขนาด 3 ห้องเรียน และ 2 ห้องเรียน ขนาดเดิม เป็นสถานที่เรียนตบอดมาโดยไม่ใช้ศาลาการเปรียญ อย่างแต่ก่อนจึงได้ขอเปลี่ยนวันหยุดประจำสัปดาห์จากวันโกนวันพระ เป็นวันเสาร์ , อาทิตย์ แทน
ใน พ.ศ. 2513 คระครูผู้อุปการะและผู้ปกครองนักเรียนช่วยค้นหาวัสดุมาต่อมุข เชื่ออาคารกับพื้น ต่อมาได้ขอความร่วมเหลือจากหน่วยพิเศษที่ 46 ของสหรัฐตีฝาโดยรอบและกั้นห้อง 2 ห้อง ขนาด 6 Í 5 กับ 6 Í 8 เมตรเป็นห้องครูใหญ่และห้องพักครู ส่วนประตูหน้าต่าง คณะครูช่วยกันจัดหาเป็นเงิน 3,000 บาท ส่วนฝาที่หน่วยรบพิเศษที่ 46 ของสหรัฐช่วยกันทำให้คิดเป็นเงิน 4,206 บาท ทั้งสองห้องยังไม่มีฝ้า
วันที่ 1 กรกฎาคม 2514 นางสอางค์ ภู่ทับทิมได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูใหญ่ตามหนังสืออำเภอที่ ลบ.51/4777 ลง วันที่ 6 กรกฎาคม 2517 แทนนางดลศรี นวนแสง ซึ่งถึงแก่กรรม
ในปี พ.ศ. 2514 ได้รับมอบอาคารเรียน แบบ ป.1.ฉ เป็นหลังที่สร้างด้วยงบประมาณของจังหวัด ขนาด 8 Í 36 เมตร แบ่งเป็น 4 ห้องเรียน เป็นเงิน 140,000 บาท (หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถ้วน)
วันที่ 1 เมษายน 2518 ได้รื้ออาคารเรียนแบบ ป.1.ซ มาต่อเติมโรงอาหาร ครั้งนี้ได้เงินสนับสนุนจากเงินบำรุงตำบลเป็นเงิน 3,382 บาท คณะครูจัดหา 5,883 บาทร่วมเป็นเงิน 9,265 บาท ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ขาดฝาติดตั้ง
ขณะนี้มีอาคารเรียน3 หลัง แบ่งเป็น 12 ห้องเรียน ใช้เรียนอยู่ในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2518 สภาตำบลลงมติให้สร้างถังเก็บน้ำฝนคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดกว้าง 5 เมตร ตัวรางกว้าง 6 นิ้ว ได้เงิน ป.ช.ล.ต. ทะเลชุบศร จำนวน 60,000 บาทและได้รับมอบเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2518
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2518 สภาตำบลลงมติให้ต่อเติมอาคารเรียนจำนวน 2 ห้องเรียน แบบ ป.1.ฉ. เปลี่ยนผฝ้าไม้ยางเป็นกระเบื้องเรียบหนา 4 มม. ทาน้ำมันโดยรอบด้วยเงิน ป.ช.ล.ต. ทะเลชุบศร จำนวน 106,000 บาท และได้รับมอบเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2518
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2519 คณะอนุกรรมการ พปช. จังหวัดลพบุรี อนุมัติเงิน 72,000 บาท ในงบประของ พ.ป.ช.ต. ทะเลชุบศร เพื่อต่อเติมอาคารเรียน 2 ห้องเรียน แบบ ป.1.ข. และทำรางน้ำโดยรอบได้รับมอบเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2519
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2540 นางสองค์ ภู่ทับทิม ตำแหน่ง อาจารย์ใหญ่ระดับ 8 และนายทวี สอนสม ตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ ระดับ 7 เกษียณอายุราชการ สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดลพบุรี อาจารย์ 2 ระดับ 7 รักษาการในตำแหน่ง อาจารย์ใหญ่โรงเรียนวัดตองปุ ตามคำสั่งสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดลพบุรี ที่ 662/2540
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2540 นายอาคม เตียประเสริฐมาดำรง ตำแหน่งจารย์ใหญ่ ระดับ 7 ตามหนังสือสำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเมือง ลพบุรีที่ ศธ.1155.09/4381 ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2540