แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1


กลุ่มสาระ สังคมศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ศาสนา เวลา 11 ชั่วโมง
เรื่อง ศาสนา เวลา 1 ชั่วโมง


สาระที่ 1 : ศาสนา ศีลธรรม หลักธรรม
มาตรฐาน ส 1.1 : เข้าใจประวัติความสำคัญ หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือ
ศาสนาที่ตนนับถือ และสามารถนำหลักธรรมของศาสนามาเป็น
หลักปฏิบัติในการอยู่รวมกัน

สาระสำคัญ
ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไทย ศาสดาของศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี และสามารถนำหลักธรรมของศาสนามาเป็นหลักปฏิบัติในการอยู่ร่วมกัน

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. เล่าเกี่ยวกับการเกิดศาสนาและความสำคัญของศาสนาหรือศาสดาของศาสนาที่ตนนับถือได้
2. ปฏิบัติตนตามหลักธรรมเบื้องต้นของศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือได้
3. บรรยายประโยชน์ของศาสนาที่มีต่อมนุษย์ได้

สาระการเรียนรู้
ศาสนา
กระบวนการเรียนรู้
1. ให้นักเรียนร้องเพลง วันมาฆะบูชา เพื่อเตรียมความพร้อมนักเรียนแล้ว ครูสนทนาซักถามนักเรียนเกี่ยวกับศาสนาที่นักเรียนนับถือว่า ภายในห้องเรียนของเรามีเพื่อน ๆ ที่นับถือศาสนาอะไรบ้าง แล้วให้ร่วมอภิปรายเกี่ยวกับสาเหตุของการเกิดศาสนา
2. ให้นักเรียนดูภาพพิธีกรรมในพระพุทธศาสนา เช่น การทำบุญ แล้วสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับศาสนา เช่น ในภาพเป็นพิธีกรรมในศาสนาใด (พุทธ) กิจกรรมนี้เรียกว่าอะไร (การทำบุญ) นักเรียนเคยทำบุญหรือไม่ ทำบุญ แล้วมีความรู้สึกอย่างไร
3. ให้นักเรียนเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ในพระพุทธศาสนา เช่น ไปทำบุญที่วัดกับผู้ปกครอง การเวียนเทียน การรักษาศีล การบวชพระ
4. ให้นักเรียนนำประสบการณ์ในข้อ 3 มาแสดงบทบาทสมมุติ แล้วศึกษาใบความรู้
5. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับองค์ประกอบของศาสนา เขียนเป็นแผนผังความคิด ลงในใบงานที่ 1 เรื่อง องค์ประกอบ แล้วนำเสนอผลงานที่หน้าชั้น
6. นักเรียนทำใบงานที่ 2 ประโยชน์ของศาสนา
7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปถึงองค์ประกอบของศาสนา และประโยชน์ของศาสนา

กระบวนการวัดผลประเมินผล
1. สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
2. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
3. การนำเสนอผลงาน
4. การตรวจผลงาน
เครื่องมือ
1. แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
2. แบบประเมินพฤติกรรมรายบุคคล
3. แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
4. แบบประเมินการตรวจผลงาน
เกณฑ์การประเมิน
1. สังเกตการทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80
2. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80
3. การนำเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80
4. การตรวจผลงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80

สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. ใบงานที่ 1
2. ใบงานที่ 2
3. ใบความรู้
ความคิดเห็นผู้บริหาร

ลงชื่อ………………………………………..
(…………………………………….)
ผู้บริหารสถานศึกษา

บันทึกผลหลังการสอน

ปัญหา/อุปสรรค

แนวทางแก้ไข

ลงชื่อ………………………………………..
(…………………………………….)

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับศาสนา

ทุกศาสนาสอนให้ทำดี ละชั่ว มีเมตตาต่อกัน รวมทั้งไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ศาสนาที่สำคัญในประเทศไทย คือ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์- ฮินดู และศาสนาสิกข์ ดังนั้นคนไทยจึงควรศึกษาทุกศาสนาเพื่อความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างศาสนาและนำมาซึ่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

ความหมายของศาสนา

ศาสนา คือ คำสั่งสอน หรือข้อบังคับ ที่ปรากฏในแต่ละศาสนา โดยลักษณะคำสอนที่เป็นศาสนาต้องเป็นคำสอนที่เกี่ยวกับจุดหมายสูงสุดของชีวิต รวมทั้งมีคำสอนที่เกี่ยวกับศีลธรรม และพิธีกรรมด้วย


สาเหตุของการเกิดศาสนา

1. ความกลัวในปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น กลัวฟ้าร้อง ฟ้าผ่า กลัวตาย จึงอ้อนวอนบูชาเพื่อป้องกันและเพื่อความอยู่รอด
2. ความไม่รู้ เช่น ไม่รู้ความมืด สว่าง เจ็บ ตาย คิดว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์บันดาลจึงเกิดความศรัทธาและเคารพบูชา จนกลายเป็นศาสนาในที่สุด
3. ความเลื่อมใส่ศรัทธา คนเราเมื่อเกิดความเชื่อ ก็จะศรัทธากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น เช่น พระเจ้า นางไม้ เทวดา เป็นต้น จนกลายเป็นศาสนา
4. การฝึกฝนอบรม คือ การคิดหาเหตุผลโดยใช้ปัญญานำไปสู่การค้นพบความจริง แล้วศรัทธาโดยมีปัญญาทำให้เกิดศาสนา


องค์ประกอบของศาสนา

ในแต่ละศาสนามีองค์ประกอบที่รวมกันเป็นศาสนามีดังนี้ คือ
1. ศาสดา หมายถึง ผู้ค้นหลักธรรม ผู้เผยแผ่ ผู้ประกาศศาสนา หรือ ผู้ก่อตั้งศาสนา เช่น พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาศาสนาพุทธ พระเยซูเป็นศาสดา ศาสนาคริสต์ นบีมุฮัมหมัดเป็นศาสดาศาสนาอิสลาม
2. คัมภีร์ทางศาสนา หรือ หลักคำสอนที่ศาสดาค้นพบ นำมาสอนปฏิบัติสำหรับผู้นับถือศาสนานั้น เช่น พระไตรปิฏก เป็นคัมภีร์ของศาสนาคัมภีร์ไบเบิลของศาสนาคริสต์ และคัมภีร์อัล-กุรอานของศาสนาอิสลาม เป็นต้น
3. สาวก คือ ผู้ปฏิบัติตามหลักคำสอนและสั่งสอนศาสนิกของตน พระภิกษุสงฆ์ สามเณรในศาสนาพุทธ บาทหลวงในศาสนาคริสต์ อิหม่าน ประกอบกิจศาสนาของศาสนาอิสลาม
4. พิธีกรรม คือ ระเบียบพิธีสำหรับปฏิบัติในแต่ละศาสนา เช่น การการทำบุญตักบาตรในศาสนาพุทธ การรับศีลล้างบาปของศาสนาคริสต์ ละหมาดของศาสนาอิสลาม เป็นต้น
5. ศาสนสถาน คือ สถานที่ซึ่งมีไว้ประกอบกิจทางศาสนานั้น ๆ เช่น สำหรับชาวพุทธ โบสถ์สำหรับชาวคริสต์ และมัสยิดสำหรับมุสลิม
6. สัญลักษณ์ คือ เครื่องหมายหรือสิ่งแทนศาสนานั้น เช่น เสมาธรรม เป็นสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธ ไม้กางเขนเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาคริสต์ เป็นต้น
ประโยชน์ของศาสนา
ศาสนามีประโยชน์ คือ ทำให้มีชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเป็นปกติอาจ ประมวลได้ดังนี้
1. ช่วยสร้างระเบียบความประพฤติของสมาชิกในสังคม ส่งเสริมให้มีเมตตา เอื้ออาทรต่อกัน และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคม
2. สนองความต้องการทางด้านจิตใจของมนุษย์ สอนให้มนุษย์มีจิตใจไปปฏิบัติในชีวิตก็จะสามารถแก้ปัญหาชีวิตด้วยเหตุผลและปัญญา ทำให้เกิดเข้าใจที่ดีต่อกันและมีความสุข
3. ศาสนาเป็นบ่อเกิดของการสร้างวัฒนธรรม ประเพณี พิธีสถาปัตยกรรม และวรรณคดี เช่น มารยาทไทย การกราบ การไหว้ เป็นต้น

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2

กลุ่มสาระ สังคมศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ศาสนา เวลา 11 ชั่วโมง
เรื่อง ความหมายและความสำคัญของศาสนา เวลา 1 ชั่วโมง


สาระที่ 1 : ศาสนา ศีลธรรม หลักธรรม
มาตรฐาน ส 1.1 : เข้าใจประวัติความสำคัญ หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือ
ศาสนาที่ตนนับถือ และสามารถนำหลักธรรมของศาสนามาเป็น
หลักปฏิบัติในการอยู่รวมกัน
สาระสำคัญ
ศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี ด้วยการประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของแต่ละศาสนา

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
อธิบายความหมายและความสำคัญของศาสนาได้

สาระการเรียนรู้
ศาสนา คือ หลักคำสอนให้คนประพฤติตนเป็นคนดี เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้กระทำแต่ความดี เพื่อความสงบสุขของคนในสังคม
คนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ การนัยถือศาสนาพุทธเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยประเทศไทยให้เสรีภาพแก่ประชาชนในการนับถือศาสนา ดังนั้นจึงมีคนไทยนับถือศาสนาอื่น ๆ เช่น ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาพราหมณ์ และศาสนาซิกซ์ เป็นต้น พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ทรงนับถือศาสนาพุทธ และทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภก ทรงมีหน้าที่อุปถัมภ์ศาสนาทั้งปวง

กระบวนการเรียนรู้
1. ครูนำเข้าสู่บทเรียนด้วยการสนทนา ทบทวนความหมายของศาสนาที่ได้เคยเรียนมาแล้ว
2. ครูให้นักเรียนดูภาพการนั่งสมาธิ แล้วสนทนากับนักเรียนถึงผลดีของการทำสมาธิว่าทำให้จิตใจร่มรื่น สงบ เป็นการปฏิบัติตามคำสอนของศาสนา เมื่อเราปฏิบัติตนดี ไม่เบียดเบียนผู้อื่น สังคมก็จะมีความสงบสุข
3. ให้นักเรียนบอกเล่าประโยชน์ของศาสนาที่มีต่อสังคมมาคนละ 1 อย่าง ครูเขียนคำตอบไว้บนกระดาษ แล้วให้นักเรียนเลือกมา 2 ข้อ อภิปรายกันตามหัวข้อนี้
4. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 3 คน เลือกทำใบงานที่ 1 หรือใบงานที่ 2
5. เลือกตัวแทนนักเรียนมาเฉลยบัตรงานที่ และบัตรงานที่ 2 โดยให้เพื่อน ๆ ในห้องช่วยกันตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่
6. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียน
7. นักเรียนแต่ละคนทำแบบฝึกหัด

กระบวนการวัดผลประเมินผล
1. สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
2. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล
3. การนำเสนอผลงาน
4. การตรวจผลงาน
เครื่องมือ
1. แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
2. แบบประเมินพฤติกรรมรายบุคคล
3. แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
4. แบบประเมินการตรวจผลงาน
เกณฑ์การประเมิน
1. สังเกตการทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80
2. สังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80
3. การนำเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80
4. การตรวจผลงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80

สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. ภาพการนั่งสมาธิ
2. ใบงานที่ 1
3. ใบงานที่ 2
4. แบบฝึกหัด

ความคิดเห็นผู้บริหาร
ลงชื่อ………………………………………..
(…………………………………….)
ผู้บริหารสถานศึกษา
บันทึกผลหลังการสอน
ปัญหา/อุปสรรค
แนวทางแก้ไข
ลงชื่อ………………………………………..
(……………………………………
 

โรงเรียนบ้านเขากลิ้ง หมู่ที่ 2 ตำบลแก่งกระจาน
อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี 76170
ผู้ดูแลเวบไซต์ kruto45@yahoo.com