|
การแก้ไขปัญหายาเสพติดในสังคมศิลาเพชร โดยกระบวนการประชาคม
สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของยาเสพติดที่รุนแรงยิ่งในพื้นที่ตำบลศิลาเพชร
ในปี 2544 และมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น
อีกทั้งขยายตัวเป็นวงกว้างทั้งในสถานศึกษาและในหมู่บ้าน
ชุมชนตำบลศิลาเพชรเป็นอีกตำบลหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของยาเสพติด
จากสถิติของการติดสารเสพยาบ้าในปี 2544 นั้น
พบว่า มีจำนวนผู้เสพยาจำนวน 18 คน ร้อยละ 0.40 ผู้ค้ารายย่อย
จำนวน 2 คน ร้อยละ 0.04 ผู้เคยเสพและเคยค้า (ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง) จำนวน 253 คน ร้อยละ 5.62
ปัญหาส่วนใหญ่มาจากด้านเศรษฐกิจและสังคมสิ่งแวดล้อม
ที่เอื้อต่อการเสพยาและค้ายา จากการดำเนินงานต้านยาเสพติดตั้งแต่ปี 2542 จนกระทั่งถึงปัจจุบันนั้น
โดยการดำเนินงานของ อบต. ศิลาเพชร
ร่วมกับหน่วยงานราชการในพื้นที่ ตำบลทุกหน่วยงาน
ได้ดำเนินการทุกรูปแบบ
เริ่มตั้งแต่การประชาคมตำบลและหมู่บ้านเพื่อหาแนวทางในการดำเนินงานแบบองค์รวม
หมู่บ้านละ 4 ครั้งรวม 10 หมู่บ้าน
การเข้าค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในเยาวชนและวัยแรงงานในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มดี
จำนวน 4 รุ่น
การส่งเสริมอาชีพและการเข้าค่ายรวมพลังแผ่นดินในกลุ่มผู้นำ 1 รุ่น
และจากการดำเนินงานที่ผ่านมาสามารถแก้ไขปัญหาได้ระดับหนึ่งกล่าวคือ
ชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้วยชุมชนเองและตระหนักในปัญหามากขึ้น
แต่ยังมีองค์ประกอบหลายประการที่ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้หมดไปได้
ดังนั้นองค์การบริหารส่วนตำบลศิลาเพชร
ร่วมกับสถานีอนามัยตำบลศิลาเพชร โรงเรียนศรัทธาศิลาเพชรรังสรรค์
ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอปัว หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 ฯ จึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการ
“ร่วมแฮงแห๋มเตื้อ
เพื่อคนศิลาเพชร” (
รวมแรงกันอีกครั้งเพื่อคนศิลาเพชร) ขึ้น
จากการดำเนินการประชาคมหมู่บ้านโดยกลุ่มแกนนำของแต่ละหมู่บ้าน
นอกจากจะได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดของแต่ละหมู่บ้านจากการให้ข้อมูลแบบลับคือ
พิธีสาบานต่อหน้าพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วก็ให้ทุกคนเขียนรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
คือผู้เสพ ผู้ค้า ผู้เคยเสพผู้เคยค้า
ลงในบาตรโดยไม่มีการกลั่นแกล้งซึ่งกันและกันแล้วยังทำให้แต่ละหมู่บ้านได้ทำให้แต่ละหมู่บ้านมีมติประชาคมหมู่บ้านเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติดทำให้แต่ละหมู่บ้าน
ซึ่งสามารถที่ใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมพฤติกรรมของคนในหมู่บ้านไม่ให้เข้าไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งแต่ละหมู่บ้านก็ได้จัดวางมาตรการไว้
รายละเอียดดังนี้
มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับตำบล
1.
จัดตั้งเวรยามในหมู่บ้านเพื่อรักษาความปลอดภัยในหมู่บ้าน
2. ตัดสิทธิ์สวัสดิการต่าง ๆ และกองทุนต่าง ๆ ของหมู่บ้าน
3.
บุคคลที่ไม่เข้าร่วมประชุมกลุ่มที่จะต้องถูกตัดสิทธิ์บางอย่างให้อยู่ท้ายสุดและจะต้องถูกคาดโทษ
4. ถ้าอยากตัดยาหรือเลิกยา
ทางหมู่บ้านจะส่งไปรักษาตัวและส่งเสริมการประกอบอาชีพต่อไป
5. ถ้ายังไม่เลิกจะขึ้นป้ายชื่อประจานในหมู่บ้าน
6.
ทางพระไม่รับนิมนต์เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและทางหมู่บ้านไม่ร่วมกิจกรรมต่าง
ๆ ที่ครอบครัวนั้นได้จัดขึ้น
7. ไม่จ้างทำงานต่าง ๆ
8. ผู้ไม่เข้าร่วมประชาคมปรับ 500 บาท
9.
ถ้าผู้ใดไม่ยอมรับและทำตามสัญญากับทางหมู่บ้านจะส่งรายชื่อให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อจัดการขั้นต่อไป
10. ให้ผู้เสพ – ผู้ขาย มาทำสัญญากับทางหมู่บ้านว่าจะไม่เสพไม่ขาย
11. ถ้าผู้เสพ – ผู้ขาย
มาทำสัญญาแล้วยังไม่เลิกเสพหรือขายทางหมู่บ้านจะขับไล่ออกจากหมู่บ้านต่อไป
12. เมื่อผู้เสพ – ผู้ขาย ยอมรับแล้วเลิกเสพเลิกขาย
ถ้ามีบุคคลเลิกล้อเลียน ทางหมู่บ้านจะปรับ 500 บาท
13. งดให้การกู้ยืมเงินต่าง ๆ
ของหมู่บ้านและของทางราชการ
14. งดการให้ความช่วยเหลือ
เมื่อมีเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทั้งคดีเพ่งและคดีอาญาที่ยอมความกันได้
15. งดการรับรองและการส่งเคราะห์ต่าง ๆ ของหมู่บ้านและของทางราชการ
16. งดให้การเช่ายืม สิ่งของ พัสดุ ของหมู่บ้านทุกอย่าง
17.
จัดตั้งคณะกรรมการคอยสอดส่องดูแลและเฝ้าระวังผู้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติด
18. ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินตามกฎหมาย
19. ส่งเรื่องให้ทางอำเภอคัดชื่อออกจากทะเบียนบ้าน
20. งดใช้กระแสไฟฟ้า ประปาภูเขา กับครอบครัวผู้เสพและจำหน่ายยาเสพติด
21. โรงเรียนงดทุนการศึกษา
และให้ความช่วยเหลือแก่นักเรียนและครอบครัวผู้เสพและจำหน่ายยาเสพติด
22.
เมื่อมีราษฎรเข้ามาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านและมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย
ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือนำยาเสพติดมาแพร่ระบาดในหมู่บ้าน ผู้นำหมู่บ้าน
คณะกรรมการหมู่บ้านและราษฎรส่วนใหญ่มีมติเห็นชอบขับไล่ออกหมู่บ้านทันที
23.
ห้ามมิให้ราษฎรในหมู่บ้านให้ยืมหลักทรัพย์เพื่อประกันผู้ต้องหาเรื่องยาเสพติด
24.
เมื่อมีการตักเตือนและให้โอกาสแก้ไขปรับปรุงตัวแล้วไม่เชื่อฟัง จะดำเนินทางกฎหมายทันที
25. ราษฎรทุกคนในหมู่บ้าน
ต้องควบคุม
ดูแลคนในครอบครัวไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
26. หากพบเห็นผู้ลักลอบ ซื้อ ขาย ผลิต
หรือมีอยู่ในครอบครองตลอดจนลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านหมู่บ้าน
ให้แจ้งคณะกรรการหมู่บ้านหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ
27. ไม่ให้ชาวบ้านช่วยเหลือในงานพิธีต่าง ๆ เช่นงานบวช งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ฯลฯ
28. ครอบครัวใดไม่เข้าร่วมประชุมจะถูกปรับครั้งละ
100 บาท (นอกจากกรณีเหตุจำเป็นให้คณะกรรมการพิจารณาเป็นครั้งๆ
ไป )
29.
ทุกครอบครัวที่เข้าร่วมประชาคมจะต้องลงลายมือชื่อยอมรับกฎของประชาคมของหมู่บ้านที่คณะกรรมการกลางหมู่บ้านได้ทำขึ้น
30.
ทางหมู่บ้านและหน่วยงานของรัฐไม่ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือ กิจการต่าง
ๆ ของครอบครัวผู้จำหน่ายและและผู้เสพยา
31.
หากตรวจแล้วพบว่ายังมีการเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอยู่จะถูกปรับจำนวน
10,000 บาท และส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ดำเนินตามกฎหมาย
32. ผู้นำละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎ ไม่ทบทวนกฎ มีความผิด
|