|
(1)
ตามข้อผูกพันกับองค์การสหประชาชาติและทางการทูต
การนำของเข้าของหน่วยงานสังกัดองค์การสหประชาชาติและสถานทูตชาติต่าง
ๆ จะอยู่ในความควบคุมดูแลของกระทรวงต่างประเทศ
กรมพิธีการทูต
ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาทั้งชนิดของของและปริมาณนำเข้าที่จะได้รับยกเว้นอากร
ตลอดจนควบคุมดูแลการนำของเข้าโดยได้รับยกเว้นอากรของเจ้าพนักงานของหน่วยงานที่สังกัดองค์การสหประชาชาติและข้าราชการสถานทูต
ซึ่งจะได้รับสิทธิยกเว้นอากรในการนำเข้าของใช้ส่วนตัว
ของใช้ในบ้านเรือน และรถยนต์คนละหนึ่งคัน
(2)
ตามสัญญาข้อตกลงความช่วยเหลือที่นานาประเทศให้แก่ประเทศไทย
สัญญาดังกล่าวกำหนดให้รัฐบาลไทยยกเว้นอากรแก่ของที่นำเข้ามาใช้ในโครงการความช่วยเหลือตลอดจนให้ยกเว้นอากรแก่ของใช้ส่วนตัว
ของใช้ในบ้านเรือนของผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยตามโครงการความช่วยเหลือ
และรถยนต์ของผู้เชี่ยวชาญคนละ 1 คัน ทั้งนี้
ของเหล่านั้นจะต้องนำเข้ามาก่อนที่ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาไม่เกิน
1 เดือน หรือไม่เกิน 6
เดือนนับแต่ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาถึงประเทศไทยเป็นครั้งแรก
โดยสัญญาข้อตกลงความช่วยเหลือที่นานาประเทศให้แก่ประเทศไทยมีดังต่อไปนี้
(2.1)
สัญญาข้อตกลงความช่วยเหลือที่ผ่านกรมวิเทศสหการ
ไม่ว่าโครงการความช่วยเหลือนั้นจะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบและดำเนินการของกรมใดก็ตาม
กรมวิเทศสหการจะควบคุมและดูแล
การนำของเข้าและปฏิบัติพิธีการศุลกากร
(2.2)
สัญญาข้อตกลงที่ไม่ผ่านกรมวิเทศสหการ
เป็นสัญญาความตกลงที่หน่วยราชการอื่น ๆ ทำกับนานาประเทศ
โดยในสัญญากำหนดให้ยกเว้นอากรดังเช่นที่กล่าวในข้อ (2)
และสัญญาความตกลงนั้นจะต้องผ่านคณะรัฐมนตรีเห็นชอบด้วย
การพิจารณายกเว้นอากรของที่นำเข้าตามสัญญาความตกลงนี้
กรมศุลกากรจะเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ
(2.3)
ข้อตกลงที่ประเทศไทยมีต่อยูเนสโกตามความตกลงฟลอเรนส์
ซึ่งเป็นการตกลงให้ยกเว้นอากรในการนำเข้าวัสดุเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมที่นำเข้าโดยสถาบันการศึกษาและส่วนราชการ
การนำของเข้าตามความตกลงฟลอเรนส์จะผ่านการพิจารณาของ คณะกรรมการพิจารณายกเว้นอากรนำเข้าวัสดุการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม ที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี
ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าร่วมเป็นกรรมการ
โดยใช้ความตกลงการนำเข้าฟลอเรนส์และกฎหมายศุลกากรเป็นหลักใหญ่ในการพิจารณา
เมื่อผลการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณายกเว้นอากรฯเป็นประการใด
คณะกรรมการฯ จะแจ้งมติผลการพิจารณานั้น ๆ
มาให้กรมศุลกากรและหน่วยงานผู้ขอยกเว้นอากรขาเข้าทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
สำหรับสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่ในขอบข่ายของความตกลงฟลอเรนส์
ซึ่งหน่วยงานและส่วนราชการพึงจะขอยกเว้นอากรนำเข้าได้นั้น
ได้แก่ สิ่งของตามภาคผนวกของความตกลงการนำเข้าฟลอเรนส์
ดังต่อไปนี้
ภาคผนวก
ก. หนังสือ สิ่งพิมพ์ และเอกสาร
ภาคผนวก
ข. ศิลปวัตถุ และสิ่งที่นักสะสมรวบรวมไว้
ซึ่งเกี่ยวกับการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม
ภาคผนวก
ค. โสตทัศนวัสดุทางการศึกษา วิทยาศาสตร์
และวัฒนธรรม
ภาคผนวก
ง. เครื่องมือเครื่องใช้วิทยาศาสตร์
ภาคผนวก
จ. สิ่งของสำหรับคนตาบอด
(3)
ตามพระราชบัญญัติต่าง ๆ
ที่บัญญัติให้ยกเว้นอากรนำเข้าแก่ของที่นำเข้ามาใช้ในโครงการต่าง
ๆ เช่น
พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พ.ศ. 2514 ซึ่งบัญญัติตามความในมาตรา 5
ให้ยกเว้นอากรขาเข้าและภาษีการค้าสำหรับเรือ ยานยนต์ วัสดุ
และอุปกรณ์ที่ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทั้งนี้เฉพาะเมื่อศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับความเห็นชอบในการเข้ามาในราชอาณาจักรจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว
เป็นต้น
(4)
การยกเว้นอากรของที่นำเข้าที่ได้รับเอกสิทธิ์นี้
เป็นการยกเว้นให้แก่ผู้มีเอกสิทธิ์เป็นการเฉพาะตัวบุคคลหรือเฉพาะองค์กรเท่านั้น
หากผู้ที่มีสิทธิได้รับการยกเว้นอากรโอนของที่ได้รับการยกเว้นอากรไปให้กับผู้ที่ไม่มีสิทธิหรือนำไปใช้ในโครงการอื่นที่ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นอากร
ของนั้นจะสิ้นสิทธิในการยกเว้นอากรทันที โดยต้องปฏิบัติ
ดังนี้
(4.1)
ของที่โอนให้กับผู้ที่ไม่มีเอกสิทธิ์หรือนำไปใช้ในการอื่น
ของนั้นจะต้องชำระอากรในกรณีที่ได้รับยกเว้นอากร
และชำระอากรเพิ่มในกรณีที่ได้รับลดหย่อนอากร
(4.2) ผู้นำเข้าคือผู้รับผิดชอบในการชำระภาษี
และจะต้องแจ้งขอชำระอากรต่อกรมศุลกากรภายใน 30 วัน
นับแต่วันที่โอนไปหรือนำไปใช้ประโยชน์ในการอื่น
(4.3) ต้องชำระอากรให้กรมศุลกากรภายใน 30 วัน
นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจำนวนเงินอากรที่ต้องชำระหรือชำระเพิ่ม
(4.4)
การประเมินอากรที่ต้องชำระหรือชำระเพิ่มให้ประเมินตามสภาพ
ราคา
และอัตราอากรที่เป็นอยู่ในวันที่โอนหรือนำไปใช้ในการอื่น
(4.5)
บทบัญญัติตามมาตรานี้ไม่ให้บังคับใช้กับการนำเข้าโดยหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่จำหน่ายแล้วส่งรายรับนั้นให้แก่รัฐโดยไม่หักรายจ่าย
(4.6)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจออกประกาศกำหนดให้ของบางประเภทที่นำเข้าโดยได้รับยกเว้นอากรหลุดพ้นจากภาระภาษี
ทั้งนี้จะกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
โดยให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(5)
ของที่ได้รับการยกเว้นจากบทบังคับตามข้อ (4)
(5.1) เสบียง ยารักษาโรค ของใช้สิ้นเปลือง
และของใช้ส่วนตัว
ซึ่งบุคคลที่มีสิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรนำเข้ามาเพื่อใช้เอง
บรรดาที่มีเหลืออยู่ในวันที่สิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรสิ้นสุด
(5.2)
ของใช้ในบ้านเรือนที่นำเข้ามาเกินสองปีซึ่งบุคคลที่มีสิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรนำเข้ามาเพื่อใช้เอง
(5.3) ของที่พิสูจน์ให้เป็นที่พอใจอธิบดีกรมศุกลกากรว่าชำรุดหรือเสียหายจนไม่อาจจะซ่อมเพื่อใช้การต่อไปอีกได้
(5.4) ของอื่น ๆ
ที่ผู้มีสิทธิได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรได้นำเข้ามาในราชอาณาจักรเกินห้าปี
การยกเว้นจากบทบังคับตามข้อ (4)
ไม่รวมถึงรถยนต์และยานพาหนะอย่างอื่นที่ใช้เครื่องยนต์
เว้นแต่กรณีในข้อ (6)
(6)
รถยนต์ที่ได้รับเอกสิทธิ์ทางการทูต
องค์การระหว่างประเทศหรือเอกสิทธิ์ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ
จะได้รับยกเว้นจากบทบังคับตามตามข้อ (4) ในกรณีดังต่อไปนี้
(6.1)
รถยนต์ซึ่งบุคคลที่มีเอกสิทธิ์ทางการทูตองค์การระหว่างประเทศหรือเอกสิทธิ์ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ
นำเข้ามาหรือสั่งเข้ามาก่อน 5 เมษายน 2528
นับแต่วันนำเข้าเกินกว่า 5 ปี
(6.2)
รถยนต์ซึ่งบุคคลที่มีเอกสิทธิ์ทางการทูต
องค์การระหว่างประเทศหรือเอกสิทธิ์ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการนำเข้ามา
และภายหลังขายให้กับกรมศุลกากร
ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนด
ด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
(6.3)
รถยนต์บางประเภทที่มีลักษณะตามที่กรมศุลกากรกำหนดไว้
(ตามประกาศกระทรวงการคลังที่ ศก.5/2532 และศก.13/2533)
ที่นำเข้ามาใช้ภายใต้โครงการความช่วยเหลือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลต่างประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศ
และภายหลังสิ้นสุดโครงการได้โอนไปให้กับส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
(7)
ท่อส่งก๊าซธรรมชาติและอุปกรณ์ที่บริษัทท่อส่งก๊าซธรรมชาติไทย
จำกัด นำเข้ามาโดยได้รับยกเว้นอากรขาเข้าและภาษีการค้า
ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520
ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนให้โอนไปให้บริษัทปูนซิเมนต์ไทย
จำกัดและได้โอนต่อไปให้การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยในลักษณะให้เปล่า
ได้รับยกเว้นจากบทบังคับตามข้อ (4) |