Back Home Next
 
 
 
 
 
  หลักเกณฑ์การยกเว้นอากรของที่ได้รับเอกสิทธิ์ที่นำเข้ามาตามข้อผูกพันที่ประเทศไทยมีต่อ
    นานาประเทศ
  หลักเกณฑ์การยกเว้นอากรของที่ได้รับบริจาค
  เอกสารที่ควรจัดเตรียมในการนำเข้าของเอกสิทธิ์หรือของที่ได้รับบริจาค
  ขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการศุลกากรสำหรับการนำเข้าของเอกสิทธิ์หรือของที่ได้รับบริจาค
  ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม







 

     
ของที่ได้รับเอกสิทธิ์ หมายถึง ของที่ได้รับเอกสิทธิ์ตามข้อผูกพันที่ประเทศไทยมีอยู่ต่อองค์การสหประชาชาติหรือตามกฎหมายระหว่าง
ประเทศ หรือตามสัญญากับนานาประเทศ หรือทางการทูต ซึ่งได้ปฏิบัติต่อกันโดยอัธยาศัยไมตรีซึ่งการนำเข้าของเหล่านี้จะได้รับการยกเว้น
อากร

     ของที่ได้รับบริจาค หมายถึง
            ของที่นำเข้ามาหรือส่งออกไปเพื่อแจกให้เปล่าเป็นการสาธารณกุศลแก่ประชาชน โดยผ่านส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินหรือองค์การสาธารณกุศล
            ของที่นำเข้ามาเพื่อบริจาคเป็นสาธารณประโยชน์แก่ส่วนราชการ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินหรือองค์การสาธารณกุศล

1. หลักเกณฑ์การยกเว้นอากรของที่ได้รับเอกสิทธิ์ที่นำเข้ามาตามข้อผูกพันที่ประเทศไทยมีต่อนานาประเทศ มีดังนี้
 

 
  (1)    ตามข้อผูกพันกับองค์การสหประชาชาติและทางการทูต การนำของเข้าของหน่วยงานสังกัดองค์การสหประชาชาติและสถานทูตชาติต่าง ๆ จะอยู่ในความควบคุมดูแลของกระทรวงต่างประเทศ กรมพิธีการทูต ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาทั้งชนิดของของและปริมาณนำเข้าที่จะได้รับยกเว้นอากร ตลอดจนควบคุมดูแลการนำของเข้าโดยได้รับยกเว้นอากรของเจ้าพนักงานของหน่วยงานที่สังกัดองค์การสหประชาชาติและข้าราชการสถานทูต ซึ่งจะได้รับสิทธิยกเว้นอากรในการนำเข้าของใช้ส่วนตัว ของใช้ในบ้านเรือน และรถยนต์คนละหนึ่งคัน

(2)    ตามสัญญาข้อตกลงความช่วยเหลือที่นานาประเทศให้แก่ประเทศไทย สัญญาดังกล่าวกำหนดให้รัฐบาลไทยยกเว้นอากรแก่ของที่นำเข้ามาใช้ในโครงการความช่วยเหลือตลอดจนให้ยกเว้นอากรแก่ของใช้ส่วนตัว ของใช้ในบ้านเรือนของผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยตามโครงการความช่วยเหลือ และรถยนต์ของผู้เชี่ยวชาญคนละ 1 คัน ทั้งนี้ ของเหล่านั้นจะต้องนำเข้ามาก่อนที่ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาไม่เกิน 1 เดือน หรือไม่เกิน 6 เดือนนับแต่ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาถึงประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยสัญญาข้อตกลงความช่วยเหลือที่นานาประเทศให้แก่ประเทศไทยมีดังต่อไปนี้

          (2.1)    สัญญาข้อตกลงความช่วยเหลือที่ผ่านกรมวิเทศสหการ ไม่ว่าโครงการความช่วยเหลือนั้นจะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบและดำเนินการของกรมใดก็ตาม กรมวิเทศสหการจะควบคุมและดูแล การนำของเข้าและปฏิบัติพิธีการศุลกากร

          (2.2)    สัญญาข้อตกลงที่ไม่ผ่านกรมวิเทศสหการ เป็นสัญญาความตกลงที่หน่วยราชการอื่น ๆ ทำกับนานาประเทศ โดยในสัญญากำหนดให้ยกเว้นอากรดังเช่นที่กล่าวในข้อ (2) และสัญญาความตกลงนั้นจะต้องผ่านคณะรัฐมนตรีเห็นชอบด้วย การพิจารณายกเว้นอากรของที่นำเข้าตามสัญญาความตกลงนี้ กรมศุลกากรจะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

          (2.3)     ข้อตกลงที่ประเทศไทยมีต่อยูเนสโกตามความตกลงฟลอเรนส์ ซึ่งเป็นการตกลงให้ยกเว้นอากรในการนำเข้าวัสดุเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมที่นำเข้าโดยสถาบันการศึกษาและส่วนราชการ การนำของเข้าตามความตกลงฟลอเรนส์จะผ่านการพิจารณาของ คณะกรรมการพิจารณายกเว้นอากรนำเข้าวัสดุการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าร่วมเป็นกรรมการ โดยใช้ความตกลงการนำเข้าฟลอเรนส์และกฎหมายศุลกากรเป็นหลักใหญ่ในการพิจารณา เมื่อผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณายกเว้นอากรฯเป็นประการใด คณะกรรมการฯ จะแจ้งมติผลการพิจารณานั้น ๆ มาให้กรมศุลกากรและหน่วยงานผู้ขอยกเว้นอากรขาเข้าทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป สำหรับสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่ในขอบข่ายของความตกลงฟลอเรนส์ ซึ่งหน่วยงานและส่วนราชการพึงจะขอยกเว้นอากรนำเข้าได้นั้น ได้แก่ สิ่งของตามภาคผนวกของความตกลงการนำเข้าฟลอเรนส์ ดังต่อไปนี้

                      ภาคผนวก ก. หนังสือ สิ่งพิมพ์ และเอกสาร
                      ภาคผนวก ข. ศิลปวัตถุ และสิ่งที่นักสะสมรวบรวมไว้ ซึ่งเกี่ยวกับการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม
                      ภาคผนวก ค. โสตทัศนวัสดุทางการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม
                      ภาคผนวก ง. เครื่องมือเครื่องใช้วิทยาศาสตร์
                      ภาคผนวก จ. สิ่งของสำหรับคนตาบอด

(3)    ตามพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่บัญญัติให้ยกเว้นอากรนำเข้าแก่ของที่นำเข้ามาใช้ในโครงการต่าง ๆ เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พ.ศ. 2514 ซึ่งบัญญัติตามความในมาตรา 5 ให้ยกเว้นอากรขาเข้าและภาษีการค้าสำหรับเรือ ยานยนต์ วัสดุ และอุปกรณ์ที่ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้เฉพาะเมื่อศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับความเห็นชอบในการเข้ามาในราชอาณาจักรจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว เป็นต้น

(4)    การยกเว้นอากรของที่นำเข้าที่ได้รับเอกสิทธิ์นี้ เป็นการยกเว้นให้แก่ผู้มีเอกสิทธิ์เป็นการเฉพาะตัวบุคคลหรือเฉพาะองค์กรเท่านั้น หากผู้ที่มีสิทธิได้รับการยกเว้นอากรโอนของที่ได้รับการยกเว้นอากรไปให้กับผู้ที่ไม่มีสิทธิหรือนำไปใช้ในโครงการอื่นที่ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นอากร ของนั้นจะสิ้นสิทธิในการยกเว้นอากรทันที โดยต้องปฏิบัติ ดังนี้

          (4.1)    ของที่โอนให้กับผู้ที่ไม่มีเอกสิทธิ์หรือนำไปใช้ในการอื่น ของนั้นจะต้องชำระอากรในกรณีที่ได้รับยกเว้นอากร และชำระอากรเพิ่มในกรณีที่ได้รับลดหย่อนอากร

          (4.2)    ผู้นำเข้าคือผู้รับผิดชอบในการชำระภาษี และจะต้องแจ้งขอชำระอากรต่อกรมศุลกากรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่โอนไปหรือนำไปใช้ประโยชน์ในการอื่น

          (4.3)    ต้องชำระอากรให้กรมศุลกากรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจำนวนเงินอากรที่ต้องชำระหรือชำระเพิ่ม

          (4.4)    การประเมินอากรที่ต้องชำระหรือชำระเพิ่มให้ประเมินตามสภาพ ราคา และอัตราอากรที่เป็นอยู่ในวันที่โอนหรือนำไปใช้ในการอื่น

          (4.5)    บทบัญญัติตามมาตรานี้ไม่ให้บังคับใช้กับการนำเข้าโดยหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่จำหน่ายแล้วส่งรายรับนั้นให้แก่รัฐโดยไม่หักรายจ่าย

          (4.6)    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจออกประกาศกำหนดให้ของบางประเภทที่นำเข้าโดยได้รับยกเว้นอากรหลุดพ้นจากภาระภาษี ทั้งนี้จะกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้ โดยให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(5)    ของที่ได้รับการยกเว้นจากบทบังคับตามข้อ (4)

          (5.1)    เสบียง ยารักษาโรค ของใช้สิ้นเปลือง และของใช้ส่วนตัว ซึ่งบุคคลที่มีสิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรนำเข้ามาเพื่อใช้เอง บรรดาที่มีเหลืออยู่ในวันที่สิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรสิ้นสุด

          (5.2)    ของใช้ในบ้านเรือนที่นำเข้ามาเกินสองปีซึ่งบุคคลที่มีสิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรนำเข้ามาเพื่อใช้เอง

          (5.3)    ของที่พิสูจน์ให้เป็นที่พอใจอธิบดีกรมศุกลกากรว่าชำรุดหรือเสียหายจนไม่อาจจะซ่อมเพื่อใช้การต่อไปอีกได้

          (5.4)    ของอื่น ๆ ที่ผู้มีสิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรได้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเกินห้าปี
การยกเว้นจากบทบังคับตามข้อ (4) ไม่รวมถึงรถยนต์และยานพาหนะอย่างอื่นที่ใช้เครื่องยนต์ เว้นแต่กรณีในข้อ (6)

(6)    รถยนต์ที่ได้รับเอกสิทธิ์ทางการทูต องค์การระหว่างประเทศหรือเอกสิทธิ์ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ จะได้รับยกเว้นจากบทบังคับตามตามข้อ (4) ในกรณีดังต่อไปนี้

          (6.1)    รถยนต์ซึ่งบุคคลที่มีเอกสิทธิ์ทางการทูตองค์การระหว่างประเทศหรือเอกสิทธิ์ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ นำเข้ามาหรือสั่งเข้ามาก่อน 5 เมษายน 2528 นับแต่วันนำเข้าเกินกว่า 5 ปี

          (6.2)    รถยนต์ซึ่งบุคคลที่มีเอกสิทธิ์ทางการทูต องค์การระหว่างประเทศหรือเอกสิทธิ์ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการนำเข้ามา และภายหลังขายให้กับกรมศุลกากร ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนด ด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

          (6.3)    รถยนต์บางประเภทที่มีลักษณะตามที่กรมศุลกากรกำหนดไว้ (ตามประกาศกระทรวงการคลังที่ ศก.5/2532 และศก.13/2533) ที่นำเข้ามาใช้ภายใต้โครงการความช่วยเหลือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศ และภายหลังสิ้นสุดโครงการได้โอนไปให้กับส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

(7)    ท่อส่งก๊าซธรรมชาติและอุปกรณ์ที่บริษัทท่อส่งก๊าซธรรมชาติไทย จำกัด นำเข้ามาโดยได้รับยกเว้นอากรขาเข้าและภาษีการค้า ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนให้โอนไปให้บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัดและได้โอนต่อไปให้การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยในลักษณะให้เปล่า ได้รับยกเว้นจากบทบังคับตามข้อ (4)


2. หลักเกณฑ์การยกเว้นอากรของที่ได้บริจาค มีดังนี้

 
  (1)    ผู้นำเข้าที่มีสิทธิได้รับยกเว้นอากร คือ

          (1.1) ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินตั้งแต่ระดับกรมขึ้นไป

          (1.2) องค์การสาธารณกุศลตามประกาศกระทรวงการคลัง

(2)    ของนำเข้ามาหรือส่งออกไปเพื่อแจกให้เปล่าเป็นการสาธารณกุศลแก่ประชาชน โดยผ่านส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินหรือองค์การสาธารณกุศล ที่อยู่ในข่ายได้รับยกเว้นอากร ได้แก่

          (2.1) ของที่สถาบันหรือมูลนิธิในต่างประเทศส่งเข้ามา โดยผ่านส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศลในประเทศ เพื่อแจกให้เปล่าเป็นสาธารณกุศลแก่ประชาชนต้องเป็นของที่จำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีพตามปกติวิสัย เช่น อาหาร เสื้อผ้า ผ้าห่มกันหนาว เป็นต้น

          (2.2) มีผู้บริจาคเงินให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศลภายในประเทศ เพื่อซื้อของเข้ามาแจกให้เปล่าเป็นสาธารณกุศลแก่ประชาชน ทั้งนี้โดยถือว่ามีผู้บริจาคให้แก่ส่วนราชการและองค์การสาธารณกุศล เพื่อนำไปแจกแก่ประชาชน อย่างไรก็ตาม ของที่ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศลนั้นเองเป็นผู้จ่ายเงินซื้อมา เพื่อแจกให้เปล่าเป็นสาธารณกุศลแก่ประชาชน จะไม่ไดัรับการยกเว้นอากร เพราะกรณีนี้ถือว่าไม่มีการบริจาค

(3)    ของที่นำเข้ามาเพื่อบริจาคเป็นสาธารณประโยชน์แก่ส่วนราชการ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินหรือองค์การสาธารณกุศล ที่จะเข้าข่ายได้รับยกเว้นอากร ได้แก่

          (3.1) ของซึ่งนำเข้ามาโดยตรงเพื่อบริจาคให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การสาธาณกุศล

          (3.2) บริจาคให้เป็นเงินโดยระบุว่า เพื่อซื้อของอย่างใดอย่างหนึ่งที่แน่นอนเข้ามาในประเทศและมีหลักฐานมอบให้ส่วนราชการ หรือองค์การสาธารณกุศลนั้นเป็นผู้นำเข้าเอง แต่ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามระเบียบที่กรมศุลกากรกำหนด และให้รวมถึงการสั่งซื้อเครื่องมือในทางการแพทย์และวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างประเภทที่ไม่มีการผลิตภายในประเทศด้วย

        สำหรับ ของที่ไม่อยู่ในข่ายได้รับยกเว้นอากร ได้แก่ ยานพาหนะประเภทต่าง ๆ ยกเว้น รถแทรกเตอร์ รถยนต์โดยสารสาธาณะที่ออกแบบสำหรับขนส่งผู้โดยสารตั้งแต่สิบคนขึ้นไปรวมทั้งคนขับ (รถตู้) รถบรรทุกคนไข้ที่ใช้สำหรับส่วนราชการ โรงพยาบาลหรือองค์การสาธารณกุศล ซึ่งพิสูจน์ให้เป็นที่พอใจของอธิบดีกรมศุลกากรและจำนวนพอสมควรแก่กิจการนั้น ๆ รถดั๊มพ์ หรือรถดับเพลิง เป็นต้น

3.  เอกสารที่ควรจัดเตรียมในการนำเข้าของเอกสิทธิ์หรือของที่ได้รับบริจาค

 
  (1)     เอกสารทั่วไปที่ใช้ในการผ่านพิธีการ
          ใบขนสินค้าขาเข้า
          บัญชีราคาสินค้า (Invoice)
          ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading or Air Waybill)
          ใบสั่งปล่อย (Delivery Order)

(2)     เอกสารที่ใช้เพิ่มเติมกรณีขอยกเว้นอากรของเอกสิทธิ์
          หนังสือขอยกเว้นอากรของกระทรวงการต่างประเทศพร้อมแบบฟอร์ม D.P.I. (ENTRY FORM FOR DIPLOMATIC CLEARANCE OF GOODS IMPORTED BY DIPLOMATIC MISSIONS INTERNATIONAL ORGANIZTIONS) ที่ออกให้โดยกระทรวงการต่างประเทศ (กรณีของที่ได้รับเอกสิทธิ์ทางการทูต และข้อผูกพันกับองค์การสหประชาชาติ)
          สัญญาความตกลงช่วยเหลือระหว่างประเทศไทยกับประเทศอื่น ๆ ฉบับสมบูรณ์ (กรณีของที่นำเข้าตามโครงการความช่วยเหลือที่ไม่ผ่านกรมวิเทศสหการ)
          หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีรับรองว่าสัญญาความตกลงช่วยหลือ (กรณีของที่นำเข้าตามโครงการความช่วยเหลือที่ไม่ผ่านกรมวิเทศสหการ)
          ผลการพิจารณาให้ยกเว้นอากร (กรณีของที่นำเข้าตามโครงการความช่วยเหลือที่ไม่ผ่านกรมวิเทศสหการ)

(3)     เอกสารที่ใช้เพิ่มเติมกรณีขอยกเว้นอากรของบริจาค
          หนังสือขอยกเว้นอากรของส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินตั้งแต่ระดับกรมขึ้นไปหรือองค์การสาธารณกุศลผู้ได้รับบริจาค โดยหนังสือขอยกเว้นอากรจะต้องแจ้งชนิดของ จำนวนของที่ได้รับบริจาคและชื่อผู้บริจาค รวมถึงให้ระบุหนังสือขอยกเว้นอากรด้วยว่า การบริจาคมีเงื่อนไขหรือข้อผูกพันหรือไม่อย่างไร
          เอกสารที่ต้องแนบไปพร้อมกับหนังสือขอยกเว้นอากร ได้แก่
                  (ก) เอกสารแสดงความจำนงบริจาคของผู้บริจาคเป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งผู้บริจาคได้แสดงความจำนงไว้ก่อนวันที่นำของเข้ามาในราชอาณาจักร
                  (ข) กรณีรับบริจาคเป็นเงินเพื่อจะซื้อของอย่างใดอย่างหนึ่งตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค ให้ส่งหลักฐานการรับเงินบริจาค เช่น สำเนาใบเสร็จรับเงิน
                  (ค) เอกสารแสดงรายการของและราคาของที่บริจาค เช่น บัญชีราคาสินค้าและใบเสนอราคา สัญญาซื้อขายในกรณีซื้อขายผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศ

        โดยเอกสารเหล่านี้ต้องมีผู้ลงนามรับรองพร้อมทั้งระบุชื่อ นามสกุล และตำแหน่งของผู้ลงนามรับรองทุกหน้า พร้อมทั้งระบุชื่อเอกสาร หมายเลขเอกสารและจำนวนฉบับ ไว้ในหนังสือขอยกเว้นอากรด้วย

(4)     เอกสารอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น หนังสือมอบอำนาจ


4.  ขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการศุลกากรสำหรับการนำเข้าของเอกสิทธิ์หรือของที่ได้รับบริจาค

 
  (1)     ผู้นำเข้ายื่นใบขนสินค้าขาเข้าที่กรอกข้อความเรียบร้อยแล้วที่ฝ่ายเอกสิทธิ์และส่งเสริมการลงทุน ส่วนการนำเข้าสำนักงานศุลกากรนำเข้าท่าเรือกรุงเทพ หรือ สำนักงาน/ด่านศุลกากรที่นำของเข้าพร้อมเอกสารประกอบ

(2)     กรมศุลกากรทำการตรวจสอบเอกสารเสนอขอยกเว้นอากร ตรวจสอบการคำนวณราคาของ หากถูกต้องจะออกเลขที่ยกเว้นอากรและสั่งการตรวจ หลังจากนั้นจะมอบเอกสารทั้งหมดคืนให้ผู้นำเข้า

(3)     ผู้นำเข้านำเอกสารไปแสดงที่ส่วนตรวจสินค้าเพื่อขอรับของออกจากอารักขาศุลกากร

(4)     สำหรับของที่นำเข้าตามความตกลงฟลอเรนส์ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณายกเว้นอากรนำเข้าวัสดุเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมผู้นำเข้าต้องยื่นเรื่องขอยกเว้นอากรก่อนที่จะนำของเข้ามาในประเทศที่สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์แห่งสหประชาชาติ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อได้รับอนุมัติให้ยกเว้นอากรแล้วกรมศุลกากรจะส่งหนังสือขอยกเว้นอากรของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์แห่งสหประชาชาติ ไปยังหน่วยงานพิธีการและประเมินอากรของด่านศุลกากรที่นำของเข้า เพื่อปฏิบัติพิธีการยกเว้นอากรศุลกากรให้แก่ผู้นำของเข้าต่อไป

(5)     สำหรับของบริจาค หากองค์การสาธารณกุศลเป็นผู้ได้รับบริจาคและได้รับบริจาคเป็นเงินเพื่อซื้อของอย่างใดอย่างหนึ่งตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค ถ้าเป็นของที่มีมูลค่าเกินกว่าห้าหมื่นบาทขึ้นไป ให้องค์การสาธารณะกุศลนั้นยื่นคำขอยกเว้นอากรก่อนที่จะดำเนินการสั่งซื้อสิ่งของจากต่างประเทศ พร้อมทั้งระบุวันเดือนปีที่คาดว่าของจะมาถึงด้วย

5.  ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

       ชาวไทยและชาวต่างประเทศที่มีความประสงค์จะทราบรายละเอียดการนำเข้าของที่ได้รับเอกสิทธิ์หรือของที่ได้รับบริจาคเข้ามาในประเทศไทย สามารถติดต่องานพิธีการ ฝ่ายเอกสิทธิ์และส่งเสริมการลงทุน ส่วนการนำเข้า สำนักงานศุลกากรนำเข้าท่าเรือกรุงเทพ หรือ ฝ่ายเอกสิทธิ์และส่งเสริมการลงทุน ส่วนการนำเข้า สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ หรือสำนักงาน/ด่านศุลกากรที่นำเข้าในวันและเวลาราชการ