ข้อบังคับสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์ 
ชื่อและที่ตั้งสำนักงาน
   
ข้อ ๑ สมาคมนี้มีชื่อว่า สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์ ใช้อักษรย่อว่า ส.ป.ค.ศ.ป. ภาษาอังกฤษใช้ว่า
“ MATHAYOM WATSRICHANPRADIT PARENTS AND TEACHER ASSOCIATION ” ชื่อย่อว่า M W P T A
   
ข้อ ๒ สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ ณ โรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์
เลขที่ ๔ หมู่ ๒ ถนนสุขุมวิท ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ๑๐๒๘๐
   
เครื่องหมายของสมาคม
   
ข้อ ๓ เครื่องหมายของสมาคมมีส่วนประกอบ  ดังนี้เป็นวงกลมสองวงซ้อนกันพื้นชั้นในและพื้นชั้นนอกสีน้ำเงิน  เส้นขอบสีเหลือง
ภายในเป็นธรรมจักรสีเหลือง  ภายในธรรมจักรมีพระมหามงกุฎสีทองและอุณาโลม ในวงกลมนอกมีตัวอักษรสีแดงซึ่งเป็นชื่อของ
สมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทรประดิษฐ์์ และ พ.ศ. ๒๕๓๖
   
ข้อ ๔ เครื่องหมายของสมาคม ฯ นี้ใช้เพื่อกิจการของสมาคม ฯ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหาร
   
วัตถุประสงค์
   
ข้อ ๕ วัตถุประสงค์ของสมาคม ฯ มีดังนี้
  ๕.๑ เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจอันดี แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่าง ผู้ปกครอง ครู และสมาชิก
๕.๒ เพื่อให้ความช่วยเหลือและร่วมมือในการพัฒนาการศึกษาของนักเรียน การแก้ปัญหาเกี่ยวกับ นักเรียน ตลอดจนการอบรม
       นักเรียนให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น
๕.๓ เพื่อส่งเสริมสวัสดิการของนักเรียน ครู เจ้าหน้าที่โรงเรียน กรรมการบริหาร สมาคม ฯ และสมาชิก
๕.๔ เพื่อให้ผู้ปกครองและสมาชิกมีส่วนร่วมในกิจการของโรงเรียนตามที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร
๕.๕ เพื่อดำเนินกิจการต่าง ๆ ตลอดจนหาทุนส่งเสริมการศึกษาและพัฒนากิจการของโรงเรียน
๕.๖ เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของนักเรียน
       โรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์
๕.๗ เพื่อร่วมมือและประสานงานกับองค์การ สมาคม มูลนิธิ คณะบุคคลและบุคคลภายนอก ทั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
   
ข้อ ๖ การดำเนินงามตามวัตถุประสงค์ของสมาคม ฯ จะต้องไม่ขัดกับนโยบายและการบริหารราชการเพื่อการศึกษาของกระทรวงเจ้าสังกัด
ของโรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์
   
สมาชิก
   
ข้อ ๗ สมาชิกของสมาคมมี ๒ ประเภท คือ
  ๗.๑ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณต่อสมาคม ฯ
       หรือโรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์  ซึ่งคณะกรรมการบริหารมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เชิญเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ สมาชิกภาพ
       เริ่มเมื่อคณะกรรมการได้เชิญให้เข้าเป็นสมาชิกและผู้นั้นยอมเป็นสมาชิกแล้ว
๗.๒ สมาชิกสามัญ ได้แก่ผู้บรรลุนิติภาวะและมีความประพฤติดีซึ่งมีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใด ดังต่อไปนี้
       ก. บิดา มารดา ของผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นนักเรียนโรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์
       ข. ผู้ปกครอง หรือเคยเป็นผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์
       ค. ครู อาจารย์หรือเคยเป็นครู อาจารย์โรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์
       ง. นักเรียนเก่าโรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์
       จ. คู่สมรสบุคคลดังกล่าวในข้อ ก. ข. ค. และ ง.
       ฉ. บุคคลที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควรให้เป็นสมาชิก ทั้งนี้ต้องมีมติเป็นเอกฉันท์
   
ข้อ ๘ การเป็นสมาชิกสามัญ
  ๘.๑ ยื่นใบสมัครเป็นลายลักษณ์อักษรตามแบบของสมาคมโดยมีสมาชิกรับรอง ๒ คน พร้อมเงินค่าลงทะเบียน และบำรุงสมาคม
       ต่อเลขานุการสมาคม
๘.๒ ให้เลขานุการประกาศชื่อผู้สมัครไว้ ณ สมาคมไม่น้อยกว่า ๗ วัน
๘.๓ ถ้าไม่มีผู้ใดคัดค้านให้เสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร และถ้าที่ประชุมไม่เห็นสมควรรับเป็นสมาชิกต้องแจ้งให้ผู้สมัครทราบ
       ภายใน ๑๕ วัน และให้ผู้สมัครมาติดต่อขอรับเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมคืนถ้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารมีมติรับ
       เข้าเป็นสมาชิกให้เลขานุการแจ้งให้ผู้สมัครทราบ สภาพการเป็นสมาชิกเริ่มตั้งแต่วันที่คณะกรรมการบริหารมติ
๘.๔ ให้มีสมุดทะเบียนสมาชิกไว้ลงทะเบียนสมาชิกโดยถูกต้อง และเก็บรักษาไว้ ณ ที่มั่นของสมาคม
๘.๕ ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม
       ก. สมาชิกสามัญต้องเสีย ค่าลงทะเบียนครั้งแรก ๒๐ บาท
           ค่าบำรุงตลอดชีพชำระเพียงครั้งเดียว ๓๐๐ บาท
       ข. สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม
   
ข้อ ๙ สิทธิของสมาชิก
  ๙.๑ ประดับเครื่องหมายของสมาคมได้
๙.๒ ใช้สถานที่ของสมาคมตามวัตถุประสงค์ของสมาคมแต่ต้องเป็นไปตามระเบียบและลักษณะที่สุภาพ
๙.๓ ประสานงานกับสมาคมภายในขอบเขตวัตถุประสงค์
๙.๔ เสนอต่อคณะกรรมการบริหารเพื่อขอตรวจสอบทะเบียนบัญชีทรัพย์สินของสมาคมได้ในโอกาสอันสมควรแก่กาลเทศะ
๙.๕ การลาออกจากการเป็นสมาชิกให้เสนอเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการบริหาร
๙.๖ สิทธิของสมาชิกในที่ประชุมใหญ่
       ก. เข้าร่วมประชุม
       ข. อภิปรายให้ข้อความตามระเบียบวาระการประชุม
       ค. ให้ข้อคิดเห็น
       ง. เสนอสมาชิกอื่นให้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการ
       จ. ออกเสียงลงมติ
       ฉ. เสนอให้ลงมติ
       ช. รับรองข้อเสนอที่สมาชิกอื่นเสนอ
       ซ. ขอเปลี่ยนวาระการประชุมโดยมีสมาชิกอื่นรับรองไม่น้อยกว่า ๕ คน
   
ข้อ ๑๐ หน้าที่สมาชิก
  ๑๐.๑ ปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคม และระเบียบซึ่งคณะกรรมการบริหารได้กำหนดไว้
๑๐.๒ ส่งเสริมและร่วมมือในกิจการของสมาคมตามวัตถุประสงค์
๑๐.๓ ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของสมาคม
๑๐.๔ เสนอข้อคิดเห็นในอันจะทำให้สมาคมได้รับประโยชน์สมความมุ่งหมาย
๑๐.๕ ช่วยประสานงานแก่ทุกฝ่ายให้บรรลุเป้าหมายของสมาคม
   
ข้อ ๑๑ การขาดจากสมาชิกภาพ
  ๑๑.๑ ตาย
๑๑.๒ ลาออก
๑๑.๓ คณะกรรมการมีมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนโดยใช้เสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของจำนวนคณะกรรมการบริหาร เมื่อสมาชิก
         ผู้นั้น
         ก. ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาของศาล ( เว้นแต่ความผิดฐานลหุโทษหรือฐานประมาท หรือถูกศาล สั่งให้เป็นคนสาบสูญ
             บุคคลล้มละลาย ไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ )
         ข. ประพฤติตนเป็นที่เสื่อมเสียแก่สมาคม
         ค. ขาดคุณสมบัติของสมาชิก
         ง. ละเมิดระเบียบข้อบังคับของสมาคม
๑๑.๔ ผู้ใดขาดจากสมาชิกภาพและจะยกสาเหตุเหล่านั้นมาเรียกร้องค่าเสียหายจากสมาคม ฯ หรือคณะ กรรมการบริหารไม่ได้
   
ระเบียบวิธีจัดการสมาคมและการบริหาร
   
ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการคณะหนึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการสมาคมจำนวนอย่างน้อย ๑๕ คนอย่างมากไม่เกิน ๒๕ คน ประกอบด้วยสมาชิก
สามัญที่เลือกตั้งจากผู้ปกครองในการประชุมใหญ่ของสมาคมอย่างน้อย ๒ ใน ๓ สมาชิกที่เหลือเป็นผู้แทนครูโรงเรียนมัธยมวัด -
ศรีจันทร์ประดิษฐ์  และให้กรรมการทั้งหมดเลือกนายกสมาคม ๑ คนและอุปนายกสมาคม ๒ คน
อุปนายกคนที่ ๑  ได้แก่  ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์  และ
อุปนายกคนที่ ๒   มาจากกตัวแทนผู้ปกครอง
สำหรับกรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ให้นายกและอุปนายกทั้ง ๒ คน พิจารณาแต่งตั้งหน้าที่โดยสังเขป ต่อไปนี้
 ๑๒.๑ นายกสมาคม มีหน้าที่รับผิดชอบงานและบริหารกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ นโยบาย ระเบียบ และข้อ
          บังคับของสมาคม ควบคุมและสั่งจ่ายเงินตามข้อบังคับ เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และเป็นประธาน
          ในการประชุม
 ๑๒.๒ อุปนายก มีหน้าที่ทำการแทนนายกสมาคมขณะที่นายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือตามที่นายก
          มอบหมาย
 ๑๒.๓ เลขานุการ มีหน้าที่รับผิดชอบงานของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ นโยบาย ระเบียบ และข้อบังคับของสมาคม  
          เตรียมระเบียบวาระการประชุม  นัดประชุม  จดและเก็บรักษารายงานการประชุมทำจดหมายโต้ตอบ และมีหน้าที่รับผิดชอบ
          ปฏิบัติงานซึ่งยังมิได้กำหนดให้อยู่ในตำแหน่งหน้าที่ใด หรือยังมิได้ตั้งกรรมการบริหารผู้ใดขึ้นมาปฏิบัติงาน
 ๑๒.๔ เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย  บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บ
          เอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบและควบคุมรักษาทรัพย์สินของสมาคม และแถลงงบดุลประจำปี
 ๑๒.๕ ปฏิคม มีหน้าที่ให้การต้อนรับแขกของสมาคม  มีหน้าที่ในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคม และจัดเตรียมสถานที่ในที่ประชุม
          ต่าง ๆ ของสมาคม
 ๑๒.๖ นายทะเบียน มีหน้าที่รับผิดชอบในการรับ และจำหน่ายสมาชิกของสมาคม จัดเก็บทะเบียนประวัติของสมาชิก  และการ
          ปรับปรุงติดตามให้ถูกต้องอยู่เสมอ จัดพิมพ์รายชื่อสมาชิกแจกจ่ายให้แก่กรรมการ และสมาชิกทุกคนเพื่อสะดวกแก่การติดต่อ
 ๑๒.๗ ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการ และชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิกและบุคคลทั่วไปรู้จักแพร่หลาย
 ๑๒.๘ สวัสดิการ มีหน้าที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับสวัสดิการของนักเรียน ข้าราชการครู และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน
 ๑๒.๙ ฝ่ายหาทุน มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับสวัสดิการของนักเรียน ครูและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน  และกรรมการบริหารของ
          สมาคม ฯ
๑๒.๑๐ ฝ่ายกิจกรรม มีหน้าที่จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความรู้ ความสามัคคีของผู้ปกครองและ ครู  รวมทั้งการสนับสนุนและ
           ส่งเสริมการพัฒนานักเรียนในด้านต่าง ๆ
๑๒.๑๑ กรรมการกลาง มีหน้าที่รับผิดชอบปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย คณะกรรมการชุดแรกให้ผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคมเป็นผู้
           เลือกตั้งประกอบด้วยนายกสมาคมและกรรมการอื่น ๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับของสมาคม
 
ข้อ ๑๓ คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ ๒ ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่ครบกำหนดวาระแล้วแต่คณะกรรมการ
ชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียน จากทางราชการก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระรักษาการไปพลางก่อนจนกว่า
คณะกรรมการชุดใหมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  จึงให้ทำการส่งมอบและรับมอบงานกัน
ระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและ คณะกรรมการชุดใหม่ให้เสร็จสิ้นภายในเวลา ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับ
อนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ
   
ข้อ ๑๔ ตำแหน่งกรรมการสมาคมถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดวาระขอให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควร
เข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้นภายใน ๖๐ วัน และผู้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตน
แทนเท่านั้น
   
ข้อ ๑๕ กรรมการอาจพ้นตำแหน่งซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ
๑๕.๑ ตาย
๑๕.๒ ลาออก
๑๕.๓ ขาดจากสมาชิกภาพ
๑๕.๔ ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง
   
ข้อ ๑๖ กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อนายกสมาคม และให้พ้นจากตำแหน่ง
เมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก
   
ข้อ ๑๗ อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
 ๑๗.๑ มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติโดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
 ๑๗.๒ มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
 ๑๗.๓ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการได้ ซึ่งกรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้
          ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
 ๑๗.๔ มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือประชุมใหญ่วิสามัญ
 ๑๗.๕ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่น ๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
 ๑๗.๖ มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคมเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
 ๑๗.๗ มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมดรวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
 ๑๗.๘ มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นตามที่สมาชิกสามัญจำนวน ๑ ใน ๓ ของสมาชิกทั้งหมดได้เข้าชื่อร้องขอให้
          จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น  ซึ่งการณ์นี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ภายใน ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือ
           ร้องขอ
 ๑๗.๙ มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของสมาคมให้ถูกต้อง
           ตามหลักวิชาการและสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
๑๗.๑๐ จัดทำบันทึกการประชุมต่าง ๆ ของสมาคมเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ
๑๗.๑๑ มีหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
   
ข้อ ๑๘ คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อยภาคเรียนละ ๒ ครั้ง เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม  ยกเว้นกรณี
พิเศษเร่งด่วนนายกเรียกประชุมได้โดยนายกเป็นผู้กำหนด เลขานุการเป็นผู้แจ้งให้ทราบพร้อมทั้งระเบียบวาระการประชุมล่วงหน้า
๕ วัน
   
ข้อ ๑๙ การประชุมคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม  มติของ
ที่ประชุมคณะกรรมการถ้าข้อบังคับไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานในที่ประชุมชี้ขาด
   
ข้อ ๒๐ ในที่ประชุมคณะกรรมการถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้  ให้กรรมการที่เข้า
ประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเองเพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคราวนั้น
   
การประชุม
   
ข้อ ๒๑ การประชุมใหญ่ของสมาคม ๒ ประเภท คือ
๒๑.๑ ประชุมใหญ่สามัญ
๒๑.๒ ประชุมใหญ่วิสามัญ
   
ข้อ ๒๒ คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๆ ละ ๑ ครั้ง ภายในเดือนกรกฎาคมของทุกปี
   
ข้อ ๒๓ การประชุมใหญ่วิสามัญอาจะมีขึ้นได้โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิก
ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คนร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น
   
ข้อ ๒๔ การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกทราบ  และการแจ้งจะต้องแจ้งเป็น
ลายลักษณ์อักษรโดยระบุ วัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน และจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน ก่อนถึง
กำหนดการประชุมใหญ่
   
ข้อ ๒๕ การประชุมสามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
๒๕.๑ รับรองรายงานการประชุมครั้งที่แล้ว
๒๕.๒ รายงานกิจการของสมาคมในรอบปีที่ผ่านมา
๒๕.๓ แถลงบัญชีรายรับ – รายจ่ายและรับรองบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมา
๒๕.๔ เลือกตั้งกรรมการชุดใหม่เมื่อครบกำหนดวาระ
๒๕.๕ เลือกตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี
๒๕.๖ เรื่องอื่น ๆ ถ้ามี
   
ข้อ ๒๖ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของสมาชิก
สามัญทั้งหมดหรือไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม  ถ้าสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุมให้เลื่อนการประชุมออกไปอีก
๑  ชั่วโมงจึงให้ประชุมได้
   
ข้อ ๒๗ การลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมใหญ่ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่
ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
   
ข้อ ๒๘ ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมใหญ่
ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่งให้ทำหน้าที่เป็นประธานประชุมในคราวนั้น
 
การเงิน
ข้อ ๒๙ การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถ้ามีให้นำฝากไว้  ณ ธนาคารกรุงไทย
จำกัดมหาชน สาขาบางปู
   
ข้อ ๓๐ การเบิกจ่ายเงินจากธนาคารต้องมีลายมือชื่อนายกสมาคม หรืออุปนายกคนใดคนหนึ่งฝ่ายหนึ่ง กับเหรัญญิก หรือเลขานุการคนใด
คนหนึ่งอีกฝ่ายหนึ่ง ลงลายมือร่วมกันทั้งสองฝ่ายและประทับตราของสมาคมด้วย
   
ข้อ ๓๑ ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน ๕๐ , ๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้นต้องได้รับอนุมัติ
จากคณะกรรมการก่อน
   
ข้อ ๓๒ ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน ๑๐ , ๐๐๐ บาท ( หนึ่งหมื่นบาทถ้วน ) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้จะต้องนำ -
ฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้
   
ข้อ ๓๓ เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของนายกสมาคม
หรือผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิกหรือเลขานุการพร้อมทั้งประทับตราของสมาคมทุกครั้ง และสรุปสถานภาพการเงินของสมาคม
ต่อคณะกรรมการเป็นประจำทุกเดือน
   
ข้อ ๓๔ ให้เหรัญญิกจัดทำงบดุล ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ของทุกปีให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป  เพื่อให้ผู้ตรวจสอบบัญชี
ทำการตรวจสอบและรับรองการทำงบดุลเพื่อนำเสนอที่ประชุม
   
ข้อ ๓๕ ผู้สอบบัญชีจะต้องไม่ใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการ และสามารถจะเชิญคณะกรรมการ
หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้
   
ข้อ ๓๖ ผู้สอบบัญชีมีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงิน และทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถเชิญคณะกรรมการ  หรือ
เจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชี และทรัพย์สินของสมาคมได้
   
ข้อ ๓๗ คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชีเมื่อได้รับการร้องขอการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม
   
ข้อ ๓๘ ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประกอบใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญ
เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งหรือไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คนของสมาชิกสามัญทั้งหมด
   
ข้อ ๓๙ การเลิกสมาคมจะเลิกได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย  มติของที่ประชุมใหญ่
ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า  ๒ ใน ๓  ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
   
ข้อ ๔๐ เมื่อสมาคมต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ตกเป็น
ของโรงเรียนมัธยมวัดศรีจันทร์ประดิษฐ์
   
บทเฉพาะกาล
   
ข้อ ๔๑ ข้อบังคับฉบับนี้ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมเป็นต้นไป
 

 

                                                                  ลงชื่อ ______________________ ผู้จัดทำข้อบังคับ

                                                                          ( นางสาวสุวรรณา เอมประดิษฐ์ )

                                                                   ลงชื่อ ______________________ ผู้พิมพ์

                                                                                 ( นางกัลยา  เศวตนัย )