ผักปลอดสารพิษตำบลศิลาเพชร

             

             ตำบลศิลาเพชรมีทุนทางสังคมคือการที่มีความเกี่ยวพันใกล้ชิดในความเป็นพวกกลุ่มเดียวกันจึงทำให้กระบวนการหรือบทบาทของการนำวิธีการประชาคมมาใช้ในการ
วางแผนการประกอบอาชีพและการแก้ไขปัญหาในการประกอบอาชีพ การรวมกลุ่มของเกษตรกรที่ประกอบอาชีพปลูกผักเพื่อจำหน่ายในช่วงฤดูแล้งปี 2549 ก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ทำให้กลุ่มประสบผลสำเร็จ โดยการรวมตัวของเกษตรจากหมู่บ้านต่างๆ ในตำบลดังนี้

 

หมู่ที่

หมู่บ้าน

จำนวนเกษตรกรผู้ปลูกพืช (คน)

หมายเหตุ

1

นาคำ

106

 

2

บ้านทุ่งศรีบุญยืน

45

 

3

ป่าตอง

11

 

4

ดอนแก้ว

19

 

7

ทุ่งรัตนา

22

 

9

ป่าตองพัฒนา

30

 

10

ดอนสุขสันต์

12

 

 

รวมทั้งสิ้น

245

 


หมายเหตุ * จะไม่มีสมาชิกครบทุกหมู่บ้านในตำบลเนื่องจากหมู่บ้านไม่ได้ปลูกผักในฤดูแล้ง

 

              ในปี  พ.ศ. 2548  เกษตรกรผู้ปลูกพืชกลุ่มดังกล่าวข้างต้นได้ประสบกับปัญหาเกี่ยวกับไม่มีสถานที่รองรับสินค้าที่ผลิตได้ รวมทั้งประสบกับปัญหาถูกกดราคา มีการขายผักตัดราคากันเอง ทำให้การประกอบอาชีพประสบกับปัญหาอย่างยิ่งเนื่องจากรายได้จากการขายผักไม่คุ้มกับเงินที่ได้ลงทุนไป ดังนั้น  ได้มีเกษตรกรบางส่วนได้นำปรึกษาสมาชิก อบต.เพื่อขอให้  อบต. ศิลาเพชร ให้ความช่วยเหลือ เมื่อ อบต. ศิลาเพชรได้รับทราบถึงปัญหาของเกษตรกรกลุ่มดังกล่าวแล้วจึงได้นำเสนอศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรที่ประสบกับปัญหาในการเกษตร คณะกรรมการศูนย์ ซึ่งประกอบด้วย นายก อบต. ปลัด อบต. ผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนของเกษตรกรในแต่ละหมู่บ้านเห็นว่า ควรมีการพบปะกันในกลุ่มผู้ปลูกพืชเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ดังนั้นจึงเกิดการจัดเวทีประชาคมเกษตรกรผู้ปลูกผักเกิดขึ้นในตำบลศิลาเพชร โดยมีศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโยลีประจำตำบลและ อบต.ศิลาเพชร เป็นผู้ประสานงานในทุกฝ่ายได้มาร่วมกันแก้ไขปัญหาทั้งนี้ได้มีการเชิญตัวแทนจาก พาณิชย์จังหวัดน่าน และ พัฒนาที่ดินจังหวัดน่าน เกษตรอำเภอปัว และ นายอำเภอปัว ได้มาให้ข้อคิดข้อแนะนำในการปฏิบัติงาน ด้วย ซึ่งที่ประชุมก็ได้มีความเห็นว่าควรมีการสร้างจุดขายของกลุ่มเกษตรกรโดยในปลายปี พ.ศ. 2549-2550 นี้ จะทำการปลูกผักโดยไม่ใช้สารเคมี โดยจะปลูกผักปลอดสารพิษและจะวางแผนให้เวียนปลูกกันไปเป็นรุ่นๆ เพื่อที่ผลผลิตจะได้ไม่มากเกินไปในช่วงใดช่วงหนึ่งจนทำให้ผักที่มีมากในช่วงนั้นราคาตกต่ำเกินกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งก็ได้มีแผนการปลูกพืชออกเป็นสี่รุ่นสำหรับพืชที่มีการปลูกกันเป็นจำนวนมากซึ่งเมื่อสำรวจสอบถามจากเวทีประชาคมแล้วพบว่าพืชดังกล่าวที่ปลูกกันเป็นจำนวนมากก็คือ กะหล่ำดอก แตงกวา และผักกาดจ้อน ในส่วนของดังตารางต่อไปนี้

 

การวางแผนปลุกพืชรุ่นที่   1

พื้นที่ปลูก

หมู่ที่

พื้นที่ปลูก(ไร่)

วันที่ปลูก

1.  กะหล่ำดอก    จำนวน  4  รุ่น

1

3  ไร่

29  ต.ค. 49

2

5  ไร่

7

7  ไร่

2.  แตงกวา

2

5  ไร่

 

29  ต.ค. 49

3

2  ไร่

9

25  ไร่

3.  ผักกาดจ้อน (ผักกาดเขียวปลี)

3

20  ไร่

29  ต.ค. 49

9

10  ไร่

 

 

การวางแผนปลุกพืชรุ่นที่   2

พื้นที่ปลูก

หมู่ที่

พื้นที่ปลูก(ไร่)

วันที่ปลูก

1.  กะหล่ำดอก    จำนวน  4  รุ่น

1

20  ไร่

20  พ.ย. 49

2

5  ไร่

7

5  ไร่

2.  แตงกวา

1

10  ไร่

20  พ.ย. 49

2

10  ไร่

3

3  ไร่

4

5  ไร่

9

25  ไร่

10

5  ไร่

3.  ผักกาดจ้อน (ผักกาดเขียวปลี)

1

10  ไร่

20  พ.ย. 49

2

16  ไร่

3

3  ไร่

4

5  ไร่

7

10  ไร่

 

 

การวางแผนปลุกพืชรุ่นที่   3

พื้นที่ปลูก

หมู่ที่

พื้นที่ปลูก(ไร่)

วันที่ปลูก

1.  กะหล่ำดอก    จำนวน  4  รุ่น

1

20  ไร่

15  ธ.ค.  49

2

5  ไร่

7

5  ไร่

2.  แตงกวา

1

10  ไร่

 

15  ธ.ค.  49

2

10  ไร่

7

3  ไร่

3.  ผักกาดจ้อน (ผักกาดเขียวปลี)

1

10  ไร่

 

15  ธ.ค.  49

2

10  ไร่

7

3  ไร่

 

การวางแผนปลุกพืชรุ่นที่   4

พื้นที่ปลูก

หมู่ที่

พื้นที่ปลูก(ไร่)

วันที่ปลูก

1.  กะหล่ำดอก    จำนวน  4  รุ่น

1

7    ไร่

 

 1  ม.ค.  50

2

15  ไร่

7

5    ไร่

2.  ผักกาดจ้อน (ผักกาดเขียวปลี)

2

16  ไร่

1  ม.ค.  50

             

               ส่วนพืชที่ไม่ได้มีการปลูกกันเป็นจำนวนมาก เช่น  บล็อกโคลี  ถั่วลันเตา ถั่วฝักยาว หัวผักกาด แครอท ก็จะปลูกกันตามปกติ  จากนั้นก็ได้มีการประชาสัมพันธ์และเปิดตัวการผลิตสินค้าผักปลอดสารพิษให้เป็นที่ทราบโดยทั่วกันโดยประสานขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ทางสถานีวิทยุชุมชน  แจ้งให้ทราบในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับตำบลและอำเภอเป็นต้น  นอกจากนี้ก็ได้มีการติดต่อไปจำหน่ายในตลาดผักปลอดสารพิษโรงพยาบาลน่าน  นำไปขายในงานกาชาดจังหวัด และนำไปส่งให้กับโรงพยาบาลสมเด็จ
พระยุพราชปัว ซึ่งปัจจุบันทางกลุ่มก็สามารถแก้ปัญหาที่เคยประสบกับราคาตกต่ำและไม่มีสถานที่จำหน่ายให้หมดปัญหาลงไปได้ นอกจากนี้ก็ได้มีการจัดเวทีเพื่อสรุปผลการดำเนินงานเป็นระยะ ๆ  และคาดว่าในปีต่อๆ ไป การดำเนินงานของกลุ่มปลูกผักดังกล่าวก็จะมีความเข้มแข็งเพิ่มขึ้น ซึ่งทางศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยการสนับสนุนงบประมาณจาก
อบต.ศิลาเพชร ก็ยังได้ขยายผลของการดำเนินงานของกลุ่มโดยจัดให้มีการอบรมการจัดทำปุ๋ยหมักและสารชีวภาพเพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตรด้วย นอกจากนี้จะพยายามผลักดันให้การทำการเกษตรในตำบลปลอดสารพิษให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์