ระเบียบโรงเรียนน้ำร้อนวิทยาคม
ว่าด้วย การประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนน้ำร้อนวิทยาคม พ . ศ . ๒๕๔๖
_______________________
โดยที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ วก ๑๑๖๖ / ๒๕๔๔ ลงวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ . ศ . ๒๕๔๔ จึงเป็นการสมควรที่จะกำหนดระเบียบโรงเรียนน้ำร้อนวิทยาคม ว่าด้วย การประเมินผลการเรียนตาม หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนน้ำร้อนวิทยาคม พ . ศ . ๒๕๔๖ ช่วงชั้นที่ ๓ ( ระดับชั้นมัธยมศึกษา - ปีที่ ๑ - ๓ ) และช่วงชั้นที่ ๔ ( ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ ) ให้สอดคล้องกับคำสั่งดังกล่าว
ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ . ศ . ๒๕๔๒ โรงเรียนน้ำร้อนวิทยาคม จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบโรงเรียนน้ำร้อนวิทยาคม ว่าด้วย การประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนน้ำร้อนวิทยาคม พ . ศ . ๒๕๔๖
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๖ เป็นต้นไป
ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใด ในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ ๔ ให้ใช้ระเบียบนี้ควบคู่กับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนน้ำร้อนวิทยาคม พ . ศ . ๒๕๔๖
ข้อ ๕ ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนน้ำร้อนวิทยาคมรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
๖ . ๑ โรงเรียนดำเนินการประเมินผล โดยมีคณะกรรมการดำเนินงาน ประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยความ - เห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
๖ . ๒ การวัดและการประเมินผลการเรียนต้องสอดคล้องและครอบคลุม มาตรฐานการศึกษาที่กำหนดในหลักสูตร
๖ . ๓ การประเมินผลการเรียนประกอบด้วย การประเมินเพื่อปรับปรุงและพัฒนาผู้เรียน การจัดการเรียนการสอน และการประเมินเพื่อการตัดสินผลการเรียน
๖ . ๔ การวัดและประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ต้องดำเนินการด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัดและธรรมชาติของวิชา รวมทั้งระดับช่วงชั้นของผู้เรียน
๖ . ๕ ให้มีการประเมินความสามารถของผู้เรียนในการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน ในแต่ละช่วงชั้น
๖ . ๖ ให้มีการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในแต่ละช่วงชั้น
๖ . ๗ ผู้เรียนทุกคนต้องได้รับการประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับชาติ
๖ . ๘ ผู้เรียนสามารถตรวจสอบผลการเรียน และผลการประเมินในด้านต่าง ๆ ได้
๖ . ๙ ให้โรงเรียนดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนที่ต่างสถานศึกษา และรูปแบบการศึกษาได้
หมวด ๒
วิธีการวัดและประเมินผลการเรียน
๗ . ๑ การวัดและประเมินผลก่อนเรียน เพื่อหาสารสนเทศเบื้องต้นของผู้เรียน สำหรับจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียน
๗ . ๒ การวัดและประเมินผลระหว่างเรียน เพื่อมุ่งตรวจสอบพัฒนาการของ ผู้เรียนว่าบรรลุตามผลการเรียนรู้ที่คาดหวังในการสอนตามแผน การจัดการเรียนรู้ที่กำหนดไว้เพียงใด ทั้งนี้ สารสนเทศที่ได้จาก การประเมิน จะนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องของผู้เรียน และ ส่งเสริมผู้เรียนที่มีความรู้ ความสามารถ ให้เกิดพัฒนาการสูงสุดตามศักยภาพ การวัดและประเมินผลระหว่างเรียน มีแนวทางในการปฏิบัติ ดังนี้
๗ . ๒ . ๑ วางแผนการวัดและประเมินผลระหว่างเรียน
๗ . ๒ . ๒ เลือกวิธีการวัดและประเมินผลที่สอดคล้องกับภาระงานหรือ
กิจกรรมหลักที่กำหนดให้ผู้เรียนปฏิบัติ
๗ . ๒ . ๓ กำหนดอัตราส่วนของคะแนนการประเมินระหว่างเรียน กับ
คณะกรรมการบ ร ิหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษาเป็น
๗ . ๒ . ๔ การวัดและประเมินผลระหว่างเรียนจะต้องดำเนินการในระหว่างเรียนเป็นระยะ ๆ ไม่ต่ำกว่าภาคเรียนละ ๓ ครั้ง
๗ . ๓ การวัดและประเมินผลหลังเรียน เป็นการวัดและประเมินผลปลายภาคหรือปลายปี เพื่อนำผลไปประกอบการตัดสินผลการเรียน สามารถใช้ วิธีการและเครื่องมือวัดและประเมินได้อย่างหลากหลาย โดยให้
สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง เนื้อหาสาระ กิจกรรม และ ช่วงเวลาในการประเมิน โดยเก็บเป็นคะแนน
๗ . ๔ การตัดสินผลการเรียน ให้นำคะแนนระหว่างเรียนรวมกับคะแนนปลาย - ภาคเรียน หรือปลายปี แล้วแต่กรณี ตามอัตราส่วนที่กำหนด แล้วนำมาเปลี่ยนเป็นระดับผลการเรียน
การให้ระดับผลการเรียนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ จำแนกเป็น ๕ ระดับ ดังนี้
๔ หมายถึง ผลการเรียนดีมาก โดยผู้เรียนมีคะแนน
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป
๓ หมายถึง ผลการเรียนดี โดยผู้เรียนมีคะแนน
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๐ ๗๙
๒ หมายถึง ผลการเรียนพอใช้ โดยผู้เรียนมีคะแนน
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๖๐ ๖๙
๑ หมายถึง ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด โดย
ผู้เรียนมีคะแนนผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๕๐ ๕๙
๐ หมายถึง ผลการเรียนยังไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด
๗ . ๕ ถ้าผู้เรียนไม่ได้วัดผลปลายปี หรือ ปลายภาค ให้ได้ผลการเรียน ร
หมายถึง รอการตัดสิน หรือ ยังตัดสินผลการเรียนไม่ได้
ข้อ ๘ การตัดสินผลการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้ถือปฏิบัติดังนี้
๘ . ๑ การศึกษาภาคบังคับ ( ช่วงชั้นที่ ๓ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓ )
๘ . ๑ . ๑ พิจารณาตัดสินผลเป็นรายปี
๘ . ๑ . ๒ พิจารณาตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา
๘ . ๑ . ๓ พิจารณาตัดสิน ผ่าน เฉพาะผู้เรียนที่ได้ระดับผลการเรียน ๑ ถึง ๔ เท่านั้น
๘ . ๑ . ๔ ผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้ ให้ได้ระดับผลการเรียน ๐
๘ . ๑ . ๕ ผู้เรียนที่ทุจริตในการสอบ หรือ ทุจริตในงานที่มอบหมายให้ทำ ในรายวิชาใด และหรือครั้งใดก็ตาม ให้ได้คะแนน ๐ ใน ครั้งนั้น
๘ . ๒ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ( ช่วงชั้นที่ ๔ ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ )
๘ . ๒ . ๑ พิจารณาตัดสินผลเป็นรายภาคเรียน
๘ . ๒ . ๒ พิจารณาตัดสินผลเป็นรายวิชา
๘ . ๒ . ๓ พิจารณาตัดสิน ผ่าน เฉพาะผู้เรียนที่ได้ระดับผลการเรียน ๑ ถึง ๔
๘ . ๒ . ๔ ผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้ ให้ได้ระดับผลการเรียน ๐
๘ . ๒ . ๕ ผู้เรียนที่ทุจริตในการสอบ หรือ ทุจริตในงานที่มอบหมายให้ทำ ในรายวิชาใด และหรือครั้งใดก็ตาม ให้ได้คะแนน ๐ ใน ครั้งนั้น
๙ . ๑ การเปลี่ยนระดับผลการเรียนจาก ๐ ให้ผู้สอนจัดสอนซ่อมเสริมใน หัวข้อการเรียนรู้ที่คาดหวังที่ผู้เรียนสอบไม่ผ่าน แล้วจึงให้สอบแก้ตัว และให้สอบแก้ตัวได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง ตามที่สถานศึกษากำหนด ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในภาคเรียน หรือปีถัดไป ถ้าผู้เรียนไม่มาดำเนินการสอบแก้ตัวตามเวลาที่โรงเรียนกำหนด ให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าสถานศึกษาที่จะพิจารณาขยายเวลาการแก้ ๐ ให้หรือไม่ต่อไป
การสอบแก้ตัวให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน ๑
ถ้าสอบแก้ตัว ๒ ครั้งแล้ว ยังได้ระดับผลการเรียน ๐ อีก ให้เรียนซ้ำในรายวิชานั้น
การเรียนซ้ำให้อยู่ในดุลยพินิจของหัวหน้าสถานศึกษาที่จะกำหนดช่วงเวลาใน การเรียนซ้ำให้เหมาะสม และต้องประเมินผลการเรียนตามระเบียบที่กำหนดไว้นี้ การเรียนซ้ำจะได้ระดับผลการเรียนตั้งแต่ ๐ ถึง ๔
๙ . ๒ การเปลี่ยนผลการเรียนจาก ร ให้ดำเนินการแก้ไขในส่วนที่ยังไม่ - สมบูรณ์ โดยดำเนินการตามเวลาที่โรงเรียนกำหนด ถ้าผู้เรียนยังไม่มาดำเนินการแก้ไขตามเวลา ที่กำหนด ให้เรียนซ้ำในรายวิชานั้น
๙ . ๒ . ๑ ถ้าผู้เรียนได้ผลการเรียน ร ที่หัวหน้าสถานศึกษาพิจารณาแล้ว เห็นว่าไม่ใช่เหตุสุดวิสัย เมื่อดำเนินการแก้ไขแล้ว ให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน ๑
๙ . ๒ . ๑ ถ้าผู้เรียนได้ผลการเรียน ร ที่หัวหน้าสถานศึกษาพิจารณาแล้ว เห็นว่าเป็นเหตุสุดวิสัย เมื่อดำเนินการแก้ไขแล้ว ให้ได้ระดับผลการเรียน ตั้งแต่ ๐ ถึง ๔
๙ . ๒ . ๓ การพิจารณาว่ากรณีใดเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่เป็นอำนาจของหัวหน้าสถานศึกษา และเมื่อหัวหน้าสถานศึกษาวินิจฉัยแล้วให้ถือเป็นที่สุด
หมวด ๓
การประเมินความสามารถของผู้เรียนในการ อ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน
การประเมินความสามารถของผู้เรียนในการอ่าน การคิด การวิเคราะห์ และการเขียน เป็นการประเมินศักยภาพของผู้เรียนในการอ่านเอกสาร หนังสือ และสื่อต่าง ๆ แล้วนำมาคิดวิเคราะห์สรุปเป็นความรู้ ความเข้าใจของตน สามารถคิดวิเคราะห์เนื้อหาสาระของเรื่องที่อ่าน อันจะนำไปสู่การ - สังเคราะห์ที่สร้างในการแสดงความคิดเห็นและถ่ายทอดความคิดเห็นเหล่านั้นด้วยการเขียนสื่อความที่สะท้อนถึงสติปัญญา ความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถในการคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และสร้างสรรค์ จินตนาการที่ถูกต้องเหมาะสม มีคุณค่าแก่ตนเอง สังคม และประเทศชาติ อีกทั้งทักษะ และ ประสบการณ์ในการเขียนที่มีสำนวนภาษาถูกต้อง มีเหตุผล มีลำดับขั้นตอนในการนำเสนอ สามารถสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้อ่านอย่างชัดเจนตามระดับของมาตรฐานช่วงชั้นอย่างแท้จริง
ข้อ ๑๐ การประเมินรายภาค
๑๐ . ๑ ผู้เรียนทุกคนต้องมีผลการประเมินความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน จากทุกรายวิชาที่เรียน
๑๐ . ๒ ผู้สอนทุกรายวิชาเป็นผู้ประเมินความสามารถจริงของผู้เรียนในการอ่าน คิด วิเคราะห์ เขียน ซึ่งอาจประเมินโดยการสังเกตจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยการมอบหมายให้ ผู้เรียนไปศึกษาค้นคว้าและเขียนเป็นรายงานส่ง โดยให้ผู้เรียนเขียนตอบหรือเขียนเรียงความ หรือ โดยวิธีอื่น ๆ ที่เหมาะสมในทุกภาคเรียน
๑๐ . ๓ เกณฑ์การให้ระดับคะแนนความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ เขียน มีดังนี้
การอ่าน
ระดับ ๒ อ่านข้อความ หรือเรื่องสั้น ๆ แล้วจับประเด็นได้
ระดับ ๓ อ่านข้อความขนาดยาว แล้วจับสาระสำคัญ สรุป
เป็นคำพูดได้
ระดับ ๔ อ่านข้อความขนาดยาว แล้วจับสาระสำคัญ สรุป
เป็นคำพูดและเขียนได้
ระดับ ๕ อ่านบทความ สารคดี บันเทิงคดี แล้วสรุปสาระ -
สำคัญของเรื่องด้วยการพูดและเขียนได้
การคิด วิเคราะห์
ระดับ ๒ จำแนกเปรียบเทียบข้อมูลแล้วสรุปเป็นความคิด -
รวบยอดได้
ระดับ ๓ วิเคราะห์ ตัดสินใจ และแก้ปัญหาตามแบบวิธี
ที่กำหนดได้
ระดับ ๔ วิเคราะห์ และแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง
ระดับ ๕ นำแนวคิดและวิธีการมาใช้ในการปฏิบัติงานให้เกิด
ประโยชน์
การเขียน
ระดับ ๒ เขียนตามหัวข้อที่กำหนดให้ด้วยข้อความสั้น ๆ
เข้าใจง่าย
ระดับ ๓ เขียนถ่ายทอดความคิด เรื่องราว เหตุการณ์ อย่าง
เป็นลำดับได้
ระดับ ๔ เขียนโดยใช้ถ้อยคำ สำนวน และวิธีการถ่ายทอด
ที่เหมาะสม
ระดับ ๕ เขียนโดยใช้ถ้อยคำ สำนวนหลากหลาย เข้าใจง่าย
สร้างสรรค์ และมีจินตนาการ
ผู้เรียนต้องได้ ระดับ ๒ ขึ้นไปทั้ง ๓ ด้าน จึงจะถือว่า ผ่าน
๑๐ . ๔ เกณฑ์การตัดสิน มี ๒ ระดับ คือ
๑ ) ระดับ ผ หมายถึง ผลการประเมินผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่
โรงเรียนกำหนด
๒ ) ระดับ มผ หมายถึง ผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่
โรงเรียนกำหนด
๑๐ . ๕ ผู้สอนเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการปรับปรุง แก้ไข และพัฒนา ผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ของรายวิชานั้น ๆ
ข้อ ๑๑ การตัดสินรายภาค
คณะกรรมการประเมินความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ เขียน พิจารณาตัดสิน ผ่าน เฉพาะผู้เรียนที่ได้ผลการประเมิน ผ่าน ด้านการอ่าน คิด วิเคราะห์ เขียน ตั้งแต่ครึ่งหนึ่งของผลการประเมินจากผู้สอนทุกรายวิชาที่ผู้เรียนเรียนในภาคเรียนนั้น ๆ
ข้อ ๑๒ เกณฑ์การผ่านช่วงชั้น
เกณฑ์การ ผ่าน การประเมินความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ เขียน ดังนี้
๑๒ . ๑ ช่วงชั้นที่ ๓ ( ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓ )
คณะกรรมการประเมินกำหนดให้อ่านบทความที่แสดงความคิดเห็นประมาณ ๑ หน้ากระดาษ ภายในเวลา ๑ ชั่วโมง ผู้เรียนสามารถทำกิจกรรมดังต่อไปนี้ได้
๑ ) จับประเด็นหลักและประเด็นย่อย
๒ ) แยกข้อเท็จจริง และความคิดเห็น
๓ ) เขียนแสดงความคิดเห็นสนับสนุน หรือโต้แย้ง โดยใช้หลักการและเหตุผล
๑๒ . ๒ ช่วงชั้นที่ ๔ ( ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ )
คณะกรรมการประเมินกำหนดให้อ่านบทความที่แสดงความคิดเห็นประมาณ ๑ หน้ากระดาษ ภายในเวลา ๑ ชั่วโมง ผู้เรียนสามารถทำกิจกรรมดังต่อไปนี้ได้
๑ ) จับประเด็นหลักและประเด็นย่อย
๒ ) แยกข้อเท็จจริงและความคิดเห็น
๓ ) เขียนแสดงความคิดเห็นสนับสนุน หรือโต้แย้ง โดยใช้หลักการและเหตุผล
๔ ) เสนอแนวทางหรือเสนอแนะได้อย่างสร้างสรรค์
ข้อ ๑๓ การตัดสินการผ่านช่วงชั้น
คณะกรรมการประเมินความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน ของช่วงชั้น เป็นผู้รับผิดชอบ โดยพิจารณาตัดสิน ผ่าน เฉพาะผู้เรียนที่ได้ผลการประเมิน ผ่าน ตั้งแต่ครึ่งหนึ่งขึ้นไปของรายวิชาที่เรียนในภาคสุดท้าย ทั้งนี้ ต้องพิจารณาประเมินจากเกณฑ์การผ่านช่วงชั้นควบคู่ไปด้วย
ทั้งนี้ การตัดสินการผ่านช่วงชั้น ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการประเมินความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ เขียน โดยความเห็นชอบของหัวหน้าสถานศึกษา
ข้อ ๑๔ การปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงผลการประเมินการผ่านช่วงชั้น
ให้คณะกรรมการประเมินความสามารถในการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน ของช่วงชั้น เป็นผู้พิจารณาแก้ไขข้อบกพร่องของผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน โดยการมอบหมายงานให้ทำตามความเหมาะสม แล้วทำการประเมินผลงานของนักเรียนต่อไป ทั้งนี้ ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในภาคเรียนถัดไป
หมวด ๔
๑ . มีวินัย
๒ . มีความซื่อสัตย์
๓ . มีน้ำใจ
๔ . ใฝ่รู้ใฝ่เรียน
๕ . รักษ์ความเป็นไทย
มีวินัย หมายถึง ๑ ) ปฏิบัติตนตามกฏ ระเบียบ ของโรงเรียนและสังคม
๒ ) ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายได้เสร็จตามกำหนด
เวลา
มีความซื่อสัตย์ หมายถึง ๑ ) ประพฤติปฏิบัติตนเหมาะสมและตรงตามความ -
เป็นจริง ทั้งต่อหน้าที่ลับหลังผู้อื่น
๒ ) ปฏิบัติงานหรือหน้าที่ได้ถูกต้องตรงไปตรงมา
มีน้ำใจ หมายถึง ๑ ) ให้เกียรติและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
๒ ) เสียสละ ร่วมมือ และช่วยเหลือผู้อื่นตามศักยภาพ
ของตน
ใฝ่รู้ใฝ่เรียน หมายถึง ๑ ) รักการอ่าน และการศึกษาค้นคว้า
๒ ) มีความคิดริเริ่มอย่างสร้างสรรค์
รักษ์ความเป็นไทย หมายถึง ๑ ) มีส่วนร่วมและปฏิบัติตนตามขนบธรรมเนียม
ประเพณี ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมไทย
๒ ) มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียม ประเพณี
ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมไทย รวมทั้งธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม
โรงเรียนจะมอบหมายให้ผู้สอนทุกรายวิชา อาจารย์ที่ปรึกษา และอาจารย์แนะแนวของโรงเรียนเป็นผู้ประเมินผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในและนอกห้องเรียนด้วยวิธีการที่ หลากหลาย เพื่อให้ได้ข้อมูลประกอบการประเมิน เช่น จากการสังเกต การรายงานพฤติกรรมจาก ผู้เกี่ยวข้อง การดูผลงานการบันทึกความดี การรายงานตนเองของผู้เรียน เป็นต้น
การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในแต่ละประการ ให้ผลการประเมินเป็น ๔ ระดับ ตามเกณฑ์ ดังนี้
ระดับ ๔ ดีเยี่ยม หมายถึง ปฏิบัติตนอย่างสม่ำเสมอและเป็น
แบบอย่างที่ดีได้
ระดับ ๓ ดี หมายถึง ปฏิบัติตนในทางที่ดี บ่อยครั้ง
ระดับ ๒ พอใช้ หมายถึง ปฏิบัติตนโดยต้องอาศัยคำแนะนำ
ตักเตือนบางครั้ง
ระดับ ๑ ควรปรับปรุง หมายถึง ปฏิบัติตนโดยต้องอาศัยคำแนะนำ
ตักเตือน บ่อยครั้ง
ข้อ ๑๖ การตัดสินรายภาค
ผู้เรียนต้องได้ระดับ ๒ ขึ้นไป ทั้ง ๕ ประการ จึงจะถือว่า ผ่าน
ผู้เรียนทุกคนต้องได้รับการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในแต่ละประการทั้ง ๕ คุณลักษณะจากผู้สอนทุกรายวิชาที่เรียน อาจารย์ที่ปรึกษา และอาจารย์แนะแนว
คณะกรรมการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์พิจารณาตัดสินพฤติกรรม
ของผู้เรียนโดยรวมในแต่ละคุณลักษณะ เป็น ๔ ระดับ โดยพิจารณาจากฐานนิยมของคุณลักษณะ แต่ละประการที่ผู้เรียนได้รับการประเมินจากผู้สอนทุกรายวิชาที่นักเรียนเรียนในภาคเรียนนั้น ๆ อาจารย์ที่ปรึกษา และอาจารย์แนะแนว
ผู้เรียนต้องได้ระดับ ๒ ขึ้นไปทั้ง ๕ ประการ จึงจะถือว่า ผ่าน
ข้อ ๑๗ การตัดสินการผ่านช่วงชั้น
คณะกรรมการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็นผู้รับผิดชอบพิจารณา ตัดสินการประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในแต่ละประการ ในระดับช่วงชั้นโดยใช้วิธีการของ ข้อ ๑๖ โดยอนุโลม และให้พิจารณาตัดสินดังนี้
๑๗ . ๑ ให้ ผ่าน ในคุณลักษณะที่ผู้เรียนได้รับการตัดสินพฤติกรรมโดยรวมในคุณลักษณะนั้น ๆ ในภาคเรียนสุดท้าย ไม่ต่ำกว่าในระดับ ๒
๑๗ . ๒ ให้ ไม่ผ่าน ในคุณลักษณะที่ผู้เรียนได้รับการตัดสินพฤติกรรม โดยรวมในคุณลักษณะนั้น ๆ ในภาคเรียนสุดท้าย ในระดับ ๑
ทั้งนี้ การตัดสินการผ่านช่วงชั้นให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยความเห็นชอบของหัวหน้าสถานศึกษา
ข้อ ๑๘ การปรับปรุงและแก้ไขพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ของผู้เรียนในแต่ละ คุณลักษณะ
ให้คณะกรรมการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พิจารณาแก้ไข พฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ของผู้เรียนในคุณลักษณะที่มีผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับ ๑ และ จะมีผลการพิจารณาไม่ให้จบช่วงชั้น โดยอาจกำหนดเป็นกิจกรรมสร้างความตระหนัก กิจกรรมทำความดี และหรือกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ตามที่คณะกรรมการเห็นว่าเหมาะสม ก็ได้
หมวด ๕
การประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรรมที่จัดให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเองตามศักยภาพ มุ่งเน้นเพิ่มเติมจากกิจกรรมที่ได้จัดให้เรียนรู้จากกลุ่มสาระการเรียนรู้ตามความถนัดและความสนใจ เพื่อพัฒนาองค์รวมของความเป็นมนุษย์ให้ครบทุกด้าน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแบ่งเป็น ๒ ลักษณะ ดังนี้
๑ . กิจกรรมแนะแนว
๒ . กิจกรรมนักเรียน
กิจกรรมแนะแนว โรงเรียนจัดกิจกรรมแนะแนวให้กับนักเรียนทุกคน โดยจัดเวลาไว้ในตารางเรียน
กิจกรรมนักเรียน แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ
๑ . กิจกรรมพัฒนาความถนัด ความสนใจ และความต้องการของผู้เรียน ได้แก่
ชุมนุมต่าง ๆ
๒ . กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์
๓ . กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม
ช่วงชั้นใดจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมลักษณะหรือประเภทใดบ้างให้เป็นไปตามที่โรงเรียนกำหนดในโครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษา
ข้อ ๑๙ หลักการและวิธีการประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
ให้ทุกกิจกรรมประเมินผลตามจุดประสงค์ และการปฏิบัติตามที่กำหนด โดยประเมินจากพฤติกรรมการปฏิบัติและผลการปฏิบัติกิจกรรมด้วยวิธีที่เหมาะสม หลากหลาย และตามสภาพจริง เพื่อทำการปรับปรุง แก้ไข และหรือ พัฒนาส่งเสริม รวมทั้งเพื่อตัดสินผลการร่วมกิจกรรมปลายภาคหรือปลายปี
ข้อ ๒๐ การตัดสินผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
๒๐ . ๑ การให้ระดับผลการตัดสินการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นดังนี้
ผ หมายถึง ผ่าน
มผ หมายถึง ไม่ผ่าน
๒๐ . ๒ การตัดสินผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
๑ ) ผู้เรียนทุกคนต้องได้รับการประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจาก
อาจารย์ที่ปรึกษากิจกรรม โดยผู้เรียนช่วงชั้นที่ ๓ ได้รับการประเมินผลปลายปี ผู้เรียนในช่วงชั้นที่ ๔ ได้รับการประเมินปลายภาค
๒ ) การตัดสินการเข้าร่วมกิจกรรมในแต่ละกิจกรรม ให้พิจารณา ตัดสินจากผลการประเมินตามจุดประสงค์สำคัญของกิจกรรม และเวลาที่เข้าร่วมกิจกรรมตามที่กำหนด โดยมีเกณฑ์การประเมินดังนี้
ผ หมายถึง ผ่านเกณฑ์การประเมินโดยผ่านจุดประสงค์
สำคัญของกิจกรรมตามที่กำหนด และมีเวลา
เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๘๐ ของ
เวลาทั้งหมดที่จัดกิจกรรมแต่ละภาค หรือ
แต่ละปี
มผ หมายถึง ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินโดยไม่ผ่าน
จุดประสงค์สำคัญของกิจกรรมตามที่
กำหนด และมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ถึง
ร้อยละ ๘๐ ของเวลาทั้งหมดที่จัดกิจกรรม
ของแต่ละภาค หรือแต่ละปี
ข้อ ๒๑ การปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
การเปลี่ยนแปลงผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจาก มผ เป็น ผ ให้อาจารย์ที่ปรึกษาดำเนินการให้ผู้เรียนทำกิจกรรมในส่วนที่ยังขาดอยู่ให้ครบ
หมวด ๖
การอนุมัติการจบช่วงชั้น
ข้อ ๒๒ ผู้เรียนที่จะได้รับการอนุมัติให้จบหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ ( ช่วงชั้นที่ ๓ )
ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
๒๒ . ๑ ผู้เรียนต้องเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่ม ตามโครงสร้าง
หลักสูตรที่โรงเรียนกำหนด
๒๒ . ๒ ผู้เรียนต้องได้รับผลการประเมิน ผ่าน ทุกรายวิชา
๒๒ . ๓ ผู้เรียนต้องได้รับผลการประเมิน ผ่าน ในความสามารถด้านการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน ตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด
๒๒ . ๔ ผู้เรียนต้องได้รับผลการประเมิน ผ่าน ในคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด
๒๒ . ๕ ผู้เรียนต้องได้รับผลการประเมิน ผ่าน ในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามเกณฑ์และโครงสร้างที่โรงเรียนกำหนด
ข้อ ๒๓ ผู้เรียนที่จะได้รับการอนุมัติให้จบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( ช่วงชั้นที่ ๔ )
ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
๒๓ . ๑ ผู้เรียนต้องเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง ๘ กลุ่ม ตามโครงสร้าง
หลักสูตรที่โรงเรียนกำหนด
๒๓ . ๒ ผู้เรียนต้องได้รับผลการประเมิน ผ่าน ทุกรายวิชา
๒๓ . ๓ ผู้เรียนต้องได้รับผลการประเมิน ผ่าน ในความสามารถด้านการ
อ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน ตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด
๒๓ . ๔ ผู้เรียนต้องได้รับผลการประเมิน ผ่าน ในคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด
๒๓ . ๕ ผู้เรียนต้องได้รับผลการประเมิน ผ่าน ในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตาม
เกณฑ์และโครงสร้างที่โรงเรียนกำหนด
ข้อ ๒๔ หัวหน้าสถานศึกษาเป็นผู้อนุมัติการจบช่วงชั้น
หมวด ๗
การแจ้งผลการเรียน และ ผลการประเมิน
ข้อ ๒๕ โรงเรียนต้องแจ้งผลการเรียนรู้ และผลการประเมินให้ผู้ปกครองและนักเรียนทราบอย่างน้อยภาคเรียนละ ๑ ครั้ง โดยแจ้งผลต่าง ๆ ดังนี้
๒๕ . ๑ ผลการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทุกรายวิชาที่ผู้เรียนเรียนใน
ภาคเรียนนั้น
๒๕ . ๒ ผลการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน
๒๕ . ๓ ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
๒๕ . ๔ ผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
หมวด ๘
การเทียบโอนผลการเรียน
ข้อ ๒๖ โรงเรียนรับเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนที่เรียนจบจากสถานศึกษาอื่น ในระบบ นอกระบบ หรือการศึกษาตามอัธยาศัย โดยมีคณะกรรมการของโรงเรียนเป็นผู้พิจารณา ดำเนินการเทียบโอน
หมวด ๙
หน้าที่ของโรงเรียน
ข้อ ๒๗ โรงเรียนต้องจัดให้มีเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
๒๗ . ๑ ระเบียนแสดงผลการเรียน ( ปพ . ๑ )
๒๗ . ๒ หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา ( ปพ . ๒ )
๒๗ . ๓ แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา ( ปพ . ๓ )
๒๗ . ๔ แบบแสดงผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ( ปพ . ๔ )
๒๗ . ๕ แบบบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ( ปพ . ๕ )
๒๗ . ๖ แบบรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล ( ปพ . ๖ )
๒๗ . ๗ ใบรับรองผลการศึกษา ( ปพ . ๗ )
๒๗ . ๘ ระเบียนสะสม ( ปพ . ๘ )
๒๗ . ๙ สมุดบันทึกผลการเรียนรู้ ( ปพ . ๙ )
หมวด ๑๐
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๒๘ ในกรณีนักเรียนเรียนตามหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น พุทธศักราช ๒๕๒๑ ( ฉบับปรับปรุง พ . ศ . ๒๕๓๓ ) และหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช ๒๕๒๔ ( ฉบับปรับปรุง พ . ศ . ๒๕๓๓ ) ซึ่งควรจะจบหลักสูตรตามกำหนด แต่ไม่สามารถจบหลักสูตรได้ตามกำหนด ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรนั้น ๆ