ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลง

ในระบบเศรษฐกิจหนึ่งจะมีองค์ประกอบสำคัญเป็นหน่วยเศรษฐกิจต่างๆแต่ระบบเศรษฐกิจจะทำงานได้หน่วยเศรษฐกิจก็ต้องมีบทบาทหน้าที่สัมพันธ์กันความสัมพันธ์ดังกล่าวนี้เรียกว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบด้วย

(๑)        ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอันเป็นความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยการผลิตและผลผลิต

(๒)      ความสัมพันธ์ทางการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์หรือการเป็นเจ้าของสินค้าและบริการระหว่างผู้บริโภคและผู้ที่ต้องการผลผลิต (ผู้บริโภค)

                   กล่าวคือถ้าสมมติให้มนุษย์ทุกคนต่างมีทรัพยากรเหมือนกันในจำนวนเท่าๆกันรวมทั้งสามารถผลิตสินค้าและบริการชนิดเดียวกัน ความจำเป็นจะต้องนำสินค้าชนิดหนึ่งไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าชนิดอื่นก็สามารถที่จะเกิดขึ้นได้แต่ความเป็นจริงแล้ว มนุษย์และคนต่างมีทรัพยากรและความเชี่ยวชาญในการผลิตสินค้าและบริการในปริมาณที่แตกต่างกันไปดังนั้นสาเหตุที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนก็คือ ความพยายามที่หาหนทางสำหรับการนำสินค้าและบริการตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้อย่างเต็มที่นั่นเอง เช่นถ้าผู้ที่ผลิตข้าวสามารถผลิตข้าวได้ในจำนวนที่เพียงพอกับความต้องการแต่ขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มได้ฉะนั้นการแลกเปลี่ยนในกรณีนี้จึงเกิดขึ้นระหว่างผู้ที่ผลิตข้าวได้มากับผู้ที่ผลิตเครื่องนุ่งห่มได้มาก

                   ในระบบเศรษฐกิจในสมัยใหม่บุคคลและสังคมมีความสามารถในการผลิตสินค้าที่ไม่เหมือนกันเช่นบางคนถนัดทางการเกษตร เพราะมีพื้นที่ที่อุดมสมบรูณ์และเหมาะแก่การเพาะปลูกแต่บางคนถนัดทางการประมงหรือล่าสัตว์มากกว่าเพราะมีเครื่องมือรวมทั้งวัตถุดิบพอเพียงเป็นต้น ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์ความเชี่ยวชาญเฉพาะอย่างโดยแบ่งงานกันทำถือเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการมาตอบสนองความต้องการของตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยสินค้าและบริการของผู้อื่น