สภาพทางเศรษฐกิจ

 

             1. การเกษตรกรรม

-ทำนาประมาณ      2,680  ไร่ 

-ทำสวนประมาณ   1,050  ไร่  พืชสวนที่สำคัญ ได้แก่  มะม่วง  ลำไย 

-ทำไร่ประมาณ         830  ไร่  ข้าวโพด  ถั่วลิสง  พริก  หอม  กระเทียม  ผักกาดเขียวปลี  กะหล่ำดอก  กะหล่ำ ถั่วฝักยาว  บล็อกโคลี่

          2. การปศุสัตว์  สัตว์เลี้ยงที่สำคัญได้แก่    โค  กระบือ   สุกร   เป็ด   ไก่

             3. การประมง                การเลี้ยงปลาประมาณ    18     บ่อ

             4. ด้านอุตสาหกรรม      โรงงานขนาดเล็ก ผลิตอิฐบล็อก   เสาคอนกรีต    ท่อซีเมนต์    2  แห่ง 

              5. ด้านพาณิชย์ ร้านขาย อุปกรณ์ก่อสร้าง   1     ร้าน   ตลาดสดประจำหมู่บ้าน     2    แห่ง   โรงสีข้าวขนาดเล็ก   30  แห่ง

              6. ผลผลิตและรายได้   ประชากรในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลศิลาเพชร

  ชาวตำบลศิลาเพชร มีรายได้เฉลี่ยคนละ  23,000    บาทต่อปี

 

เศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน

 

                        ด้วยประชาชนส่วนใหญ่ในตำบลศิลาเพชรประกอบเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก  อันได้แก่ ทำนาข้าว   พริก  ยาสูบ  และถั่วลิสง  ซึ่งเมื่อเสร็จจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วเกษตรกรก็จะว่างงาน  ในช่วงปีหลังๆ  มานี้พริกซึ่งเคยเป็นพืชเศรษฐกิจของชาวศิลาเพชรก็ประสบกับโรคใบเหี่ยวโดยไม่ทราบสาเหตุทำให้เกษตรกรบางรายไม่สามารถเก็บผลผลิตได้  ก็จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ว่างงาน  ซึ่งผู้ว่างงาน บางส่วนก็จะเดินทางไปทำงานยังกรุงเทพและต่างจังหวัด    และจากการออกไปหาข้อมูลในการทำประชาคมหมู่บ้านทราบว่าแท้จริงแล้วประชาชนไม่ต้องการออกไปทำงานต่างจังหวัดเท่าใดนัก  เนื่องจากไม่อยากห่างจากครอบครัว  แต่ด้วยเหตุที่ไม่มีแหล่งจ้างงานในท้องถิ่น   จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเดินทางไปทำงานยังถิ่นอื่น  จากการออกทำประชาคมหมู่บ้าน  และประชาคมตำบล  ทราบข้อมูลมาว่าในแต่ละหมู่บ้านมีการประกอบอาชีพเสริมในครัวเรือนที่เหมือนๆ  กัน  เช่น  บางหมู่บ้านยามว่างงานแม่บ้านก็จะหารายได้พิเศษด้วยการทอผ้า  บางคนก็ทำขนมขาย  บ้างก็ทำหน่อไม้อัดปี๊บ  เป็นต้น  แต่ก็พบว่าผลผลิตดังกล่าวยังไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร  เนื่องจากขาดองค์ความรู้ที่ถูกต้องในการประกอบอาชีพเสริมนั้น  รวมทั้งขาดกลเม็ดเคล็ดลับในการทำให้งานที่ทำนั้นมีคุณภาพออกมาดี  ทำให้ขายได้ราคาดีและเป็นที่ต้องการของตลาด  รวมทั้งยังขาดเงินทุนในการประกอบการอีกด้วย  จึงเสนอให้ผู้ประกอบอาชีพเสริมที่ทำเหมือนๆ กันได้รวมกลุ่มกันขึ้นเพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันไม่ว่าด้านความรู้ที่ใช้ในการพัฒนาคุณภาพ  เทคนิคการเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ทำนั้น อีกทั้งเงินทุนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  การช่วยกันจัดทำด้านการตลาดเป็นต้น  ซึ่งหากดำเนินการสำเร็จแล้วแต่ละกลุ่มก็จะสามารถที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น  สามารถทำงานอยู่กับบ้านได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องเดินทางจากครอบครัวเพื่อไปทำงานยังถิ่นอื่น