เริ่มชีวิตนักเรียนประจำ
(ประจำวัด) ขณะนั้นยังเป็น FRESHY คือเพิ่งเข้าประถม 1 หมาดๆ คนพี่อยู่ ป.3 จึงโตพอที่จะดูแลน้องได้ |
|
โรงเรียนเล็กๆ
บ้านนอก
ส่วนสนามกลางแจ้งก็มีด้านหน้าโรงเรียน บริเวณเข้าแถวเคารพธงชาติตอนเช้า สำหรับเล่นฟุตบอล และชนช้าง ทั้งช้างใหญ่และช้างน้อย ช้างใหญ่
ต้องใช้ 2 คน ให้คนหนึ่งขี่หลังเป็น งาช้าง
ใช้มือกอดคออีกคนหนึ่งแล้วยื่นขาไปข้างหน้า เป็นงาช้าง คนที่เป็น เท้าช้าง
ก็คือคนที่แบก ก็จะใช้มือจับ งาช้าง ยกขึ้นชนคู่ต่อสู้ ซึ่งขี่หลังเป็นคู่ๆ
ในลักษณะเดียวกัน เล่นกันหลายช้าง บางครั้งคู่อื่นกำลังพันตู ควงงาใส่กันอยู่
อีกคู่หนึ่งฉวยโอกาสเข้าด้านหลัง ใช้งาอัดเข้าที่กลางหลัง เจ้าตัวที่ขี่หลัง
ที่ใช้เท้าเป็นงา ถึงกับออกอาการจุก บางครั้งบางจังหวะ งาก็เสียบได้ถึงใบหน้าของ
เท้าช้าง ได้เหมือนกัน ช้างน้อย เล่นเดี่ยว โดยแต่ละคนจะยกขาขึ้นมาข้างหนึ่ง พับปลายเท้าเข้าหาตัวในแนวราบ แตะที่ตะโพก ใช้มือประคอง ที่ต้นขาและปลายเท้า ส่วนหัวเข่า จะยื่นออกไปด้านหน้าเป็น งาช้าง เวลาวิ่งต้องเขย่งด้วยขาข้างเดียว งา จะตกห้อยไม่ได้ การต่อสู้ก็จะใช้หัวเข่า ตีเข้าที่หัวเข่าฝ่ายตรงข้าม ถ้ายืนซดกัน ในระดับเดียวกันไม่เจ็บเท่าไร แต่ถ้าได้จังหวะกระโดดได้สูงเวลาเข้าทำ ก็จะตีได้แรง ถ้าเผลอมัวแต่ตีด้านหน้า โดยไม่ระวัง อาจจะมีบางตัวชาร์ทเข้ามากระโดดใส่เข้ากลางหลัง เป็นล้มหน้าคว่ำ พร้อมกับอาการจุก พอเลิกเล่นเข้าห้องเรียน เสื้อจะมีแต่รอย งาช้าง ประทับกันทั่วหน้า เหงื่อไหลไคลย้อย นั่งเรียนกันต่อไป พวกเราจะเล่นกันในช่วงเช้า ช่วงเพล ส่วนช่วงพักบ่ายไม่ได้เล่นเพราะเป็นการพักช่วงสั้นๆ แต่ก็ไม่พลาดที่จะวิ่งลงไปจองสนามเตยกัน ที่ด้านหลัง โรงเรียน และยังมี สนามฝึก อีกแห่งหนึ่ง คือป่าสะแกรอบโรงเรียน พวกเราจะใช้ เป็นที่เล่นหนังคาวบอยกัน ประเภทไล่กวดยิงกัน โดยมีปืนที่หักจากต้นสะแก เลือกเอาตรงที่เป็นง่ามสามแฉก ส่วนที่เป็นกระบอกก็ให้ยาวหน่อย สั้นลงมาเป็นด้าม และต้องมีไกปืนด้วย (ปืนพลาสติกยังไม่มีให้เล่น) มีการจัดฉาก วางตัวแสดงกันแบบในหนัง มีพระเอก มีผู้ร้าย มีนายอำเภอ มีผู้ช่วยพระเอก วิ่งหลบกระสุนที่ทำปาก พิ้วๆๆ ไปตามพุ่มไม้ บางครั้งหมอบคลาน เหมือนสถานการณ์จริงๆ บางรายใจเสาะ พอวิ่งเหนื่อยหน่อย ก็แกล้งตาย ให้เพื่อนแบกขึ้นหลังพาไปเข้าโรงพยาบาล พอหายเหนื่อยก็กลับมาวิ่งต่อ |
|
![]() |
|
ทางเดินจากวัดไปโรงเรียน ต้องข้ามคลอง เป็นสะพานไม้ขนาดใหญ่ที่เรือลำใหญ่ผ่านได้สบาย ๆ ก่อนวันที่จะมีตลาดนัดบริเวนลานหน้าวัด จะมีเรือแจวของแม่ค้า มาจอดค้างคืนรอขายสินค้าพวกเครื่องปรุงในครัว เช่น กะปิ ปลาจ่อม กุ้งจ่อม เมื่อลงจากสะพาน ทางซ้ายมือ จะเป็นป่าช้า ต้นไม้ขึ้นรกทึบ เดี๋ยวนี้กลายเป็นสนามฟุตบอลแล้ว มีศาลาสำหรับทำพิธี เป็นอาคารไม้หลังคาสังกะสีเตี้ยๆ ตั้งอยู่ริมทาง บรรยากาศน่ากลัว เวลาเดินผ่านแม้ว่าจะเป็นเวลากลางวัน ต้องมองไปทางขวา ใช้มือซ้ายบังสายตาทางด้านซ้ายไว้ พอลงสะพานได้ ก็ใส่เกียร์วิ่ง จากเชิงสะพานไปถึงโรงเรียนประมาณ 500 เมตร เล่นเอาหอบ บางวันมีลมพัดสังกะสีกระพือ เสียงดัง แกร๊กๆ ก็จะทำสถิติความเร็ว ได้ดีขึ้นอีก แต่ไม่เคยผ่านการคัดตัวเป็นนักวิ่งของโรงเรียนซักปี |
|
มีครูแค่ 3 คน
ครูฉอ้อน
ทองพิบูลย์ เป็นครูใหญ่ ครูประวัติ ประสานนาม (ศิษย์เก่า
วิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึงรุ่น 1) และ บางครั้งครูยุทธ์
ติ๋วโวหาร ก็ถูกส่งให้มาช่วยสอนเป็นระยะๆ ครูยุทธ์ ไม่ใช่คนในพื้นที่
ไม่มีบ้านพักครู จึงต้องพักที่วัด |
©
copyright : Wadhuaytakang School Ratchaburi.
All rights reserved.
Webmaster : who
e-mail :: s173@ratchaburi.org