องสมุดมีชีวิตต้นแบบในโรงเรียน

เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ๕๕ พรรษา

สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี

โรงเรียนบ้านท่าเรือ


ความเป็นมา

การอ่านมีความสำคัญอย่างมากในการเรียนรู้ ทั้งที่เป็นการเรียนรู้ทางวิชาการและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญประการหนึ่งของการจัดการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพของประชากร กรมวิชาการซึ่งมีบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาเยาวชนให้มีความรู้ความสามารถ ต้องส่งเสริมให้เยาวชนมีนิสัยรักการอ่าน และรู้จักการศึกษาค้นคว้าเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิต ในระยะเวลาที่ผ่านมามีหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งกรมวิชาการ ได้ดำเนินการในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมการอ่าน ถ้านับจากปี พ.ศ.2528 ซึ่งเป็นเวลาที่กรมวิชาการได้เริ่มโครงการรณรงค์เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่านเป็นต้นมานั้น ได้มีการเผยแพร่วิธีการจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านไปอย่างกว้างขวาง ทำให้มีการส่งเสริมการอ่านในโรงเรียนทั่วประเทศ แต่อย่างไรก็ตามจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังนับว่าเยาวชนไทยยังไม่มีนิสัยรักการอ่านมากเท่าที่ควร ทั้งนี้เป็นเพราะปัจจัยหลายๆ ด้านเช่น สภาพเศรษฐกิจ หนังสือราคาแพง ไม่มีหนังสืออ่าน ไม่เห็นประโยชน์ของการอ่าน สนใจสื่ออื่นมากกว่าหนังสือ สภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการอ่าน เป็นต้น
ดังนั้น ด้วยเหตุดังกล่าวและเพื่อเป็นการสนองพระราชปรารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในการที่จะให้เด็กไทยมีนิสัยรักการอ่าน กรมวิชการจึงได้จัดให้มีโครงการศูนย์พัฒนากิจกรรมส่งเสริมการอ่านขึ้น โดยในปีงบประมาณ 2542 กรมวิชาการได้จัดประชุมสัมมนาเพื่อจัดตั้งศูนย์พัฒนากิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ระหว่างวันที่ 20 - 20 กันยายน 2542 โดยเชิญผู้อำนวยการประถมศึกษาจังหวัดและศึกษานิเทศก์ของสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ทราบแนวทางในการดำเนินงาน
ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์พัฒนากิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ทั่วประเทศ จำนวน 87 ศูนย์ และขณะนี้กรมวิชาการมีเป้าหมายทึ่ให้ศูนย์พัฒนากิจกรรมส่งเสริมการอ่านทั่วประเทศ ได้ขยายเครือข่ายเพื่อให้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านกว้างขวางขึ้น โดยให้ศูนย์ได้วางแผนในการหาเครือข่ายแกละได้พัฒนาช่วยเหลือต่อไป

 

วัตถุประสงค์
เพื่อเป็นโรงเรียนตัวอย่างระดับประถมศึกษาในการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านของท้องถิ่น และเป็นแหล่งข้อมูลในการดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่มีคุณภาพ ซึ่งจะเป็นแนวทางในการพัฒนาด้านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในโรงเรียน อันจะส่งผลให้เกิดคุณลักษณะที่พึงประสงค์แก่ผู้เรียนตามแนวการจัดการศึกษาในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542

บทบาทและหน้าที่
1. เป็นโรงเรียนตัวอย่างในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน
2. เป็นตัวอย่างในการจัดห้องสมุดให้ใช้ประโยชน์สูงสุดทั้งในเวลาและนอกเวลาเรียน และเป็นแหล่งส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ตลอดจนสร้างนิสัยรักการอ่านแก่ครูอาจารย์ นักเรียน และชุมชน
3. เป็นแหล่งผลิตและพัฒนารูปแบบในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ตลอดจนแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่างโรงเรียนเครือด้วยกันและศูนย์พัฒนากิจกรรมส่งเสริมการอ่านของจังหวัด
4. เป็นสถานที่ศึกษาดูงานเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านแก่โรงเรียนอื่นๆในจังหวัดและ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

องค์ประกอบ
1. บุคลากร ประกอบด้วย
1.1 ผู้บริหารโรงเรียน เป็นผู้ให้การสนับสนุนในการดำเนินงานทุกๆด้านให้คำแนะนำปรึกษาเพื่อให้งานบรรลุวัตถุประสงค์ และติดตามประเมินผลการดำเนินงาน
1.2 ครูประจำศูนย์ คือครูที่เป็นคณะกรรมการศูนย์ ซึ่งจะต้องมีความเข้าใจการดำเนินงานศูนย์ รู้จักวิธีการศึกษาค้นคว้าและสามารถแนะนำผู้อื่นได้ กระตุ้นให้นักเรียนอ่านหนังสือโดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านรูปแบบต่างๆ ส่งเสริมให้จัดการเรียนการสอนโดยการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง และที่สำคัญคือครูประจำศูนย์ควรเป็นผู้ที่รักการอ่านและสามารถปฏิบัติงานในศูนย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1.3 บรรณารักษ์ ครูบรรณารักษ์ ครูทำหน้าที่บรรณารักษ์ หรือครูประจำห้องสมุด มีหน้าที่จัดกิจกรรมต่างๆ ในศูนย์ โดยได้รับความร่วมมือจากครูอาจารย์ทุกคนในโรงเรียน และจัดห้องสมุดให้มีระบบ เพื่อสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างจริงจัง
1.4 นักเรียน มีส่วนร่วมรับผิดชอบในการดำเนินงานศูนย์
1.5 บุคลากรในชุมชนที่อาสาสมัครมีส่วนร่วมในการดำเนินงานศูนย์
2. ทรัพยากร หมายถึง สื่อต่างๆ ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และเทคโนโลยี ต้องมีจำนวนเพียงพอแก่การศึกษาค้นคว้าและส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน
3. กิจกรรม มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านหลากหลายทั้งในเวลาและนอกเวลาเรียน และมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
4. สถานที่ มีห้องสมุดโรงเรียนเป็นแหล่งรวบรวมวัสดุสารนิเทศ และใช้บริเวณอื่นๆภายในโรงเรียนให้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านตามความเหมาะสม

แนวทางการดำเนินงาน
การอ่านมิใช่ทักษะที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ต้องเรียนและฝึกฝนจนเกิดเป็นนิสัยการสร้างนิสัยรักการอ่านจึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะช่วยกันส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้อ่านเห็นความสำคัญของการอ่านและมีนิสัยรักการอ่านที่ยั่งยืน ดังนั้น ศูนย์พัฒนากิจกรรมส่งเสริมการอ่าน จึงต้องมีการดำเนินงานที่จะส่งเสริมสนับสนุนการเรียนการสอน และสร้างนิสัยรักการอ่าน ดังนี้
1. จัดห้องสมุดให้มีระบบตามเกณฑ์มาตรฐานของห้องสมุดโรงเรียน
2. จัดให้มีการสอนวิธีการใช้ห้องสมุด
3. จัดให้มีการใช้ห้องสมุดเพื่อการเรียนการสอน
4. จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน
5. จัดให้มีการประเมินผลการดำเนินงาน

1. จัดห้องสมุดให้มีระบบตามเกณฑ์มาตรฐานของห้องสมุดโรงเรียน
ห้องสมุดเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่เป็นแหล่งปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้เกิดแก่ครูและนักเรียน ตลอดจนชุมชน เพราะห้องสมุดโรงเรียนเป็นแหล่งวิชาการที่มีบทบาทสำคัญต่อการจัดการเรียนการสอนและการสร้างนิสัยรักการอ่าน โดยมีการจัดวัสดุสรนิเทศ ( วัสดุตีพิมพ์และไม่ตีพิมพ์ ) ไว้อย่างเป็นระบบ ให้ครูอาจารย์และนักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าและพัฒนาการเรียนการสอน
ห้องสมุดจะดำเนินงานได้ประสบผลสำเร็จจำเป็นต้องมีองค์ประกอบ ดังนี้
1.1 ผู้บริหาร เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการสนับสนุนการดำเนินงานห้องสมุด เป็นผู้พิจารณาให้การสนับสนุนทั้งในด้านการเงิน บุคลากร และกำลังใจ การดำเนินงานห้องสมุดจะบรรลุวัตถุประสงค์ได้จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร
1.2 บุคลากร ห้องสมุดควรมีครูที่ทำหน้าที่บรรณารักษ์ที่มีพื้นฐานความรู้ในวิชาบรรณารักษศาสตร์ เป็นผู้ดำเนินงานห้องสมุด และมีบุคลากรอื่นๆ ให้ความร่วมมือในการดำเนินงานในการพัฒนาห้องสมุด บุคลากรผู้ดำเนินงานเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้งานห้องสมุดประสบความสำเร็จ ดังนี้

1.2.1 ครูบรรณารักษ์ ควรเป็นกรรมการวิชาการของโรงเรียน เพื่อประสานงานทางด้านวิชาการให้ตอบสนองหลักสูตร
1.2.2 คณะกรรมการบริหารห้องสมุด วางแผนการปฏิบัติงานดูแลให้การสนับสนุนการดำเนินงานห้องสมุด
ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหลักสูตร
1.3 อาคารสถานที่ ห้องสมุดควรมีสถานที่เพียงพอสำหรับจัดวางวัสดุสารนิเทศ เป็นที่ทำงานของบรรณารักษ์และให้บริการแก่ผู้ใช้ ห้องสมุดควรมีบรรยากาศทางกายภาพที่เหมาะสมและมีบรรยากาศทางวิชาการ
1.4 ครุภัณฑ์ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับห้องสมุดในการจัดวางวัสดุสารนิเทศและเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้
1.5 วัสดุสารนิเทศ ห้องสมุดจำเป็นจะต้องมีวัสดุสารนิเทศเพื่อสนองความต้องการของผู้ใช้ วัสดุสารนิเทศแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ วัสดุตีพิมพ์ และวัสดุไม่ตีพิมพ์
1.6 เงินอุดหนุน เป็นปัจจัยสำคัญในการจัดหาวัสดุสารนิเทศ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อให้การดำเนินงานห้องสมุดบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

2. จัดให้มีการสอนวิธีใช้ห้องสมุด
การสอนการใช้ห้องสมุด อาจทำได้ 2 ลักษณะ ดังนี้
2.1 สอนแบบเป็นทางการ โดยโรงเรียนมีแผนการจัดชั่วโมงสอนวิชาการใช้ห้องสมุดไว้ในตารางสอนของนักเรียนทุกชั้น
2.2 สอนแบบไม่เป็นทางการ สามารถทำได้ในโอกาสต่างๆ เช่น การปฐมนิเทศ การประชุมนักเรียน การจัดกิจกรรมสัปดาห์ห้องสมุด ฯลฯ

3. จัดให้มีการใช้ห้องสมุดเพื่อการเรียนการสอน
ครูผู้สอนและครูบรรณารักษ์ควรร่วมมือกันในการสอน เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักใช้ห้องสมุดเพื่อการศึกษาค้นคว้า โดยครูผู้สอนจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ กำหนดสาระการเรียนรู้ที่จะให้นักเรียนค้นคว้า กำหนดเวลา จำนวนชั่วโมงที่จะเข้าศึกษาค้นคว้า กำหนดกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้ กำหนดวัสดุสารนิเทศที่จะให้นักเรียนศึกษาค้นคว้า และจัดทำใบงานให้นักเรียน แล้วประสานงานกับครูบรรณารักษ์ให้เตรียมสถานที่และวัสดุสารนิเทศ สำหรับการค้นคว้าให้พร้อม

4. จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน
การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านต้องได้รับความร่วมมือจากบุคลากรทุกคนในโรงเรียนทั้งในและนอกห้องเรียน โดยมุ่งหวังที่จะพัฒนาการเรียนการสอน ตลอดจนสร้างนิสัยรักการอ่าน การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านจะประสบความสำเร็จได้ต้องคำนึงถึงธรรมชาติของเด็กในแต่ละวัย และผู้จัดกิจกรรมจะต้องโยงกิจกรรมนั้นๆ ไปสู่การอ่านเสมอ

5. จัดให้มีการประเมินผลการดำเนินงาน
การประเมินผลการดำเนินงานเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เป็นการประเมินผลความสำเร็จว่าโครงการนี้จะประสบผลสำเร็จอยู่ในระดับใด มีอุปสรรคปัญหาอะไรบ้าง และจะต้องแก้ไขอย่างไรจึงจะบรรลุเป้าหมายชองโครงการได้ การประเมินผลการดำเนินงานมีทั้งการประเมินผลภายใน และการประเมินผลภายนอก
แนวทางการดำเนินงานดังกล่าว จะเห็นได้ว่ามีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันที่จะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง อ่านเป็นและอ่านสม่ำเสมอ จนเกิดนิสัยรักการอ่านที่ยั่งยืนได้

กลับหน้าหลัก